“อเดบาโย่ อคินเฟนว่า”แข้งพี่บิ๊ก ที่ถูก WWE ทาบทามสู่วงการมวยปล้ำ!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

แม้ว่าคุณจะไม่ใช่แฟนของลีก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ แต่ถ้าถามถึงกองหน้าร่างยักษ์ที่มีลักษณะเตะตาเกินกว่าใครๆ คงหนีไม่พ้น อเดบาโย่ อคินเฟนว่า เจ้ารถถังแห่งวีคอมบ์ ที่ถ้าเทียบไซส์กับอดาม่า ตราโอเล่ บางทีอาจจะทำให้ดาวเตะหุ่นล่ำจากทัพหมาป่าดูตัวเล็กลงไปเลย

อคินเฟนว่าเป็นที่รู้จักอย่างดีกับร่างกายสุดกำยำเหนือมนุษย์คนอื่นๆในวงการลูกหนัง ซึ่งเชื่อหรือไม่ว่าเจ้าตัวนั้นเคยถูก WWE ทาบทามไปเป็นสตาร์ในวงการมวยปล้ำมาแล้ว เอาง่ายๆว่าจะมีนักฟุตบอลสักกี่คนกันที่พร้อมจะย้ายเส้นทางอาชีพไปเป็นนักมวยปล้ำ แค่เทียบสองกีฬานี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันแทบจะคนละทางกันเลย

อีกทั้งแข้งวัย 38 ปียังเคยมีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับการแสดงตัวเป็นแฟนตัวจริงของหงส์แดง ลิเวอร์พูล จนสาวกเดอะ ค็อปป์ก็เอ็นดูเขาเหมือนนักเตะคนหนึ่งในทีมไปแล้ว โดยครั้งหนึ่งเจ้าตัวเคยถึงกับขู่ ดีเอโก้ คอสต้า ด้วยซ้ำว่าอย่าทำอะไร สตีเว่น เจอร์ราร์ด หรือ แหกกฏใส่เสื้อของลิเวอร์พูลมาซ้อมกับ วีคอมบ์ เพื่อฉลองแชมป์ลีกของทัพหงส์แดงแบบเต็มใจยอมโดนปรับเงิน พร้อมประกาศว่า “เป็นครั้งแรกที่ผมเต็มใจยอมเสียค่าปรับ และ ผมก็จ่ายเงินให้กับผู้จัดการทีมไปแล้ว”

และหากจำกันได้ พี่บิ๊กของเราคนนี้แหละที่เคยแสดงความดีใจอย่างสุดขีดตอนที่ลิเวอร์พูลผงาดคว้าแชมป์ลีก จนเยอร์เก้น คล็อปป์ถึงกับส่งวีดีโอตอบแทนแสดงความยินดีที่อคินเฟนว่า สามารถนำทีมเอาชนะเกมเพลย์ ออฟ ลีก วัน นัดชิงชนะเลิศ เหนืออ็อกฟอร์ด เลื่อนชั้นจากลีกวันขึ้นสู่แชมเปี้ยนชิพได้สำเร็จ แถมกุนซือเมืองเบียร์ยังเอ่ยปากชวนอคินเฟนว่าเข้ามาร่วมฉลองแชมป์ในขบวนพาเหรดของลิเวอร์พูลหากถึงเวลาที่สามารถจัดงานได้

แต่หลังจากเลื่อนชั้นขึ้นมาเดอะ แชมเปี้ยนชิพ แม้ว่าในปีนี้ผลงานของวีคอมบ์บนลีกรองของอังกฤษจะค่อนข้างหน้าผิดหวัง รั้งตำแหน่งบ๊วย มีโอกาสตกชั้นกลับไปลีกวันสูง แต่อย่างน้อยเขาก็เคยผ่านช่วงเวลาแห่งความสุข ที่เคยร่วมฉลองความสำเร็จกับทีม แถมยังมีกุนซือสโมสรในดวงใจอย่างคล็อปป์มาแสดงความยินดีด้วยอีกต่างหาก

นอกจากที่เราจะรู้จักเขาในฐานะนักเตะที่บ้าคลั่งในการเล่นฟิตเนส ฝึกซ้อมเวทตลอดเวลา จนรูปที่เขาอยู่ในยิมไม่ได้น้อยไปกว่ารูปในสนามฟุตบอล วันนี้เราจะมารู้จักเขามากขึ้นกับบทสัมภาษณ์ “อเดบาโย่ อคินเฟนว่า”แข้งพี่บิ๊ก ที่ถูก WWE ทาบทามสู่วงการมวยปล้ำ!

ในช่วงต้นของอาชีพค้าแข้ง คุณได้มีโอกาสไปค้าแข้งอยู่ในประเทศลิทัวเนีย เล่าให้เราฟังหน่อยว่าไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง?

มันเป็นช่วงที่ผมกำลังทดสอบฝีเท้ากับวัตฟอร์ด แล้วทีนี้เอเยนต์ของผมซึ่งไปแต่งงานกับสาวชาวลิทัวเนียและเริ่มมีคอนเคนชั่นกับที่นั่น เขาได้พาประธานสโมสรของเอฟเค แอตแลนตาส ให้เข้ามาหาและนั่งชมผมลงเล่นที่วัตฟอร์ด

ผมไม่ได้ประสบความสำเร็จกับวัตฟอร์ด แต่ถูกเชิญไปเล่นที่ลิทัวเนียแทน เอาจริงๆเลยนะ ตอนนั้นผมเกิดมายังไม่เคยได้ยินชื่อประเทศลิทัวเนียมาก่อนเลย!

พวกเขาลงเล่นในทัวร์นาเม้นยูฟ่า คัพ และถือว่าเป็นทีมที่แข็งแกร่งพอสมควรเลย ตอนนั้นเป็นเกมแรกของผม ซึ่งผมถูกเหยียดผิวด้วยการล้อเลียนเสียงลิง พร้อมกับแฟนบอลในสนามที่ตะโกนร้องเพลงที่มีเนื้อร้องประมาณว่า “ยิงเจ้าคนดำนั่นเลย!”

ณ เวลานั้นผมเพิ่งอายุได้ 18 เอง และยิ่งไปกว่านั้นผมก็ยังเป็นเด็กที่จากบ้านมาไกลอีกด้วย ผมตัดสินใจอยู่ที่นั่นตลอดจนจบฤดูกาล เพราะไม่อยากให้เสียงเหยียดเหล่านั้นเอาชนะผมได้ เราเข้าถึงรอบชิงบอลถ้วยและผมเป็นคนยิงประตูชัย

คุณมักจะถูกล้อเลียนเรื่องน้ำหนักตัวมาตลอดอาชีพค้าแข้งจริงไหม?

บางครั้งมันก็มาจากคำพูดเล็กๆน้อยได้เหมือนกัน อย่างการที่คนชอบพูดว่า “เขาสัมผัสบอลแรกถือว่าดีเลยนะสำหรับคนตัวใหญ่” ซึ่งจริงๆแล้วทักษะการสัมผัสบอลแรกของผมมันไม่ได้อยู่ที่ขนาดตัวเลย แล้วจะพูดแบบนั้นเพื่อ?

แต่เมื่อเริ่มโตขึ้น คุณจะเริ่มพอใจกับการเป็นตัวเอง การรับมือกับคำวิจารณ์เรื่องน้ำหนักมันง่ายขึ้นมาก เมื่อคุณลงเล่นฟุตบอลนานกว่าสองทศวรรษและยิงประตูได้มากเกิน 200 ลูก

จนถึงวันนี้..เหตุการณ์ไหนที่ถือว่าเป็นที่สุดตลอดอาชีพค้าแข้ง?

ไม่มีอะไรที่สามารถเทียบได้กับการที่วีคอมบ์ฉลองเลื่อนชั้นเมื่อซีซั่นที่แล้วจริงๆ สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ถูกทำให้เป็นไปได้ ส่วนช่วงเวลาที่ย่ำแย่ที่สุดในชีวิตก็คือตอนที่ผมยิงพลาดในการดวลจุดโทษเกมเพล ออฟ นัดชิงชนะเลิศตอนอยู่กับสวอนซีเมื่อปี 2006 เกมนั้นเราแพ้ต่อบาร์นส์ลี่ย์ และผมไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องรออีกเกือบ 15 ปีกว่าจะได้ขึ้นมาเล่นในเดอะ แชมเปี้ยนชิพกับเขาเสียที

คุณเคยเปลี่ยนที่ค้าแข้งมาแล้วถึง 15 ครั้งกับ 13 สโมสร แต่ตอนนี้อยู่กับวีคอมบ์มาตั้งแต่ปี 2016 อะไรที่ทำให้คุณรู้สึกว่าที่นี่เปรียบเสมือนบ้าน?

ช่วงเวลาถือว่ามีผลมาก ผมมาที่นี่ตอนอายุ 34 มันไม่ได้มีอะไรมากแล้วที่ผมคาดหวังจากฟุตบอล ผมแค่อยากมาสนุกกับมันขณะที่ตัวเองยังไหว แต่แล้วผมก็ได้มาร่วมงานกับแกเร็ธ เอนส์เวิร์ต ผู้จัดการทีมที่ผมเชื่อว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะ เราเข้ากันได้เป็นอย่างดี มันกลายเป็นทีที่ยอดเยี่ยมที่ผมได้มาอยู่ ผมคงประหลาดใจไม่น้อยถ้าผมไม่ได้อยู่แขวนสตั๊ดกับวีคอมบ์

รู้สึกยังไงบ้าง ที่ไม่เคยมีโอกาสได้เล่นในพรีเมียร์ลีกเลย

ฟังนะ (อคินเฟนว่าพูดพร้อมหัวเราะ) ผมรู้ว่าผมถนัดเรื่องอะไรและผมรู้วิธีการทำประตูเป็นอย่างดี แต่กองหลังในลีกทูต่างเร็วกว่าผมทั้งนั้น และพรีเมียร์ลีกก็คงจะเร็วกว่านั้นไปอีก วิธีการเล่นของผมไม่ได้เปลี่ยนไปตอนที่เปลี่ยนระดับการเล่น(เปลี่ยนระดับลีก) แต่ผมก็ยังเชื่อว่าผมจะสามารถยิงประตูในลีกสูงสุดได้ แต่ผมจะมีโอกาสพิสูจน์มันไหมน่ะหรอ? ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ แต่มันคงไม่เกิดขึ้นหรอก

คุณสัมผัสกับช่วงพีคของอาชีพค้าแข้งในวัย 38 ปี อะไรกันที่ช่วยให้คุณหาฟอร์มเก่งของตัวเองเจอในช่วงปลายเส้นทางแบบนี้?

ผมจำได้ว่าชอบแอบขำกางเกมวอร์มของพ่อตอนที่ผมยังเด็กๆ เขาบอกผมว่า ตราบใดที่มันรู้สึกสบาย เขาไม่สนหรอกว่าใครจะคิดยังไง และผมได้เรียนรู้กับตัวเองเมื่อผมโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ว่าผมก็สบายใจของผมแบบนี้ได้ เมื่อใดก็ตามที่คุณเริ่มรู้ว่าคุณถนัดอะไร ก็จงมีสมาธิจดจ่ออยู่กับมันและพามันไปให้ไกลที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้

ผมไม่ใช่คนที่เร็วที่สุด ผมไม่มีท่าสับขาหลอก ผมแค่โฟกัสกับสิ่งที่ผมสามารถทำได้แล้วมันดีที่สุดสำหรับเพื่อนร่วมทีม เสียดายผมน่าจะเข้าใจพ่อตั้งแต่ตอนที่ยังอายุน้อยๆ ถ้าผมมีความคิดแบบนี้ตั้งแต่ตอนนั้น ผมคงมาถึงจุดนี้ได้เร็วกว่านี้มากเลยล่ะ

คุณมีเชื้อสายเป็นชาวไนจีเรีย เคยมีไหมที่พวกเขาสนใจเรียกคุณไปติดทีมชาติ?

ตอนที่ผมอายุ 20 ผมได้นั่งอยู่กับโค้ชทีมชาติไนจีเรียชุด U-21 และก็มีการพูดคุยกันถึงเรื่องเข้าแคมป์ แต่โชคดีสำหรับไนจีเรียและโชคร้ายสำหรับผม ที่พวกเขาสามารถผลิตกองหน้าที่ลงเล่นฟุตบอลในระดับสูงมาประดับวงการอยู่ตลอด ผมไม่เคยไปถึงจุดนั้นเหมือนพวกเขา มันเลยอยากมากที่จะสอดแทรกเข้าไป

คุณเป็นแฟนบอลหงส์แดง รู้สึกยังไงกับตอนที่ทำประตูใส่ลิเวอร์พูลได้ในเกมเอฟเอ คัพเมื่อปี 2015?

มันเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่อธิบายเป็นคำพูดได้ยากที่สุดในชีวิตผมเลย มันเป็นครั้งเดียวที่ผมทำประตูแบบนั้นได้ และผมไม่รู้ตัวเองเลยว่าต้องทำตัวยังไง ผมเผลอวิ่งไปดีใจต่อหน้าแฟนลิเวอร์พูล พร้อมกับเอ๊ะใจขึ้นมาว่า ‘ทำไมแฟนบอลของเราต้องด่าผมด้วย?” ผมรู้สึกสับสนไปหมด จนมารู้ว่า ‘เอ้า! นี่มันไม่ใช่แฟนบอลของเรานี่หว่า!’

ตอนที่ผมเดินออกมาจากอุโมงค์ตอนเกมจะเริ่ม ผมนี่แบบว่า ‘ว้าว! นั่นเฮนเดอร์สัน,นั่นเจอร์ราร์ด,นั่นคูตินโญ่นิ..’ จำได้ผมทำทีมเสียฟรีคิกไปเกือบ 12 ครั้งตั้งแต่ 10 นาทีแรกของเกมเพราะผมตื่นเต้นมาก

ตอนที่คุณตัดสินใจโบกมือลา เอเอฟซี วิมเบิลดันเมื่อปี 2016 คุณได้เชื้อเชิญบรรดาผู้จัดการทีมที่สนใจให้ทักวัตส์แอปคุณไป อยากถามว่าเยอร์เก้น คล็อปป์เคยทักส่วนตัวคุณไปบ้างหรือเปล่า?

(พูดไปพร้อมหัวเราะ) เขาไม่ได้ทักมาเลย แต่มันก็เวิร์คนะในตอนท้าย มันกลายเป็นหนึ่งในการให้สัมภาษณ์หลังจบเกมที่ตลกที่สุด แต่ก็ได้ผล ผมได้รับความสนใจจากบราซิล,อิรัก,เม็กซิโก,กาตาร์,ตุรกีและกรีซ มันบ้ามากจริงๆ

คุณถูกตั้งค่าให้เป็นชายที่แข็งแกร่งที่สุดในเกมฟีฟ่าหลายต่อหลายภาค คุณคิดว่ามีใครไหม ที่สามารถงัดข้อแข่งกับคุณได้อย่างสูสี

ผมไม่คิดว่ามีนะ เพราะผมรู้ว่าตัวเองทำอะไรบ้างตอนอยู่ในยิม ผมชอบที่จะออกกำลังกายร่วมกับพวกนักยกน้ำหนัก น้ำหนักที่ผมใช้ดันคือ 196 กิโลกรัม นักฟุตบอลไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น แต่ผมชอบก็เลยทำ

จะมีนักฟุตบอลคนไหนยกหนักได้มากกว่านี้ไหมน่ะหรอ? ไม่มีแน่ ผมไม่ได้มั่นใจแบบปกตินะ ผมมั่นใจมากเลยด้วย ตอนที่ผมขาหักเมื่อปี 2006 กับสวอนซี ผมซ้อมบอลไม่ได้เลย ผมจึงเปลี่ยนไปเข้ายิมมากขึ้น เราใช้พื้นที่ซ้อมร่วมกับทีมรักบี้ พวกเขาตัวใหญ่ตัวโตทั้งนั้นและในที่สุดผมก็ติดพวกเขา

สโมสรรักบี้และอเมริกัน ฟุตบอลหลายทีมสนใจที่จะดึงตัวคุณไปร่วมงาน คุณถูกชักจูงไปยังไงบ้าง?

ตอนนี้ผมเป็นแอมบาสเดอร์ของเอ็นเอฟแอล และเคยมีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนร่วมกับเซสชั่นของพวกเขาบ้างแล้ว แต่ผมชอบที่จะเป็นพี่บิ๊กที่สุดในสนามมากกว่า ซึ่งถ้าผมลงไปในสนามอเมริกัน ฟุตบอลหรือรักบี้ ผมจะไม่ได้เป็นแบบนั้น พวกเขาใหญ่กว่าผมทั้งนั้น เพราะฉะนั้นผมจึงขอเอาดีกับฟุตบอลต่อไปก่อนสำหรับตอนนี้

คุณเคยให้สัมภาษณ์ว่า วงการมวยปล้ำ WWE และเส้นทางนักแสดงคือความเป็นไปได้ที่คุณสนใจ…

ผมเคยมีโอกาสนั่งคุยกับบรรดาคนใหญ่คนโตใน WWE เมื่อราวๆปีก่อน ซึ่งผมรับปากพวกเขาไปว่าจะตัดสินใจอีกทีตอนที่แขวนสตั๊ด นอกจากนี้ผมมีโอาสได้คุยกับโปรดิวเซอร์ภาพยนต์ที่แอลเอหลังจากทางเน็ตฟลิกซ์ติดต่อมา ผมอยากที่จะเปิดโลกใหม่บ้างหลังจากที่หันหลังให้ฟุตบอลแล้ว ผมไม่คิดว่าตัวเองจะไปเป็นโค้ชหรอก ไว้รอดูว่าฮอลลี่วู๊ดจะตอบกลับผมมาว่าไง

มีนักฟุตบอลคนไหนไหม ที่คุณอยากจะท้าสู้บนเวทีมวยปล้ำ?

ถามว่าผมอยากโช๊คสแลมใครน่ะหรอ? นึกก่อนว่าล่าสุดคนไหนมันเล่นสกปรกกับผม ผมคิดว่าคงเป็นคนที่ผมสามารถวัดกำลังด้วยได้ ตั้งแต่ลูกากูย้ายไปอินเตอร์ ตอนนี้เขาดูแข็งแรงมาก เห็นเลยว่าเขาเคลื่อนไหวอย่างแข็งแกร่ง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์คอีกคน เขาเองก็ตัวใหญ่ ผมคิดว่าเราควรจัดแข่งรอยัล รัมเบิ้ลกับพวกเขาและคนอื่นๆอีกสักหน่อย ใครอยู่เป็นคนสุดท้ายคนนั้นชนะ ลุย!

คุณเคยท้ายอดกำปั้นแห่งสหราชอาณาจักรอย่าง แอนโธนี โจชัว ซึ่งเป็นเพื่อนของคุณมาแล้ว คุณคิดว่าเขาจะรับมือคุณไหวไหมหากต้องขึ้นชกกันแบบเอาเป็นเอาตาย?

เขาก็ต้องส่งผมลงไปนอนอยู่แล้วล่ะ! นี่ฟังนะ ผมเป็นแค่นักฟุตบอล ส่วนเขาเป็นแชมป์มวยโลก ผมเห็นกิจวัตรการซ้อมของเขาแล้ว เขาเอาผมลงไปนอนแน่ ผมหนีก่อนน่าจะดีกว่า!