อำลาวงการ! “ปีเก้” กับการร่วมงาน 5 กุนซือในถิ่น “คัมป์ นู”

วันที่ 5 พฤศจิกายน กลายเป็นอีกวันที่น่าจดจำเพราะ เคราร์ด ปีเก้ ได้ประกาศอำลาอาชีพค้าแข้ง ซึ่งบทความนี้เราจะมาพูดถึงการร่วมงานของเขากับอีก 5 กุนซือในถิ่น คัมป์ นู

5. ชาบี เอร์นานเดซ

ชาบี เอร์นานเดซ

เริ่มกันด้วย ชาบี เอร์นานเดซ กันก่อนเลย นี่คืออดีตเพื่อนร่วมทีมที่กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งแต่สถานะในการทำงานเปลี่ยนไป ซึ่งก็นับว่าเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายที่สุดในอาชีพค้าแข้งของ เคราร์ด ปีเก้ ด้วยเช่นกัน

อดีตแข้งกลับมารับงานในถิ่น คัมป์ นู อีกครั้งช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 2021 ซึ่งมันก็เป็นช่วงที่ปัญหาทุกอย่างถาโถมเข้าใส่ ปีเก้ อย่างหนักทั้งในและนอกสนาม มีเรื่องของการเล่นหลุดฟอร์มไปบ้าง อาการบาดเจ็บคอยเล่นงาน รวมไปถึงเรื่องนอกสนามที่สำคัญเช่นกันอย่างการแยกทางกับภรรยา ทำให้เวลาที่เขาลงเล่นในสนามมีเพียง 2,781 นาที

ด้วยผลงานที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อีกทั้งยังมีแข้งรุ่นน้องที่พร้อมแย่งตำแหน่งตัวจริงได้ทุกเมื่อ ทำให้มีแฟนเจ้าบุญทุ่มบางส่วนเรียกร้องให้กองหลังรายนี้แขวนสตั๊ดเสียก่อนที่อะไรๆ จะแย่ไปกว่านี้ ซึ่งท้ายที่สุดเข้าก็ได้ตัดสินใจและมันก็ทำให้ ชาบี เอร์นานเดซ เป็นกุนซือคนสุดท้ายที่เขาได้ร่วมงานด้วย

4. เคราร์โด้ มาร์ติโน่

เคราร์โด้ มาร์ติโน่

หลายคนอาจลืมไปแล้วว่า เคราร์โด้ มาร์ติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนติน่าเคยเข้ามารับหน้าที่คุมทีมในถิ่น คัมป์ นู ด้วยเช่นกัน ซึ่งมันก็เกิดขึ้นในฤดูกาล 2013-24 โดยในขณะนั้น เคราร์ด ปีเก้ ก็ถือว่าเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีม

กองหลังเลือดกระทิงดุลงสนามให้กับ มาร์ติโน่ ไป 39 เกม พร้อมกับทำไป 4 ประตูและโดนใบเหลืองไปทั้งหมด 7 ครั้ง นับตั้งแต่เดือนกรกฏาคมปี 2013 ถึงมิถุนายนปี 2014 ซึ่งหากนับเป็นนาที ปีเก้ ลงสนามไปถึงหมด 3,393 นาที เฉลี่ยแล้วเขาลงเล่นนัดละ 87 นาที นับว่าเป็นผู้เล่นที่แทบจะลงทุกนัดเต็มเวลาเลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตาม การร่วมงานกับ มาร์ติโน่ นั้นก็ไม่ได้ยืดยาวนัก เพราะกุนซืออาร์เจนไตน์รายนี้แทบจะไม่มีความสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันให้แฟนๆ ได้ภูมิใจเลย มีเพียงแค่แชมป์ซูปเปอร์คัพ เท่านั้น ขณะที่โคปา เดล เรย์ ทำได้เพียงรองแชมป์

3. เอร์เนสโต บัลเบร์เด้

เอร์เนสโต บัลเบร์เด้

ต่อกันด้วย เอร์เนสโต บัลเบร์เด้ หนึ่งในกุนซือที่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับความชื่นชอบจากแฟนบอลเท่าไหร่นัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าเขาคืออีกหนึ่งกุนซือที่พาทีมประสบความสำเร็จมากกว่ากุนซือบางคน ซึ่งเขานี่แหละคือคนที่พา บาร์เซโลน่า คว้าแชมป์ ลา ลีกา ได้สองสมัยติดต่อกัน

จากทั้งหมด 145 เกมที่ บัลเบร์เด้ คุมทีม ปีเก้ ได้รับโอกาสลงสนามไปถึง 124 นัด มีส่วนร่วมกับการทำประตูไปถึง 13 ครั้ง โดยหากจะให้นับแล้วเขาได้รับโอกาสโลดแล่นอยู่บนสนามนานถึง 10,888 นาทีภายใต้การคุมทีมของกุนซือชาวสเปน

ไม่เพียงแค่นั้น หากเฉลี่ยแล้ว ปีเก้ ลงเล่นไปถึง 89 นาทีต่อเกม และเขามักจะมีชื่อลงสนามเป็นตัวจริงแทบทุกนัด มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่ถูกจับลงสนามในฐานะตัวสำรอง ขณะที่การถูกเปลี่ยนตัวออกนั้นก็เกิดขึ้นเพียง 8 ครั้งเท่านั้น

2. หลุยส์ เอ็นริเก้

หลุยส์ เอ็นริเก้

ถึงคิวของ หลุยส์ เอ็นริเก้ กันบ้าง นี่คือกุนซือที่เรียกได้ว่าเป็นคนพาทีมประสบความสำเร็จมากที่สุดในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เขาได้รับโอกาสคุมทัพต่างดาวทั้งสิ้น 3 ปี (2014-2017) และก็กวาดแชมป์ได้ทั้งหมดที่ลงแข่งขันทั้ง แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ปี 2015 รวมไปถึงแชมป์ลีกอีกสองสมัย

และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ ปีเก้ คือปราการหลังคนสำคัญของทีมภายใต้การคุมทีมของ เอ็นริเก้ โดยทั้งหมด 181 นัดที่กุนซือชาวสเปนคนนี้คุมทีม ปีเก้ ลงสนามไปถึง 131 นัดพร้อมกับทำไป 15 ประตูกับอีก 2 แอสซิส รวมไปถึงโดนใบเหลือง 35 ครั้ง

ส่วนเรื่องสถิตินั้น เขาลงสนามไปทั้งหมด 11,455 นาที เฉลี่ยแล้วได้ลงสนามไปถึง 87 นาทีต่อเกม และก็เช่นเดียวกับสมัยที่ บัลเบร์เด้ คุมทีมอยู่ ปีเก้ ได้รับโอกาสลงเป็นตัวจริงแทบทุกนัดที่ได้ลงสนาม ขณะที่การถูกเปลี่ยนตัวออกนั้นเกิดขึ้นเพียง 13 ครั้ง

1. เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ปิดท้ายกันด้วย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คนที่ถูกยกให้เป็นกุนซือที่ดีที่สุดสำหรับ บาร์เซโลน่า หลังจากการคุมทีมของ โยฮัน ครัฟฟ์ ตลอด 4 ปีที่ เป๊ป รับหน้าที่คุมทัพต่างดาวนั้นเรียกได้เลยว่าสมบูรณ์แบบ ด้วยการคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ถึง 2 ครั้งแชมป์ลีกอีก 3 สมัย ซึ่งก็รวมไปถึงแชมป์รายการอื่นๆ ยิบย่อยอีกมากมาย

ตลอด 247 เกมที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า รับหน้าที่คุม บาร์เซโลน่า เคราร์ด ปีเก้ ได้รับโอกาสลงสนามไป 183 นัดโดนใบเหลือง 46 ครั้ง พร้อมกับทำไป 13 ประตูกับอีก 7 แอสซิส ซึ่งหากนับแล้วเขาลงสนามไปถึง 15,048 นาทีหรือ 82 นาทีต่อเกม โดยถูกเปลี่ยนออกทั้งหมด 21 ครั้งและลงสนามในฐานะตัวสำรอง 14 ครั้ง

อย่างไรก็ตามอีกสิ่งที่สำคัญสำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นั่นก็คือเขาคือกุนซือคนแรกที่ให้โอกาส ปีเก้ ลงสนามให้กับ บาร์เซโลน่า ครั้งแรกในปี 2008