‘อาร์ตูร์ เมโล่’ จาก’บราซิลเลี่ยน อิเนสต้า’ สู่ความล้มเหลวบนเวทียุโรป!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

มีกระแสข่าวออกมาหนาหูในช่วงที่ผ่านมา เมื่อ อาร์เซน่อล กำลังเล็งแก้ปัญหาขาดแคลนกองกลาง หวังดึงตัว อาร์ตูร์ เมโล่ มิดฟิลด์ชาวบราซิลเลี่ยนจาก ยูเวนตุส มาร่วมทีมในช่วงตลาดหน้าหนาวนี้

ตามรายงานจากสื่อหลายสำนักระบุว่า อาร์เซน่อลนั้นจ่อที่จะปิดดีลยืมตัวอดีตแข้งบาร์เซโลน่ามาช่วยงานก่อนจนกระทั่งจบซีซั่นนี้ หลังโธมัส ปาร์เตย์ และ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ติดภารกิจ ในศึกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2021 ส่วน แซมบี้ โลกองก้า ที่จะแบกภาระหนัก ประสบการณ์ก็ยังไม่มากพอ

ในช่วงเดือนมกราคมนี้ อาร์เซน่อลกำลังประสบปัญหาเรื่องนักเตะไม่พร้อมใช้งานอย่างหนัก โดยเฉพาะในแผงมิดฟิลด์ เริ่มจาก 2 คนที่กล่าวไป ต้องไปลุยศึกชิงแชมป์กาฬทวีป , มาร์ติน โอเดการ์ด ติดโควิด-19 , เอมิล สมิธ-โรว์ บาดเจ็บ, กรานิต ชาก้า ที่เพิ่งหายจากไวรัสร้าย ก็ดันมาโดนใบแดงในเกมคาราว คัพ รอบตัดเชือกนัดแรกกับลิเวอร์พูล ส่วน เอนส์ลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ ปล่อยให้โรม่ายืมตัว 6 เดือน

ส่งผลให้เหลือตัวเลือกเพียงแค่ แซมบี้ โลกองก้า รายเดียวที่สมบูรณ์ เป็นมิดฟิลด์ธรรมชาติ ตัวเลือกอื่นๆได้แก่ ชาร์ลี่ ปาติโน่ ดาวรุ่งฝีเท้าแพรวพราวแต่ร่างบาง ซึ่งไม่พร้อมลงเกมลีกแน่ๆ หากดูจากเกมเอฟเอ คัพ ที่แพ้น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ตกรอบ 3, คัลลัม แชมเบอร์ส ที่ปกติเล่นแบ็คขวาหรือไม่ก็เซ็นเตอร์แบ็ค เคยผ่านงานเป็นกลางรับในช่วงที่ยืมตัวกับฟูแล่ม

นั่นทำให้ชื่อของ อาร์ตูร์ เมโล่ โผล่ขึ้นมาในสารบบ เอดู อาสปาร์ ผู้อำนวยการด้านเทคนิคของเดอะ กันเนอร์ส มีคอนเนคชั่นที่ดีในการเจรจากับนักเตะจากแดนกาแฟ กำลังสบโอกาสที่นักเตะกำลังตกเป็นตัวเลือกสำรองของ อัลเลกรี ลงช่วยทีมไปเพียง 11 เกม และลงเล่นตัวจริงเพียง 4 เกมเท่านั้นในฤดูกาลนี้

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไร้อุปสรรคเลยเสียทีเดียว หากคำนึงถึงสถานการณ์ในทีมม้าลายที่ฟอร์มไม่สม่ำเสมอในซีซั่นนี้ ไหนจะมีเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน พวกเขาย่อมไม่อยากเสียนักเตะที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมออกไปในเวลานี้เท่าไหร่นัก ถึงจะเป็นตัวเลือกรอง แต่มีอะไหล่ไว้ใช้งานยังไงก็สบายใจกว่า

ย้อนกลับไปสมัยที่ยังค้าแข้งในแผ่นดินเกิด ห้องเครื่องสายตีนตะขอเคยถูกยกเปรียบกับอดีตเพลเมกเกอร์ชั้นตำนานของสเปนอย่าง อันเดรส อิเนสต้า ซึ่งตอนนั้นเขาลงเล่นให้สโมสรเกรมิโอ พาทีมคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ถึง 2 สมัย และต่อยอดความเกรียงไกรด้วยการผงาดซิวแชมป์ โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส หรือ แชมเปี้ยนส์ ลีก ของประจำทวีปอเมริกาใต้ มาประดับโปรไฟล์ตัวเองให้เตะตาแมวมองทางฝั่งยุโรป

จริงอยู่ที่ อาร์ตูร์ อาจจะได้รับคำยกย่องมากมายในวงการฟุตบอลบราซิล แต่ตอนนั้นในวัยเพียง 21 ปี เขาเป็นเพียงแค่ดาวรุ่งคนหนึ่งเท่านั้น ทว่ากลับถูกยอดทีมอย่างบาร์เซโลน่ากระชากตัวมาร่วมภารกิจป้องกันแชมป์ ลา ลีก้า สเปน ในฤดูกาล 2018-2019 ด้วยค่าตัว 31 ล้านยูโรบวกออปชั่นเพิ่มอีก 9 ล้านยูโร โดยอาร์ตูร์ เซ็นสัญญาค้าแข้งในคัมป์นู เป็นระยะเวลา 6 ปี และมีค่าฉีกสัญญาสูงถึง 400 ล้านยูโร

ที่สำคัญกว่านั้นคือ เขาถูกหมายมั่นให้เข้ามาสานต่อตำนาน และแทนที่การขาดหายไปของ อิเนสต้า ที่โบกมือลายอดทีมแห่งแคว้นกาตาลันไปเมื่อปี 2018 แม้ในใจแฟนบอลจะอดสงสัยไม่ได้ก็เถอะ ว่านี่ไปเอาเด็กจากที่ไหนมา? ที่ว่าเก่งนักเก่งหนา มันเก่งขนาดนั้นจริงหรือ?

แต่แล้วความคาดหวังกับความจริงมันกลับไม่ได้วิ่งมาบรรจบกัน อาร์ตูร์ ประสบปัญหาการเค้นฟอร์มในถิ่นคัมป์ นู ไม่ได้เล่นสมราคากับที่บาร์เซโลน่าเสียไป และอยู่ได้เพียง 2 ปีเท่านั้น ทัพอาซูลกราน่า ตกลงขายเขาให้กับ ยูเวนตุส เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยค่าตัวในเบื้องต้น 72 ล้านยูโร ในทางกลับกัน บาร์เซโลน่า จะได้ตัว มิราเล็ม ปานิช จอมทัพมากประสบการณ์วัยแตะเลข 3 มาจาก ยูเวนตุส ด้วยค่าตัวในเบื้องต้น 60 ล้านยูโร

อาร์ตูร์ได้โอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ยูเวนตุส แต่การรีสตาร์ทครั้งนี้กลับเปลี่ยนแปลงแค่สถานที่ เพราะเนื้อเรื่องยังคงเหมือนเดิม ดาวเตะเลือดบราซิลไม่ได้สร้างความประทับใจให้ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ได้เท่าที่ควรจะเป็น ปัญหาที่เห็นได้ชัดก็คือ ความแข็งแกร่งทางด้านสรีระที่เป็นจุดอ่อน เจอความหนักหน่วงของบอลอิตาลีเข้าไป กลายเป็นจังหวะเสียเปรียบไปหมด

ถึงตรงนี้แฟนบอลปืนใหญ่คงสงสัยแล้วว่า สรุปดีจริงไหม? ถ้ามาอยู่ลอนดอนเหนือแล้วจะเป็นยังไง ?

หากย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว หรือเมื่อตอนที่เขายังอายุ 21 คำถามเหล่านั้นคงไม่ถูกหยิบหยกขึ้นมาเป็นข้อกังขาแน่นอน

อาร์ตูร์ถูกยกให้เป็นหนึ่งในสิ่งที่วิเศษที่สุดที่เคยก้าวเท้าออกมาจากวงการฟุตบอลแถบอเมริกาใต้ ต่อจาก กาเบรียล เฆซุส ที่เคยหอบข้าวของออกไปรับความท้าทายกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จนกลายเป็นสตาร์แห่งทัพเรือใบ

เขาเป็นดาวรุ่งที่จรัสแสงและเป็นอนาคตสำหรับเกรมิโอ ด้วยความเชื่อมั่นจากสโมสรที่มอบให้อาร์ตูร์ เขาตอบแทนด้วยการนำพาสโมสรลิ้มรสช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ และมันง่ายมากที่ใครหลายต่อหลายคนจะหลงสเน่ห์แข้งรายนี้ สไตล์การเล่นที่คล้ายคลึงกับ อิเนสต้า ทั้งสมดุลและเทคนิครวมเข้าด้วยกัน อาร์ตูร์สามารถหาช่องว่างในการรับบอลจากเพื่อนได้อย่างง่ายดาย เก็บบอลไว้กับตัวได้อย่างเหนียวแน่น หรือแม้แต่ออกบอลไปข้างหน้าอย่างชาญฉลาด ก็เป็นจุดเด่นที่ติดตัวเขามา

จากที่ติดตามสาดส่อง บรรดาแมวมองในยุโรปรู้ดีถึงความสามารถเหล่านี้ที่เขามี ไม่ใช่แค่บาร์เซโลน่าที่สนใจ สโมสรดังในยุโรปหลายทีมก็เห็นแววว่าจะปั้นได้ และหนึ่งในนั้นคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ท้ายที่สุดก็เป็นยอดทีมจากแคว้นคาตาลุนญ่า ที่ประสบความสำเร็จ

หนึ่งเดือนก่อนที่อิเนสต้าจะประกาศลาบาร์เซโลน่าเพื่อออกไปหาความท้าทายใหม่ในแดนปลาดิบ ทัพต่างดาวทำสัญญาปากเปล่ากับ เกรมิโอ เอาไว้เรียบร้อยว่าจะดึงอาร์ตูร์มาโลดแล่นในลา ลีก้า สเปนด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ ประกอบกับแสดงความไว้เนื้อใจเชื่อใจว่านี่จะเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจคสร้างบาร์ซ่าเจนใหม่ มอบสัญญาดุๆเอาไปเลย 6 ปี เต็ม

ถึงขนาดที่ว่า กุนซือบาร์เซโลน่าคนปัจจุบันอย่าง ชาบี เอร์นานเดซ เคยออกมาเจิมว่า ” อาร์ตูร์จะสามารถสร้างความยิ่งใหญ่ได้ที่บาร์เซโลน่า”

“ผมมองเห็นเงาของตัวเองในตัวของ อาร์ตูร์ เขาหัวไวมากๆ แน่นอนว่าเขายังต้องทำงานอย่างหนักอยู่ เพราะสมัยผมเองผมก็ปรับปรุงฝีเท้าของตัวเองได้ที่ บาร์ซ่า แต่ อาร์ตูร์ ดูโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว”

“เป้าหมายสำคัญในการเล่นตรงกลางสนามคือต้องไม่เสียบอลง่ายๆ และเขาก็ครองบอลได้ดีจนดูเหมือนทำได้แบบสบายๆ เขาเล่นได้ดีมากๆ ผมมองเห็นถึงศักยภาพที่ดีในตัวเขา”

แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเหนือชั้นอย่างการสานต่อตำนานของอิเนสต้า หรือเรื่องพื้นฐานอย่างการปรับตัวเข้ากับฟุตบอลยุโรป อาร์ตูร์กลับไม่ได้ใกล้เคียงทั้งสองสิ่งอย่างที่หวังไว้ในตอนแรก

เขาถูกวิจารณ์เรื่องวิธีการเล่น ทั้งการยืนตำแหน่งในสนาม และ การที่ไม่ค่อยออกบอลไปข้างหน้า พัฒนาการของเขาติดขัด เพราะปัญหาเรื่องความมั่นใจ ไม่นานสภาพแวดล้อมรอบตัวก็แสดงให้เห็นว่า บาร์เซโลน่า ไม่น่าจะใช่สโมสรสำหรับเขาแล้ว

หลังผ่านไป 2 ซีซั่นนี้ที่บาร์เซโลน่า อาร์ตูร์ออกเดินทางครั้งใหม่กับยูเวนตุส แต่โชคร้ายเหลือเกิน ที่มันดันเป็นช่วงที่สโมสรดังจากตูรินกำลังสูญเสียเอกลักษณ์ของตัวเองไปทีละน้อย

เช่นเดียวกันกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆในทัพม้าลาย เขากลายเป็นคนหลงทางไปโดยปริยาย อดีตผู้จัดการทีมยูเว่อย่าง อันเดรีย ปีร์โล่ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกวีเอกแห่งเพลเมกเกอร์ตัวต่ำ เคยสบถอาร์ตูร์ไว้ว่าเป็นพวก ‘สมองหมู’ จากการเล่นที่เขามักครองบอลนานและออกบอลช้าเกิน แถมยังพยายามโชว์ลูกจ่ายเหนือๆ ที่ยากเกินจำเป็นในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก พบทีมที่เป็นรองอย่าง เฟเรนวารอส

อย่างไรก็ตาม อดีตแข้งทีมชาติอิตาลี กลับค้นพบความสามารถพิเศษของอาร์ตูร์ในอีกบทบาทหน้าที่แทน

“เราได้พูดคุยกัน เขาบอกว่าต้องการยืนในตำแหน่งที่ถูกดันไปเล่นข้างบนมากขึ้น ซึ่งต้องผลักภาระหน้าที่เกมรับไปให้กองกลางอีกคนมากขึ้นด้วย” ปีร์โล่ กล่าว

“เขาทำมันได้ดี ทุกๆครั้งที่เราขึ้นเกมรุก เขาจะพร้อมและอยู่ในจุดที่ถูกที่เสมอ เขามีวิสัยทัศน์ สามารถจัดการกับการครอบครองบอลได้ดี แถมยังกะเวลาในการแกะเกมเพรสซิ่งของคู่แข่งได้อย่างแม่นยำ”

ยูเวนตุสต้องทุกข์ทนกับฤดูกาลอันโหดร้ายเมื่อซีซั่นที่แล้ว ปีร์โล่โดนปลดเซ่นความล้มเหลวของสโมสร พร้อมการกลับมากู้ศักดิ์ศรีของอดีตโค้ชอย่าง อัลเลกรี

จากกราฟของ อาร์ตูร์ ที่ค่อยๆไต่ขึ้นเมื่อปีก่อน มาปีนี้เขาถูกกุนซือใหม่หน้าเก่ามองข้าม ตามรายงานระบุว่าเจ้าตัวมีปัญหาในระหว่างซ้อม ที่อัลเลกรีมักเน้นการเข้าปะทะที่หนักหน่วง ใช้ความแข็งแกร่งของสภาพร่างกายค่อนข้างเยอะ ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ตอบโจทย์ตรงนี้

นับตั้งแต่ย้ายมาหาประสบการณ์ในยุโรป อาร์ตูร์ยังไม่เจอสโมสรที่ใช่ หรือสามารถเค้นความเก่งกาจของเขาออกมาได้เต็มประสิทธิภาพเลย ส่วนหนึ่งก็เพราะสโมสรเหล่านั้นอาจจะใหญ่เกินตัวเขาไปหน่อย เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะอยู่ดีๆโนเนมแล้วมาแจ้งเกิดได้ปุ๊ปปั๊ปเหมือน กาเบรียล เฆซุส

สุดท้ายนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าอาร์ตูร์จะได้มาสวมเสื้ออาร์เซน่อลไหม? แต่ถ้าเขาสามารถมาที่อังกฤษและพิสูจน์ตัวเองให้ทั่วโลกได้ชื่นชมได้อีกครั้ง บอกได้เลยว่างานนี้สาวกปืนใหญ่คงได้ตะโกนร้องเพลงเป็นชื่อเขาจนดังลั่นสนามเหมือนที่แฟนๆเกรมิโอ เคยทำแน่นอน