อาถรรพ์ปลอกแขนปืน! จัดอันดับกัปตัน’เดอะ กันเนอร์ส’ยุคพรีเมียร์ลีก!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

เราสามารถพูดได้เต็มปากว่า อาร์เซน่อล นั้นเคยมีสองสุดยอดกัปตันที่ครองความยิ่งใหญ่ในยุคที่ฟุตบอลอังกฤษเปลี่ยนมาใช้ชื่อพรีเมียร์ลีก แต่อีกมุมหนึ่งก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่า เดอะ กันเนอร์ส เองก็เป็นทีมที่มีไม่ค่อยประสบความสำเร็จนักกับการแต่งตั้งผู้นำทีม

พวกเขามีปัญหาเรื่องขาดนักเตะที่เป็นผู้นำมาตลอด บ่อยครั้งที่เราเห็นกัปตันทีมของพวกเขา วางตัวเหยาะแหยะ แสดงท่าทีหงอในสนาม และไม่สามารถกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมในวันที่ต้องลงเล่นเกมสำคัญ หรือแม้แต่ในสถานการณ์ที่ทีมเกิดสภาวะกดดันตัวเอง

ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง คือรายล่าสุดที่ล้มเหลวจากบทบาทการเป็นผู้นำในรั้วปืนใหญ่ เหมือนดั่งเช่นหลายๆคนในยุคหลังที่ต้องเจอกันเวทมนต์ดำ คอยสาปให้ผู้สวมปลอกแขนปืนโตพบแต่ความโชคร้ายและลงเอยด้วยจุดจบที่น่าผิดหวัง

หลังจากริบปลอกแขนออกจากแข้งชาวกาบอง เพราะปัญหาเรื่องวินัยและความประพฤติ มิเกล อาร์เตต้าและอาร์เซน่อลกำลังมองหากัปตันคนใหม่เพื่อล้างอาถรรพ์เสียๆหายๆที่ผ่านมา และมุ่งหน้าเดินรอยตามกัปตันระดับตำนานอย่างโทนี่ อดัมส์ , พาทริค วิเอร่า หรือคนอื่นๆที่ประสบความสำเร็จรองๆกันมา

และนี่คือ 12 กัปตันถาวรของอาร์เซน่อลในยุคพรีเมียร์ลีก ที่ถูกจัดอันดับเรียงตามความสำเร็จและเกียรติยศที่สั่งสมจากน้อยไปหามาก บ้างสมหวังมีช่วงเวลาที่สวยงาม บ้างเจ็บปวดต้องเจอกับชะตากรรมเลวร้าย..

12. กรานิต ชาก้า

การแต่งตั้งชาก้าเป็นกัปตันทีมในตอนนั้น ดูเหมือนจะเป็นการขัดใจแฟนบอลไม่น้อยเลยทีเดียว ถึงจะมีแต่เสียงก่นด่า แต่ทั้งนี้ก็ต้องเคารพการตัดสินใจ เพราะชาก้า ที่ช่วงหนึ่งควบทั้งกัปตันทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์และอาร์เซน่อล ได้รับการโหวตจากเพื่อนๆในห้องแต่งตัว ว่าเหมาะสมที่สุดในการสวมปลอกแขนกัปตันทีมเมื่อช่วงเดือนกันยายนปี 2019

อย่างไรก็ดี แม้ว่าชาก้าจะได้ใจเพื่อนร่วมทีม แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแฟนบอลกับเหมือนแก้วน้ำที่แตกและพยายามฝืนใช้งาน ชาก้าแตกหักกับสาวกปืนโตในเกมกับคริสตัล พาเลซ สบถใส่สาวกด้วยถ้อยคำรุนแรง (F*** Off) หลังถูกโห่ขณะเปลี่ยนตัวกับ บูกาโย่ ซาก้า ส่งผลให้เจ้าตัวถูกริบปลอกแขนคืน หลังรับตำแหน่งกัปตันทีมได้เพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น

11 วิลเลี่ยม กัลลาส

เมื่อเปี 2007 แฟนอาร์เซน่อลร้อยทั้งร้อยแสดงสีหน้าผิดหวังกันทั้งนั้น หลังสโมสรประกาศว่ากัปตันคนใหม่จะมีชื่อว่า วิลเลี่ยม กัลลาส ซึ่งเขาก็ไม่ได้ทำให้แฟนบอลใจชื้นขึ้นกว่าเดิมจริงๆ พอได้เห็นความเป็นไปของทีม

ความจำสุดท้ายที่เจ้าตัวฝากไว้ในช่วงที่เป็นกัปตัน คือภาพของเขาระหว่างนั่งเศร้ากลางสนามเป็นมิวสิค วิดิโอหลังจบเกมเสมอเบอร์มิ่งแฮม 2-2 เมื่อปี 2008

ปีต่อมา ดาวเตะชาวฝรั่งเศส ได้วางตัวไม่เหมาะสมกับคนเป็นผู้นำ ออกมาวิจารณ์เพื่อนร่วมทีมผ่านสื่อแบบไม่ไว้หน้า จนอาร์แซน เวงเกอร์เหลืออด ถอดชื่อเขาออกจากสถานะกัปตันทีมทันที

10. โลรองต์ กอสเซียลนี่

หลังจากประสบความสำเร็จตลอด 8 ปีเต็มในรั้วเอมิเรตส์ สเตเดียม กอสเซียลนี่ได้ถูกโค้ชในตอนนั้นอย่าง อูไน เอเมรี่ แต่งตั้งขึ้นเป็นกัปตันทีมแบบถาวรเมื่อปี 2018

แต่แล้วไม่นานก็เป็นอาถรรพ์เดิมที่เล่นงานเขาจนได้ เซ็นเตอร์แบ็คเลือดน้ำหอมลงเล่นเกมลีกไปเพียงแค่ 17 นัดในช่วงปี 2018/2019 ก่อนจะใช้ไม้แข็งงัดกับสโมสร ปฏิเสธการยอมรับสัญญาฉบับใหม่แถมยังปัดเข้าร่วมเดินทางไปปรีซีซั่นที่สหรัฐอมเริกากับทีมอีกต่างหาก

สุดท้ายเจ้ากอสบีบตัวเองให้ได้ย้ายกลับไปลีกบ้านเกิดเพื่อเปิดตัวกับบอร์กโดซ์ ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะจดจำกอสเซียลนี่ในฐานะกองหลังฝีเท้าดีที่ชอบสอดขึ้นมาทำประตูสำคัญ แต่หากนับเพียงแค่ซีซั่นเดียวที่เขาสวมปลอกแขนให้ทีม จะให้อันดับดีกว่านี้คงยาก

9. โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

เพอร์ซี่รับปลอกแขนกัปตันทีมต่อจาก เชสก์ ฟาเบรกาส ขวัญใจรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ที่ตอนนั้นเก็บของกลับบ้านเกิดไปอยู่กับบาร์เซโลน่า โดยแข้งอัศวินสีส้มทิ้งผลงานสุดว้าว พาทีมทะยานจนอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีก ด้วยผลงานส่วนตัวยิง 30 ประตูจาก 38 นัดในลีกตลอดฤดูกาล 2011-2012

ทว่ายิ้มได้ไม่ทันไร แฟนๆต้องกลับมาปาดน้ำตาอีกแล้ว เมื่อตอนจบฤดูกาล เพอร์ซี่ประกาศไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่ อีกทั้งยังทำลายเกียรติยศของตัวเองที่อาร์เซน่อล ด้วยการย้ายไปร่วมทัพกับคู่แค้นอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกต่างหาก

8. โธมัส แฟร์มาเล่น

แฟร์มาเล่น นับว่าเป็นเซ็นเตอร์แบ็คระดับพรสวรรค์และเปี่ยมไปด้วยความเป็นผู้นำขนานแท้ แต่น่าเสียดายที่เจ้าตัวต้องมาเจออาการบาดเจ็บรบกวนในช่วงสำคัญอย่างตอนที่ได้รับมอบหมายให้เป็นกัปตันอาร์เซน่อล

แม้ว่าจะสลัดเจ็บ กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง แต่แนวรับชาวเบลเยี่ยมก็ได้พบว่าตัวเองนั้นกำลังตามหลังเพื่อนๆ ตกเป็นตัวเลือกท้ายๆ รองจาก โลรองต์ กอสเซียลนี่ และ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ มีสถานะกัปตันแต่ทำได้เพียงแค่สถิตให้กำลังใจอยู่ที่ซุ้มม้านั่งสำรองเท่านั้น

แข้งเจ้าของฉายาคนเหล็ก มีข่าวหลุดออกมาช่วงนั้นว่าบรรลุข้อตกลงเพื่อย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะหักปากกาเซียน โผล่เปิดตัวกับบาร์เซโลน่าเมื่อปี 2014

7.ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมยอง

หลังจากสร้างชื่อเป็นจอมถล่มประตูให้อาร์เซน่อล เป็นหัวหอกระดับเวิลด์ คลาสที่สาวกเฝ้ารอมานานหลังการจากไปของเธียร์รี่ อองรี ดาวยิงจอมตีลังกาถูก อูไน เอเมรี่ เลือกให้เป็นกัปตันทีมต่อจาก กรานิต ชาก้าเมื่อปี 2019

โอบาเมยองปิดฉากฤดูกาล 2019-20 ด้วยสถิติการยิงประตู 29 ลูก รวมทุกรายการ พาทีมเถลิงแชมป์เอฟเอ คัพ อีกทั้งยังส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายได้ทั้งในรอบรองและนัดชิง

ทว่าหลังจากต่อสัญญาฉบับใหม่ที่มีมูลค่า 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เขาก็ไม่เหมือนเดิม มีปัญหาเรื่องการเค้นฟอร์มเก่ง ความทุ่มเทก็หดหาย และที่สำคัญยังถูกวิจารณ์หนักเรื่องทัศนคติและวินัยที่ไม่เหมาะสมอยู่บ่อยครั้ง

ช่วงปลายปี 2021 ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมยอง ขออนุญาตสโมสรเดินทางไปประเทศฝรั่งเศสเพื่อเยี่ยมคุณแม่ และมีความตั้งใจที่จะเดินทางมายังประเทศอังกฤษด้วยกัน แต่สุดท้ายเจ้าตัวกลับมาล่าช้ากว่ากำหนดหนึ่งวัน จนเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดออก มิเกล อาร์เตต้า ไม่มีการประนีประนอมประกาศปลดตำแหน่งกัปตันทีมออกแบบไม่เหลือโอกาสให้แก้ตัว

6.แพร์ แมร์เตซัคเกอร์

รู้ทั้งรู้ว่าดาวเตะอินทรีเหล็กจะไม่ได้ช่วยทีมเท่าไหร่นักในซีซั่นถัดไป จากอาการบาดเจ็บเข่าที่เรื้อรังมาตลอด แต่แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ก็ยังถูกมอบตำแหน่งกัปตันทีมให้ดูแลต่อจากการแขวนสตั๊ดของ มิเกล อาร์เตต้าเมื่อปี 2016

เขาได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงเพียงแค่ 1 เกมเท่านั้นตลอดทั้งซีซั่นที่เขามีสถานะเป็นผู้นำทีม แต่มันกลับล้ำค่ามากกว่าที่เห็น เพราะนั่นคือนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ปี 2017 ที่อาร์เซน่อลสยบเชลซี คว้าแชมป์ไปครอง ซึ่งผลงานในนัดนั้นนัดเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะส่งชื่อของเขาแซงหน้ากัปตันหลายๆคนบนลิสต์นี้ขึ้นมาอยู่อันดับ 6

5. มิเกล อาร์เตต้า

อาร์เตต้า ได้รับปลอกแขนกัปตันทีมมาสวมอย่างถาวรเมื่อปี 2014 แต่มันกลับเป็นช่วงปลายอาชีพค้าแข้งของเขาแล้ว แถมตอนนั้นอดีตดาวเตะทอฟฟี่ก็ไม่ได้ยึดตำแหน่งตัวจริงให้ไอ้ปืนใหญ่แล้วด้วย

อย่างไรก็ดี บอสใหญ่ประจำซุ้มปืนในปัจจุบัน กลับมีอิทธิพลอย่างมากในห้องแต่งตัว เขาวางตัวได้เหมาะสมกับเป็นผู้นำ มีความมุ่งมั่น และแพสชั่นที่สูง อาร์เตต้านำอาร์เซน่อลคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ 2 สมัย จนกระทั่งเจ้าตัวได้โอกาสกลับมาเป็นผู้จัดการทีมให้สโมสรในวันนี้ ซึ่งนั่นพิสูจน์ให้เห็นชัดแจ้งว่าชายคนนี้เกิดมาเป็นผู้นำอย่างแท้จริง

4. เชสก์ ฟาเบรกาส

ด้วยวัยเพียง 21 ปี ฟาเบรกาสกลายเป็นกัปตันที่อายุน้อยที่สุดอันดับสองในประวัติศาสตร์ของอาร์เซน่อล หลังมีการประกาศปลดกัลลาสออกเมื่อปี 2008

ฟาเบรกาสเริ่มต้นการเป็นกัปตันทีมได้ไม่ดีนัก ได้รับบาดเจ็บเข่าอย่างหนัก ต้องพักรักษาตัวร่วม 4 เดือนเต็มๆ ก่อนจะกลับมาอีกครั้งอย่างแข็งแกร่งกว่าเก่า มิดฟิลด์สายคิลเลอร์พาสเป็นนักเตะที่ขึ้นชื่อได้ว่ามีความสม่ำเสมอสูง แม้จะไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตลอดเวลาที่สวมปลอกแขน กัปตันเบอร์ 4 คือความสุขในการดูฟุตบอลสำหรับแฟนปืนแบบที่ชวนให้นึกถึงวันวาน

3.เธียร์รี่ อองรี

อองรีกลายเป็นตำนานอาร์เซน่อลไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่เขาจะได้ปลอกแขนจาก พาทริค วิเอร่า เมื่อปี 2005 เสียอีก

ซีซั่นถัดมา ศูนย์รวมใจของเดอะ กันเนอร์สรายนี้ กลายเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสร , สร้างสถิติยิงประตูในลีกครบ 100 ประตูที่สนามไฮบิวรี่ อีกทั้งยังยิงแฮตทริกได้ในนัดอำลาสเตเดียมศักดิ์สิทธิ์นั้นอีกต่างหาก เรียกได้ว่าสร้างความยิ่งใหญ่จนยากหาใครมาเทียบ

อองรีสวมปลอกแขนกัปตัน พาทีมลงสนามในนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกหนแรกในประวัติศาสตร์สโมสรเมื่อปี 2006 ก่อนที่ปีถัดมาจะเจออาการบาดเจ็บเล่นงาน สุดท้ายย้ายไปบาร์เซโลน่า พร้อมกับรูปปั้นหน้าเอมิเรตส์ สเตเดียม ไว้ให้แฟนบอลชื่นชมถึงวันนี้

2. พาทริค วิเอร่า

พาทริค วิเอร่า ต้องรับสภาพความกดดันอย่างหนัก หลังเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งกัปตันทีมต่อจากโทนี่ อดัมเมื่อปี 2002 รุ่นพี่สร้างไว้อย่างเกรียงไกร ไม่แปลกที่ความคาดหวังสูงจะตามมา

เป็นข่าวดีของแฟนๆ วิเอร่าทำหน้าที่นั้นได้อย่างโคตรดี ดีอย่างเดียวยังน้อยไป โดยเฉพาะช่วงสามปีสุดท้าย ในฐานะกัปตันทีม ดาวเตะเลือดน้ำหอมพาเดอะแก๊งค์ของอาร์แซน เวงเกอร์ ผงาดสร้างประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบไร้พ่ายเมื่อปี 2003-2004 อีกทั้งยังเป็นคนปิดบัญชีจุดโทษลูกสุดท้ายเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ เมื่อปี 2005 มาครอง

และนั่นก็เป็นบอลลูกสุดท้ายที่ออกจากเท้าเขาในฐานะนักเตะและกัปตันทีมของอาร์เซน่อล ก่อนจะย้ายไปอยู่กับยูเวนตุสในปีถัดมา

1. โทนี่ อดัมส์

อดัมส์คือคนที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมปืนใหญ่ได้ยาวนานที่สุด ถูกรับมอบมาเมื่อปี 1988 ด้วยอายุในตอนนั้นเพียงแค่ 21 ปี ก่อนจะรักษาความคงเส้นคงวา รักษามันไว้ได้ยาวจนกระทั่งแขวนสตั๊ดเมื่อปี 2002

แนวรับลูกหม้อของสโมสรประสบความสำเร็จอย่างมากในสีเสื้อปืนใหญ่ นำทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุด 2 สมัย , แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย,แชมป์เอฟเอ คัพ 3 สมัย , ลีกคัพ 2 สมัย และแชมป์ยยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพอีก 1 สมัย

อดัมส์ เปี่ยมไปด้วยความเป็นผู้นำ เขาแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ มีเลือดปืนใหญ่อยู่เต็มอก เป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมแก่นักฟุตบอลรุ่นหลัง ที่สำคัญคือการต้นแบบที่สาวกปืนอยากให้กัปตันทุกคนของพวกเขาเป็น