‘อัศวินสีส้ม’ชุดโกลเด้น เจเนอเรชั่น กับโจทย์ไร้เงา’ฟาน ไดจ์ค’ในยูโร 2020 !

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

จากทีมที่มีประวัติศาสตร์อันสวยหรูและยิ่งใหญ่ในฟุตบอลรายการชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หน้าร้อนนี้ทัพอัศวินสีส้มกลับมาอีกครั้งด้วยความตั้งใจที่ต้องการจะคว้าชัยชนะนัดแรกในศึกยูโรนับตั้งแต่ปี 2008 หรือเมื่อ 13 ปีที่แล้วให้ได้

ย้อนกลับไปยูโรปี 2012 ที่โปแลนด์และยูเครนเป็นเจ้าภาพร่วม ทีมดังจากแดนกังหันลมทำเอาแฟนบอลน้ำตาตกใน ปราชัยในรอบแบ่งกลุ่มรวดทั้งสามเกม ส่วนครั้งต่อมาที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2016 ก็ไม่ผ่านรอบคัดเลือกตกรถไม่ได้เข้าไปเล่นรอบแบ่งกลุ่ม หนำซ้ำฟุตบอลโลกปี 2018 ที่รัสเซียก็วืดตั๋วไปโชว์เพลงแข้งในรอบสุดท้ายอีกต่างหาก

แต่ขุนพลดัตช์เมนก็ไม่ได้จมอยู่กับห้วงความล้มเหลวไปตลอดกาล พวกเขากลับมาอีกครั้งกับอีกยุคหนึ่งของโกลเด้น เจเนอเรชั่น ที่พลิกชะตาจากฟุตบอลที่แฟนๆดูแล้วสิ้นหวังมาเป็นความตื่นตาตื่นใจ เชียร์สนุกอีกครั้ง เริ่มจากการผงาดเป็นรองแชมป์ศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ซึ่งก็คล้ายๆกับบอลยูโรขนาดย่อม อีกทั้งยังผ่านรอบคัดเลือกมหกรรมฟุตบอลประจำหน้าร้อนนี้ด้วยผลงานใกล้เคียงคำว่าเพอร์เฟ็ค พลาดแพ้เพียงแค่เกมเดียวเท่านั้นจาก 8 นัดที่ลงสนาม

This image has an empty alt attribute; its file name is hi-res-08300e1efcb0be87bd7fc2d6083d9386_crop_north-1024x683.jpg

นักเตะน่าจับตามองของเนเธอร์แลนด์ในศึกยูโรครั้งนี้

เฟรงกี้ เดอ ยอง

ในขณะที่ มาร์เทน เดอ รูน ยอดมิดฟิลด์จากอตาลันต้า คอยเก็บกวาดความเรียบร้อยอยู่หน้าแผงหลัง และ จินี่ ไวจ์นัลดุม เป็นมดงานวิ่งไล่บี้ในแดนกลาง ก็ยังมีตัวละครสำคัญอีกตัวนั่นก็คือ เฟรงกี้ เดอ ยอง ที่รับหน้าที่เป็นเหมือน เมโทรนอม ควบคุมจังหวะของทีมให้เดินหน้าต่ออย่างราบรื่น

นับตั้งแต่ลงประเดิมสนามให้ทีมชาตินัดแรกพบกับเปรูเมื่อเดือนกันยายนปี 2018 พ่อหนุ่มผมสีบรอนด์รายนี้ก็ยึดตัวจริงในเกมระดับนานาชาติให้อัศวินสีส้มมาโดยตลอด ลงเล่นรับใช้ชาติบ้านเกิดไปแล้ว 25 นัด และยังเป็นหัวใจหลักที่ทีมขาดไม่ได้จากความสามารถเฉพาะตัวอันโดดเด่นอย่างการเอาตัวรอดจากการเพรสซิ่ง ที่ไม่ว่าคู่แข่งจะบีบพื้นที่หนักแค่ไหน ดาวเตะต่างดาวก็จะสามารถหาทางเอาตัวรอดออกไปได้ ซึ่งนี่คือลักษณะเด่นของเจ้าตัว นึกภาพไม่ออกให้นึกถึงโทนี่ โครส

This image has an empty alt attribute; its file name is E25c_rjWYAAggsI-1024x682.jpg

นอกจากนี้เดอ ยองยังมีความสามารถอันยอดเยี่ยมในการเป็นแกนกลางในการครอบครองบอลของทีมที่เกินบรรยาย ความไหลลื่นเนียนตาในการขึ้นเกมของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ล้วนแต่มีฐานอันสำคัญจากบอลที่ออกจากเท้าของเดอ ยอง และภายใต้การทำทีมของแฟรงค์ เดอ บัวร์ เจ้าตัวก็ยังได้รับบทบาทให้ทำหน้าที่สร้างสรรค์เกมมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

ความฝันในการย้ายไปสวมเสื้อสีเลือดหมูน้ำเงินกับบาร์เซโลน่าของเดอ ยอง เกิดขึ้นหลังฟอร์มอันเปร่งประกายช่วงซีซั่นสุดท้ายในรั้วอาแจ็กซ์ และถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะยังไม่สามารถสร้างความว้าวออกมาให้เห็นเท่าไหร่นักในแคว้นกาตาลัน แต่ถ้าเป็นเรื่องความทุ่มเทและแววตาที่มุ่งมั่น ก็ไม่มีใครกล้าตั้งข้อสงสัยว่าเขาไม่ได้พยายาม

แม้ว่าจะไม่ได้รับเสียงชื่นชมล้มหลามอะไรมากมายจากสื่อ แต่มิดฟิลด์หนุ่มที่เพิ่งฉลองวันเกิดครบรอบ 24 ปีไปหมาดๆ ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเจ๋งที่สุดในตำแหน่งที่เขาประจำการแล้ว และคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเขา ที่ถือกุญแจสู่ความสำเร็จให้กับทัพอัศวินสีส้มในทัวร์นาเม้นหน้าร้อนนี้

เมมฟิส เดปาย

หากจะถามถึงนักเตะสักคนที่ฮ็อตที่สุดในรอบคัดเลือก จะมีใครเกินหน้าเกินตาเมมฟิส เดปาย ที่พลิกโฉมความเก่งกาจของตัวเองขึ้นมาอีกครั้งภายใต้ฝีมือของโรนัลด์ คูมัน

This image has an empty alt attribute; its file name is ec2195f4-f0e6-50a0-bebf-8660074cf430.jpg

หลังจากสร้างชื่อขึ้นมาด้วยการสไตล์การเล่นแบบกองหน้าตัวริมเส้นสมัยใหม่ ดาวเตะจากพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ตัดสินใจเดินตามรอยเท้ากุนซือทีมชาติเนเธอร์แลนด์ในตอนนั้นอย่าง หลุยส์ ฟาน กัล เข้ามาพิสูจน์ตัวเองกับสโมสรชั้นนำของโลกอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทว่าช่วงเวลาของเขาในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ถูกตีไปในทางเดียวกันว่าน่าผิดหวัง จะมากจะน้อยก็แล้วแต่ใครจะมอง โชคดีที่เขากลับตัวทันย้ายไปแจ้งเกิดใหม่อีกครั้งกับโอลิมปิค ลียง แสดงอิทธิฤทธิ์ความเก่งกาจที่แท้จริงออกมานับครั้งไม่ถ้วนนับตั้งแต่เหยียบลีกเอิง อดีตดาวโรจน์จากสปาร์ต้า รอตเตอร์ดัม บัดนี้ผันตัวเองมาประจำการในตำแหน่ง False nine สร้างมิติและความแปลกใหม่ให้ทีมชาติของเขาได้เป็นอย่างดี ตลอด 6 เกมที่ลงเล่นในยูโร 2020 รอบคัดเลือก เดปายซัดคนเดียว 6 ประตู พ่วงอีก 8 แอสซิสต์ ขึ้นแท่นเป็น MVP ของอัศวินสีส้มได้อย่างไร้ข้อกังขา

ความสั่นสะเทือนระลอกที่สองของเดปาย ส่งให้เจ้าตัวมีข่าวเก็บข้าวของย้ายออกจากตอนใต้ของแดนน้ำหอม โดยเฉพาะอย่างยิ่งซัมเมอร์ที่แล้ว หลังคูมันได้รับการประกาศแต่งตั้งให้นั่งเก้าอี้กุนซือบาร์เซโลน่า ก็มีข่าวหนาหูว่ากุนซือดัตช์ต้องการตัวเดปายไปร่วมงานกันบนยานแม่

กระนั้นถึงแม้จะไม่มีการปิดดีลเกิดขึ้นแต่อย่างใด เดปายที่ผิดหวังกับโอกาสในความก้าวหน้าในอาชีพค้าแข้งก็ไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองเหี่ยวเฉาหรือแสดงท่าทีหมดอาลัยตายาก เขายังคงรักษาความเป็นมืออาชีพ เดินหน้ามุ่งมั่นทุ่มเทและมีสมาธิที่จะผลักโอลิมปิค ลียงไปข้างหน้าให้ได้ไกลที่สุดเหมือนเดิม โดยที่ไม่ได้ปล่อยให้ความผิดหวังมาทำร้ายความตั้งใจในปัจจุบัน ซัดไปทั้งสิ้น 20 ประตู ส่งให้ซีซั่น 2020-21 เป็นปีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในอาชีพการค้าแข้งเลยก็ว่าได้

This image has an empty alt attribute; its file name is E25gJA2XwAYMSxm-1024x682.jpg

โจทย์ที่ต้องแก้ในวันที่ทีมไร้เงากัปตันที่เป็นดั่งลมหายใจอย่างเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

ก่อนที่แฟรงค์ เดอ บัวร์และสมาคมจะประกาศรายชื่อนักเตะอัศวินหนุ่มชุดบู๊ยูโร 2020 สาวกทีมชาติเนเธอร์แลนด์เพิ่งได้รับข่าวร้ายที่ไม่ได้อยากได้ยินกันไป เมื่อปราการหลังจอมแกร่งจากลิเวอร์พูลอย่าง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ประกาศไม่ขอเข้าร่วมทัวร์นาเม้นเนื่องจากต้องการใช้เวลาในช่วงนี้รักษาอาการบาดเจ็บรุนแรงที่เอ็นหัวเข่า แม้ว่าจะสามารถกลับมาซ้อมเบาๆได้แล้วก็ตาม

แนวรับหงส์แดงแทบจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับซีซั่นที่ผ่านมาเท่าไหร่เลย หลังได้รับบาดเจ็บจากเกมเมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หลังปะทะหนักกับจอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวารทอฟฟี่ จนแข้งวัย 29 ปีถูกถอดออกไปตั้งแต่ช่วง 11 นาทีแรกของเกม

ฟาน ไดจ์คออกมาให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของลิเวอร์พูลว่าเขาต้องการเวลาเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและมีความมั่นใจว่าจะสามารถกลับมาซ้อมปรีซีซั่นกับลิเวอร์พูล เพื่อเตรียมตัวสำหรับฤดูกาล 2021/22 ที่กำลังจะมาถึง ก่อนประกาศข่าวร้ายต่อแฟนบอลก่อนยูโรจะเปิดฉากว่าจะไม่ขอลงเล่นในทัวร์นาเม้นสำคัญกลางเดือนมิถุนายน

This image has an empty alt attribute; its file name is 1_GettyImages-1182589259.jpg

“กับอาการบาดเจ็บของผมที่เดินทางมาถึงนี้ ผมจำเป็นต้องตัดสินใจแล้วว่า ผมจะมีส่วนร่วมในฟุตบอลยูโรครั้งนี้ได้หรือไม่?” กัปตันทีม กล่าว

“ด้วยปัจจัยหลายอย่างที่เป็นไปในตอนนี้ กับสภาพร่างกายปัจจุบัน ผมคิดว่ามันคือการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วที่ผมเลือกไม่ไปยูโรและเดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนการฟื้นฟูระยะสุดท้ายระหว่างช่วงปิดฤดูกาล”

“ถ้าเป็นแบบนั้น เป้าหมายจะได้ตรงไปที่เดียวคือปรีซีซั่นกับสโมสร เพราะนั่นคือเป้าหมายที่อยู่กับความเป็นจริงมากกว่าและผมเองก็รู้สึกตื่นเต้นกับมัน”

“แน่นอน ผมเสียดายมากที่ต้องพลาดยูโรครั้งนี้ และต้องพลาดการนำทีมชาติของผมเดินลงสนามที่นั่น แต่เรื่องมันเป็นแบบนี้ไปแล้ว ผมเองก็ต้องยอมรับมันให้ได้ เราทุกคนก็ต้องยอมรับมันให้ได้เช่นกัน”

“ผมคิดว่าการเลือกที่จะไม่ไปยูโรเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว เมื่อพิจารณาถึงทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว มันยากแต่ผมก็ทำใจได้”

This image has an empty alt attribute; its file name is netspa.jpg

ข่าวร้ายของเดอ บัวร์ไม่ได้จบลงแค่นั้น เมื่อดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ที่มีชื่อติดทีมมาแล้ว ดันมาดวงแตกได้รับบาดเจ็บระหว่าง พร้อมกับผลประเมินอาการที่ชี้ว่าเจ้าตัวจะไม่สามารถหายทันทัวร์นาเม้นยูโร ทำให้มิดฟิลด์ปีศาจแดงที่เคิมทีจะต้องเป็นคีแมนย์สำคัญของเนเธอร์แลนด์จำเป็นต้องถอนตัวออกจากแคมป์ตามไปอีกคน

โดยทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ได้ออกมาเปิดเผยข่าวร้ายนี้ ระบุว่า“ฟาน เดอ เบ็คจำเป็นจะต้องปล่อยให้ศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปครั้งนี้หลุดลอยไป มิดฟิลด์ของเรากำลังเจอปัญหาอาการบาดเจ็บ ซึ่งผลพวงของเหตุการณ์นี้คือเขาจะไม่สามารถกลับมาพร้อมสำหรับยูโร 2020 ได้ทันเวลา”

“แฟรงค์ เดอ บัวร์จะไม่เรียกตัวแทนของฟาน เดอ เบ็คเข้ามาเพิ่มเติม ขอให้นายหายเร็วๆนะดอนนี่!”

และถ้าหากมัดรวม ยาสเปอร์ ซิเลสเซน ผู้รักษาประตูของบาเลนเซียที่ซวยติดโควิดหลุดโผลุยยูโรไปด้วยอีกคน ก็นับว่าทรีโอแก๊งค์นี้ส่งผลให้การเตรียมทีมและขุมกำลังของแฟรงค์ เดอ บัวร์ยวบไปไม่น้อยเลย

This image has an empty alt attribute; its file name is E2KVjZZWYAU1Hu2-1024x683.jpg

ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ เดอ บัวร์

หลังจากนำสโมสรที่เขาเติบโตมาตั้งแต่ชุดเยาวชนอย่างอาแจ็กซ์ อัมส์เตอร์ดัมเถลิงแชมป์ลีกเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันเมื่อปี 2014 หน้าที่การงานของเดอ บัวร์กำลังไปได้สวย ช่วงที่สัญญากำลังใกล้จะหมดและมีหลายสโมสรตามจีบจนหางแถวยาว เจ้าตัวก็ยังจงรักภักดีเลือกปักหลักกับสโมสรต่อ จนกระทั่งเมื่อปี 2016 ที่เจ้าตัวตัดสินใจย้ายออกไปคุมอินเตอร์ มิลาน ที่ที่ซึ่งทุกอย่างมันกลายเป็นหายนะตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นด้วยซ้ำ

เดอ บัวร์มีเวลาทำงานกับทัพงูใหญ่เพียงแค่ 14 เกมเท่านั้น หลังพาทีมคว้าชัยชนะได้เพียง 5 นัดเท่านั้น ซึ่งใครมองก็ว่านี่คือการเอาชื่อมาทิ้ง ความดีที่สั่งสมมามันป่นปี้หมดไม่เหลือชิ้นดี ทว่ากับมีคริสตัล พาเลซ ที่ไม่ยอมปล่อยให้โอกาสได้ลองเสี่ยงสักตั้งครั้งนี้หลุดมือไป อย่างน้อยกุนซือรายนี้ก็เคยสร้างชื่อคว้าแชมป์ลีกดัตช์มารัวๆ ฝีไม้ลายมือก็คงจะมีไม่น้อย แต่ที่ไหนได้ การมาทำงานในลอนดอนของเดอ บัวร์กลับสั้นและน่าผิดหวังกว่าเดิมเสียอีก

เดอ บัวร์ถูกปราสาทเรือนแก้วปลดออกจากเก้าอี้ตั้งแต่คุมทีมได้เพียง 4 นัด ซึ่งแน่นอนว่าถ้าผลลัพธ์มันเลวร้ายขนาดที่ว่า 4 นัดต้องถึงกับปลด ผลงานของเขาคงหนีไม่พ้นการพาทีมพ่ายแพ้ทั้งหมด 4 เกมที่ทำหน้าที่ ลบภาพวันวานอันสวยงามในอดีตกับอาแจ็กซ์ อัมส์เตอร์ดัมเสียจนเลือนลาง

แอตแลนต้า ยูไนเต็ดทีมที่กำลังมาแรงเป็นจรวดในวงการฟุตบอลของสหรัฐอเมริกา ตัดสินใจวัดดวงลองเสี่ยง ดึงตัวเดอ บัวร์เข้ามารับหน้าที่สานต่อความสำเร็จของ ตาต้า มาร์ติโน่ เฮ้ดโค้ชชาวอาร์เจนติน่าที่สร้างผลงานพาทีมยกแชมป์ MLS Cup มาครองได้ตั้งแต่ปีที่สองที่เข้าร่วม ซึ่งนั่นหมายความว่าเดอ บัวร์จะต้องถูกดดันด้วยความคาดหวังจากทุกฝ่ายที่รอดูทีมทีมนี้ประสบความสำเร็จก้าวหน้าไปกว่าเดิม

This image has an empty alt attribute; its file name is eir-rLS-.jpg

และก็โชคร้ายเหลือเกิน แม้ว่าเจ้าตัวจะได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองอยู่ในจอร์เจียนานพอสมควร แต่การปล่อยความสำเร็จให้หลุดจากมือก็เป็นอะไรที่ดูจะเข้ากันดีกับเขาเสียจริง แน่นอนเดอ บัวร์พาทีมคว้าแชมป์ US Open Cup และ Campeones Cup เมื่อปี 2019 แต่มาตรฐานฟุตบอลแดนมะกันทั้งพัฒนาไปไวและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เขาเดินทางมาถึงจุดที่แอตแลนต้ากลายเป็นหนึ่งในทีมที่ทำผลงานแย่ที่สุดในเมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์เมื่อปีที่แล้ว และการมาถึงของคำสั่งเด้งเก้าอี้เมื่อเดือนกรกฏาคมปี 2020 ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย

ด้วยผลงานการคุมทีมที่นับแล้วดูจะล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีใครนึกถึงชื่อของเดอ บัวร์เลย ในวันที่โรนัลด์ คูมัน ที่เป็นคนพาทีมผ่านเข้ามาเล่นในยูโร 2020 ประกาศลาออกอย่างเป็นทางการเพื่อโยกไปบัญการทัพต่างดาวที่บาร์เซโลน่า แต่ในที่สุดก็มาถึงตรงนี้แล้ว ตรงที่ทีมชาติเนเธอร์แลนด์จะต้องฝากอนาคตและความหวังไว้กับชายที่เชื่อเดอ บัวร์ ซึ่งน่าเป็นห่วงที่ต้องบอกว่าผลงานก็ลุ่มๆดอนๆตามคาด ถึงปัจจุบันตอนนี้พาทีมลงเล่นไปแล้ว 8 นัดชนะมาได้ 4 นัด

This image has an empty alt attribute; its file name is E0NPNiYXEAIa21b-1024x683.jpg

แทบยกเซ็ตใหม่ ! เช็คไลน์อัพทีมชาติเนเธอร์แลนด์ชุดล่าสุดในรายการระดับเมเจอร์

ไม่น่าเชื่อว่านี่ปาเข้าไป 7 ปีแล้วที่เนเธอร์แลนด์ลงเล่นครั้งล่าสุดในรายการระดับเมเจอร์ คว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลโลกเมื่อปี 2014 หลังสยบเจ้าภาพทีมชาติบราซิล 3-0 ในนัดชิงอันดับ 3 จากประตูของโรบิน ฟาน เพอร์ซี่, แดร์ลี่ย์ บลินด์,และจอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม

นักเตะชื่อดังคนอื่นอย่างเดิร์ค เคาท์และอาร์เยน รอบเบ็นก็ต่างมีชื่ออยู่ในทีม 11 ตัวจริงของหลุยส์ ฟาน กัล เช่นกัน ปัจจุบันเดิร์ค เคาท์ แขวนสตั๊ดกับทีมในบ้านเกิดไปเรียบร้อยเมื่อปี 2018 ส่วนร็อบเบนยังคงลงเล่นให้โกรนินเก้น สโมสรสมัยบ่มเพาะฝีเท้าในฐานะแข้งเยาวชน

แม้อายุอานามของแข้งซ้ายอันตรายจะปาเข้าไป 37 ปีแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังรู้สึกว่าตัวเองนั้นพร้อมเสมอหากวันใดวันหนึ่งเกิดถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติขึ้นมาอีกครั้งจริงๆ

“ผมก็คงตอบว่าไป มันจะต้องสนุกแน่ แต่คุณเองก็ต้องจริงจังด้วย ความฟิตจะต้องถึงขีดสุดและมั่นใจด้วยว่าจะสามารถช่วยทีมได้” ร็อบเบนตอบเมื่อถูกถามถึงปฏิกิริยาหากถูกเรียกติดชาติอีกครั้ง

“ตอนนี้ผมไม่ได้บอกว่าผมอยากไปนะ แต่ถ้าเขาจะโทรหาผมจริงๆ ผมก็จะตอบตกลง”

This image has an empty alt attribute; its file name is E3STojAXEAUgvkQ-1024x682.jpg

ทางด้านเดอ บัวร์เองก็พอจะอุ่นใจได้พอสมควรเมื่อรู้ว่าตัวแทนของฟาน ไดจ์คอย่าง สเตฟาน เดอ ฟราย นั่นคือคนที่ออกสตาร์ทในเกมถล่มบราซิล 3-0 เมื่อ 7 ปีก่อน รวมถึงมีประสบการณ์มาแล้วกับเกมรอบน็อคเอ้าท์ในรายการระดับนานาชาติ ส่วนมัทไธส์ เดอ ลิกต์ก็ข้าวขึ้นมาเป็นตัวแทนของ รอน ฟลาร์และบรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้

แทคติค

ระบบที่เดอ บัวร์มักใช้งานจะเป็นแผน 4-2-3-1 ซึ่งผิดธรรมชาติจากอัศวินสีส้มชุดที่แล้วๆมา ที่ยึดระบบคลาสสิคของพวกเขาอย่าง 4-3-3 มาตลอด ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เสียทีเดียว เพราะที่ผ่านมาเราก็เคยเห็นเนเธอร์แลนด์พยายามที่จะค่อยๆเปลี่ยนแปลงระบบที่จำเจนั้นทีละเล็กทีละน้อย ไอเดียฟุตบอลสไตล์ของเดอ บัวร์จะเน้นการขยับตัวและเคลื่อนที่ของนักเตะที่ยืดหยุ่นเป็นพิเศษ ไม่อยากเห็นการประจำตำแหน่งที่แข็งทื่อ เมื่อบอลอยู่ในครอบครอง หนึ่งในกองกลางตัวต่ำจะทำหน้าที่เป็นกำแพงอีกชั้นให้กับแนวรับ คอยเชื่อมเกมกับเพลเมกเกอร์เบอร์ 10 และแนวรุกทั้งสาม ซึ่งต้องบอกว่าไลน์อัพของอัศวินสีส้มชุดนี้ช่างเป็นอะไรที่น่าติดตามจริงๆ

This image has an empty alt attribute; its file name is E3OLIyjWUAAgU5W.jpg

โดยส่วนใหญ่แล้วพ่อหนุ่มแร็ปเปอร์อย่างเมมฟิส เดปายจะถูกฉีกออกไปฝั่งซ้าย ส่วนตรงกลางมอบหมายให้ลุค เดอ ยองลุ้นล่าตาข่าย กลางเป็นไวจ์นัลดุมที่จะคอยเดินเกมอยู่หลังหน้าเป้า รักษาความเรียบร้อยหน้ากรอบเขตโทษ โดยมีห้องเครื่องที่วางใจได้อย่างเฟรงกี้ เดอ ยองอยู่ข้างหลัง ส่วนคนที่จะมาจับคู่กับดาวเตะบาร์ซ่ายังไม่แน่นอนว่าจะเป็นใครระหว่างดาวี่ คลาสเซ่นและมาร์เทน เดอ รูน ที่งานนี้ใครดีใครได้

ในส่วนของแผงหลังบลินด์รับผิดชอบแบ็คซ้ายแน่นอน ส่วนทั้งฝั่งขวาโจเอล เวลท์แมนและเดนเซล ดุมฟรายต้องงัดข้อกันหน่อยว่าใครจะดีกว่า เซ็นเตอร์แบ็คหนีไม่พ้นมัทไธส์ เดอลิกต์ ที่จะจับคู่กับเพื่อนร่วมลีกเซเรีย อา ตัวแทนของฟาน ไดจ์คอย่าง สเตฟาน เดอ ฟราย นายทวารเป็น ทิม ครูล ที่ขึ้นมาแทนยาสเปอร์ ซิเลสเซ่นที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

แต่ก็อย่าลืมว่าเดอ บัวร์เพิ่งจะผ่านประสบการณ์การคุมทีมชาติชุดนี้ไปเพียงแค่ 8 นัดเท่านั้น โดย 4 นัดมาจากเกมเนชั่นส์ ลีก ที่พวกเขาเก็บได้ 8 คะแนนจากทั้งหมด 12 คะแนน แทรกด้วยเกมเสมอสเปน 1-1 ที่ทำให้เขานำทีมจบที่ผลเสมอ 3 นัดติดต่อกัน

ไม่ต่างกับอัศวินที่ไร้แรงจูงใจในการออกไปรบ เนเธอร์แลนด์พ่าย 4-2 ต่อตุรกีในเกมถัดมา ก่อนจะมาเอาชนะคู่แข่งที่เบามือลงมาอย่างลัตเวียและจิบราลตาร์ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก แม้ว่าผลงานอาจจะฟังดูแล้วไม่ได้แข็งแกร่งอะไร แต่พวกเขาก็มีจุดเด่นตรงเสียประตูน้อย เฉลี่ยอยู่ที่ 0.88 ต่อเกมตลอดรอบคัดเลือกยูโร 2020 โดยที่คูมันสามารถพาทีมจบอันดับสองของกลุ่มรองจากเยอรมัน ชนะ 6 จาก 8 นัดที่ลงเล่น โดยนัดเดียวที่แพ้ก็เป็นการพ่ายให้กับลูกทีมของโจอาคิม เลิฟนั่นเอง

This image has an empty alt attribute; its file name is E25hK89XwAIPY4--1024x682.jpg

นับตั้งแต่โมเมนต์ที่ มาร์โก ฟาน บาสเท่น จัดการซัดลูกวอลเล่สุดคลาสสิคที่มิวนิคในเกมดับสหภาพโซเวียต ช่วยขุนพลดัตช์คว้าแชมป์เมเจอร์สมัยแรกเมื่อราวๆกว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา นับตั้งแต่นั้นทีมชาติเนเธอร์แลนด์ก็ทำได้เพียงแค่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมาที่จะได้สร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้ง หากมองภาพรวม ก็จริงอยู่ที่ลูกทีมของเดอ บัวร์ชุดนี้ยังไม่สามารถเทียบชั้นกับทีมชุดคลาสสิคในอดีต แต่การจะตัดพวกเขาที่มีนักเตะระดับคุณภาพคับทีมแบบนี้ออกจากหนึ่งในตัวเต็งของปีนี้มันก็จะยังไงยังไงอยู่

ทั้งนี้เนเธอร์แลนด์ อยู่ในกลุ่ม ซี ของรอบแบ่งกลุ่ม โดยจะลงเตะนัดแรกพบกับ ยูเครน วันที่ 13 มิ.ย. ต่อด้วยเจอ ออสเตรีย วันที่ 17 มิ.ย. และปิดท้ายกับ มาซิโดเนียเหนือ วันที่ 21 มิ.ย. นี้

รายชื่อ 26 ผู้เล่นทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ชุดลุยสู้ศึก ยูโร 2020

ผู้รักษาประตู:

ทิม ครูล (นอริช)

มาร์เท่น สเตเคเลนเบิร์ก (อาแจ็กซ์)

กองหลัง:

นาธาน อาเค่ (แมนฯ ซิตี้)

ดาเล่ย์ บลินด์ (อาแจ็กซ์)

มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ (ยูเวนตุส)

สเตฟาน เดอ ฟราย (อินเตอร์ มิลาน)

เดนเซล ดุมฟรายส์ (พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น)

ยูร์เรียม ทิมเบอร์ (อาแจ็กซ์)

พาทริก ฟาน อานโฮลต์ (คริสตัล พาเลซ)

โจเอล เวลต์มัน (ไบรท์ตัน)

โอเว่น ไวจ์นดัล (อัล์คมาร์)

This image has an empty alt attribute; its file name is E3ORHFZWUAM9HlT-1024x682.jpg

กองกลาง:

แฟรงกี้ เดอ ยอง (บาร์เซโลน่า)

มาร์เท่น เดอ รูน (อตาลันต้า)

ไรอัน กราเวนแบร์ช (อาแจ็กซ์)

ดาวี่ คลาสเซ่น (อาแจ็กซ์)

เทิน คูปไมเนอร์ส (อัล์คมาร์)

จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (ลิเวอร์พูล)

กองหน้า:

สตีเว่น เบิร์กฮุยส์ (เฟเยนูร์ด)

ลุค เดอ ยอง (เซบีย่า)

เมมฟิส เดอ ปาย (โอลิมปิก ลียง)

โคดี้ กัคโป (พีเอสวี)

ดอนเยลล์ มาเล่น (พีเอสวี)

ควินซี่ โพรเมส (สปาร์ตัก มอสโก)

วูท เวกฮอร์สท์ (โวล์ฟสบวร์ก)