ส่องดาวเด่น “เอล กลาซิโก้” ในวันที่ไร้เงา “โด้และเมสซี่”

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ฤดูกาล 2008/09 ที่ บาร์เซโลน่า พบกับ เรอัล มาดริด โดยไม่มีสองดาวดังอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ แต่ในยุคนี้และต่อไป เอล กลาซิโก้ ยังน่าสนใจอีกหรือไม่ ซึ่งนี้ก็คือดาวเด่นของทั้งสองทีมที่น่าจับตาในขณะนี้

เมมฟิส เดปาย

หากจะพูดถึงเรื่องของ เมมฟิส เดปาย และหน้าที่ที่เขาต้องรับผิดชอบใน บาร์เซโลน่า เราต้องยอมรับกันก่อนว่านี่จะเป็นหัวข้อที่ค่อนข้างน่าสงสารพอสมควร เพราะการมาของเขาคือความหวังในเกมรุกของทัพต่างดาวยุคนี้ แต่ว่าหากพูดกันตามตรงแข้งรายนี้ยังไม่สามารถรับมือความท้าทายครั้งใหม่ได้ดีเท่าไหร่

อย่างที่เราเห็นๆ กันแล้ว เมมฟิส คือผู้เล่นมากความสามารถด้วยผลงานที่ทำไปแล้ว 76 ประตูจากการลงสนาม 78 นัดในทุกรายการร่วมกับ โอลิปิก ลียง อดีตต้นสังกัด ขณะเดียวกันเขาก็ทำไปแล้ว 35 ประตูจาก 73 นัดร่วมกับทีมชาติฮอลแลนด์ แต่ผลงานในตอนนี้การวาดลวดลายของเขาในสนามมันติดขัดไปหมด มันแสดงออกให้เห็นว่าเขานั้นเต็มไปด้วยความกดดันและนั่นทำให้ผลงานของเขายังไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

คงต้องยอมรับจริงๆ ว่าการมาของเขาไม่อาจเทียบเท่า ซัวเรซ หรือ เนย์มาร์ รวมไปถึง เมสซี่ อดีตยอดแนวรุกของทีม แต่ก็ต้องเข้าใจว่าการปรับตัวคือเรื่องสำคัญ ด้วยฝีเท้าที่เขามีมั่นใจได้เลยว่า 4 ประตูใน ลา ลีกา จาก 9 นัดนั้นจะพุ่งขึ้นได้อย่างแน่นอนหากเขาไม่หมดกำลังใจไปเสียก่อน

คาริม เบนเซม่า

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า คาริม เบนเซม่า คือผู้เล่นที่ดีเสมอมาตลอดการค้าแข้งร่วมกับ เรอัล มาดริด เขามีทั้งความเฉียบขาดที่เป็นปัจจัยสำคัญในการจบสกอร์ อีกทั้งยังสามารถแอสซิสให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งต้องยอมรับว่าจริงๆ ว่า เขามีคุณสมบัติของแนวรุกที่ดีอยู่อย่างครบถ้วน

คงต้องขอบคุณ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ทำให้ เบนเซม่า กลายเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถรอบด้าน เพราะในสมัยที่พวกเขาร่วมงานกันหัวหอกทีมชาติฝรั่งเศสต้องปรับตัวและบทบาทในการเล่นเพื่อชูให้ดาวดังชาวโปรตุเกสเฉิดฉายอยู่บ่อยครั้ง และเขาก็ทำได้ดีไม่เบาเลยทีเดียว

ข้ามมาถึง เรอัล มาดริด ในยุคนี้ เบนเซม่า แทบจะกลายเป็นศูนย์กลางของทีม เขาต้องเป็นผู้แบกรับความหวังในการจบสกอร์ของ เรอัล มาดริด มากกว่าครั้งที่มีสตาร์ดังดีกรีรางวัล บัลลง ดอร์ ร่วมงาน ซึ่งเขาก็ทำได้ดีจริงๆ ด้วยสถิติ 11 ประตูจากการลงสนาม 12 นัดในทุกรายการ

จริงอยู่ที่หากราชันชุดขาวยังมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ประดับทีมอยู่เกมรุกของพวกเขาจะน่ากลัวอย่างมาก แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าเมื่อไม่มีสตาร์ดังรายดังกล่าวแล้ว คาริม เบนเซม่า ก็ได้เฉิดฉายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เปดรี้

Pedri's absence and Fati's lack of fitness is fantastic news for Barcelona  heading into El Clasico - Football Espana

มาต่อกันด้วยดาวรุ่งกันบ้าง หาก เมมฟิส เดปาย คือผู้แบกความหวังคนใหม่ของ บาร์เซโลน่า เปดรี้ ก็คือผู้เล่นอีกรายที่คอยแบ่งเบาภาระและคอยบรรเทาให้ทัพต่างดาวไม่เละเทะไปมากกว่าที่มันควรจะเป็น

แม้จะวัยเพียง 18 ปีเท่านั้นแต่เขาก็ได้กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของ บาร์เซโลน่า ไปแล้ว เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาเขาลงสนามให้กับทีมไปถึง 52 นัด ขณะที่ก็รับบทเด่นในการพาทีมชาติสเปนตะลุยไปถึงรอบรองเลิศในศึก ยูโร 2020 พร้อมกับรับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำรายการ นอกจากนั้น เปดรี้ คนนี้ก็ยังเป็นส่วนสำคัญในการพาทัพกระทิงดุลุยถึงรอบชิงชนะเลิศโอลิมปิกอีกด้วย นับว่าเป็นปีที่ดีของเขาจริงๆ

แน่นอนอนาคตของเขายังอีกไกลด้วยวัยเพียงน้อยนิด และดูเหมือนว่า บาร์เซโลน่า จะคาดหวังแข้งรายนี้เอาไว้อย่างมากเพราะล่าสุดทางสโมสรได้ออกมายืนยันเกี่ยวกับการต่อสัญญาแข้งรายนี้แล้ว โดยเขาจะอยู่ช่วยทีมในถิ่นคัมป์ นู ถึงปี 2026 พร้อมกับค่าฉีกสัญญาที่สูงถึงหนึ่งพันล้านยูโรเลยทีเดียว งานนี้ใครหวังจะฉกตัว เปดรี้ เหมือนกรณี เนย์มาร์ คงยากหน่อยล่ะ

ติโบต์ กูร์กตัวส์

ปิดท้ายกันด้วยตำแหน่งที่แปลกตากันหน่อยอย่างผู้รักษาประตู ซึ่งก็เป็นคิวของ ติโบต์ กูร์ตัวส์ ที่แม้ว่าการมาเฝ้าเสาในถิ่น เบร์นาเบว ช่วงแรกอาจมีติดขัดไปบ้าง แต่พอผ่านไปสักระยะเขาก็เริ่มได้รับความไว้ใจจากแฟนบอล

ดั่งคำกล่าวที่ว่าหากคุณจะชนะในหนึ่งเกมแนวรุกจะเป็นคนคว้าชัยมาให้คุณ แต่หากคุณจะคว้าแชมป์บรรดาแนวรับคือปัจจัยหลักในการเอาแชมป์มาให้คุณ และต้องยอมรับจริงๆ ว่าแชมป์ลีกเมื่อปี 2020 กูร์กตัวส์ คือส่วนสำคัญของทีม

สำหรับผลงานที่ผ่านมาเขาเฝ้าเสาให้กับ เรอัล มาดริด ไปแล้ว 141 นัดพร้อมกับร่วมกันคว้า ลา ลีก้า, ลีก คัพ และ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ อย่างละสมัย