ส่องขุมกำลัง “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” กับภารกิจล่าแชมป์ยูโร

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

เบลเยียมจัดว่าเป็นอีกทีมที่ออกสตาร์ทได้ดีในศึกยูโรครั้งนี้ พวกเขาเพิ่งจะเอาชนะรัสเซียมา 3-0 และนี่เป็นเพียงแค่น้ำจิ้มสำหรับทีมที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่การคว้าแชมป์ในรายการนี้

หลังจากที่โชว์ผลงานได้อย่างดีในศึกฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมาด้วยการคว้าอันดับสาม ทำให้ในศึกยูโรครั้งนี้ทีมชาติเบลเยียมเลยกลายเป็นอีกทีมเต็งคว้าแชมป์ในรายการนี้ ซึ่งหากพูดกันตามตรงแล้วด้านคุณภาพนักเตะทีมของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ นั้นจัดว่าอยู่ในขั้นยอดเยี่ยมไม่แพ้ทีมเต็งทีมอื่นๆ เลย

ดาวเด่นประจำทีม

ผู้รักษาประตู: ติโบต์ กูร์กตัวส์

เริ่มกันด้วยตำแหน่งสำคัญอย่างผู้รักษาประตูประจำทีม ติโบต์ กูร์กตัวส์ หนึ่งในกำลังหลักที่พาทีมชาติเบลเยียมจบที่สามในศึกฟุตบอลโลกปี 2018 และชื่อนี้การันตีความยอดเยี่ยมด้วยรางวัลถุงมือทองคำประจำรายการจากสถิติเก็บคลีนชีทได้ถึง 6 ครั้งและสถิติการเซฟไปถึง 27 ครั้งใน 7 แมตช์ ในส่วนของทัวร์นาเมนต์นี้เขายังคงจะได้รับบทเด่นพร้อมกับรักษาฟอร์มเหนียวได้เช่นเคยแน่นอน

กองหลัง: โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์

Watch: Toby Alderweireld puts Belgium in danger with terrible pass - Planet  Football

ตามมาด้วยอีกตำแหน่งที่สำคัญและเรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักในเกมรับเลยนั้นก็คือกองหลัง ทีมชาติเบลเยียมจัดว่ามีแนวรับสุดเก๋าถึงสองรายนำโดย โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ตามมาด้วย ยาน แฟร์ต็องเก้น สองคู่หูที่เคยร่วมงานกันมาก่อนในถิ่นของสเปอร์สที่แม้ว่าตอนนี้จะแยกทางกันแล้วแต่ความไว้เนื้อเชื่อใจของพวกเขายังคงมีอยู่

อีกรายที่มองข้ามไปไม่ได้เลย เจสัน เดนาเยอร์ เซ็นเตอร์แบ็ควัย 25 ปีจากโอลิมปิกลียงที่ก็โชว์ฟอร์มอยู่ในเกณฑ์ดีเช่นกันในช่วงที่ผ่านมา โดยสิ่งที่ยืนยันความแข็งแกร่งของเกมรับทีมชาติเบลเยียมได้ดีที่สุดคือตลอด 2 นัดล่าสุดพวกเขายังไม่เสียเลยแม้แต่ประตูเดียว

กองกลาง: เควิน เดอ บรอยน์

ในส่วนของแดนกลางคงต้องยกบทเด่นให้กับ เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์อัจฉริยะจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่พลาดลงสนามช่วยทีมในเกมนัดแรกที่พบกับรัสเซีย เรื่องศักยภาพของแข้งรายนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความเพราะความสำเร็จร่วมกับทัพเรือใบสีฟ้าและศึกฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดนั้นคือสิ่งที่ยืนยันได้ดีที่สุด

อย่างไรก็ตามอีกประเด็นที่น่าสนใจคือการพลาดลงสนามในนัดเปิดหัวยูโรของเขานั้นแสดงให้เห็นว่าทีมของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ไม่ได้หวังพึ่งพา เดอ บรอยน์ เพื่อสร้างสรรค์เกมรุกเพียงคนเดียว แต่มันจะดีขึ้นมากแค่ไหนหากแข้งรายนี้กลับมาพร้อมช่วยทีมได้อีกครั้ง ซึ่งก็คาดว่าเกมนัดหน้าเราจะได้เห็นเขาโลดแล่นบนสนามอย่างแน่นอน

กองหน้า: โรเมลู ลูกากู

สำหรับนาทีนี้ตัวแบกความหวังในการล่าสกอร์ของทีมชาติเบลเยียมของเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก โรเมลู ลูกากู ที่ต้องยอมรับจริงๆ ว่าตั้งแต่ย้ายไปร่วมงานกับ อินเตอร์ มิลาน ชีวิตค้าแข้งของเขาก็ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาด้วยสถิติการทำประตูถล่มทลายจนทำลายสถิติของตำนานอย่าง โรนัลโด้ และดูเหมือนว่าความร้อนแรงของเขาหยุดไม่อยู่ง่ายๆ เพราะนัดเจอกับทีมชาติรัสเซียล่าสุดนั้นหัวหอกรายนี้ทำไปถึง 2 ประตู

มาร์ติเนซ กับภารกิจเรียกความมั่นใจของ อาซาร์

UEFA Euro 2020: Hazard's last Belgium goal was against Russia: Can he  return to form in Saint Petersburg? | Marca

นับว่าเป็นอีกประเด็นที่มีคนให้ความสนใจเยอะเช่นกันสำหรับ เอแด็น อาซาร์ ที่ควรจะเป็นอีกหนึ่งแข้งความหวังของเบลเยียม แต่ด้วยอาการบาดเจ็บคอยรบกวนทำให้เขายังคงไม่ประสบความสำเร็จร่วมกับ เรอัล มาดริด เลย

แม้หลายคนอาจเลิกหวังในตัวแข้งรายนี้แล้ว แต่มันไม่ใช่สำหรับ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ เพราะเขาเคยให้สัมภาษณ์แล้วว่า

“เรามองย้อนถึงความสำคัญของ เอแด็น อาซาร์ ที่มีต่อทีมเราเสมอ”

“สำหรับสถานการณ์ตอนนี้ เราใกล้ชิดกับ เอแด็น อาซาร์ มากและเรารู้ว่าเขาเป็นอย่างไร”

“เราค่อนข้างพอใจกับการรักษาของเขา ผมคิดว่าระดับความฟิตของเขานั้นอยู่ในระดับที่น่าพอใจจริงๆ “

“เขาดูเหมือนผู้เล่นที่กำลังจะกลับมาโชว์ฟอร์มเด่นได้อีกครั้งเร็วๆ นี้”

กลยุทธ์ของโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ

สำหรับกุนซือรายนี้เขามักจะใช้ระบบ 3-4-2-1 เป็นหลัก โดยเริ่มตั้งแต่ตำแหน่งผู้รักษาประตูคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ติโบต์ กูร์ตัวส์ ที่จะรับหน้าที่นี้เป็นหลัก ถัดมาเป็นแนวรับหลักๆ แล้วคาดว่าจะเป็น ยาน แฟร์ต็องเก้น เจสัน เดนาเยอร์ และ โทบี้ อัลเดอไวเรลด์ ที่จะรับมือกับเกมรุกคู่ต่อสู้ ซึ่งจากผลงานของพวกเขา 2 นัดที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีพอสมควรด้วยสถิติที่ยังไม่เสียเลยแม้แต่ประตูเดียว

สำหรับเกมรับที่ริมเส้น มาร์ติเนซ จะเลือกใช้เป็น ธอร์แกน อาซาร์ และ โธมัส มูนิเย่ร์ ที่จะยืนค่อนข้างสูงหน่อยและรับบทเป็นวิงแบ็คคอยสนับสนุนทั้งเกมรับและเกมรุก สำหรับผลงานล่าสุดแข้งเสือเหลืองทำไปหนึ่งประตูให้กับทีมชาติเบลเยียมในนัดที่เอาชนะรัสเซีย 3-0

De Bruyne to miss Belgium's Euro 2020 opener as Martinez confirms mask call  for Man City star | Goal.com

สำหรับแดนกลางคงต้องยกหน้าที่ให้กับ ตีเลอมันส์ และ วิตเซล ที่จะคอยผสานงานระหว่างเกมรุกและรับให้ไหลลื่น ในส่วนของรายหลังอย่าง วิตเซล ยังคงต้องลุ้นเช็คความพร้อมกันอีกทีเพราะเจ้าตัวกำลังพักรักษาอาการเจ็บที่เอ็นร้อยหวายอยู่ในขณะนี้

ตามมาด้วยเกมรุกสำหรับผู้เล่นที่ดีที่สุดในทีมคงต้องยกให้ เควิน เดอ บรอยน์ และ เอแด็น อาซาร์ สองความหวังของทีมแต่ยังไม่ได้โชว์ฟอร์มกันเลยในนัดเปิดรายการ ด้านมิดฟิลด์จาก แมนฯ ซิตี้ กำลังอยู่ในช่วงบาดเจ็บที่เบ้าตาซ้าย ขณะเดียวกัน เอแด็น อาซาร์ ก็ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในช่วงครึ่งหลังซึ่งก็ยังไม่ได้โชว์ฟอร์มโหดจนน่าประทับใจสักเท่าไหร่ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะยังขาดความมั่นใจหลังจากที่ต้องเจออาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ไม่ขาดสาย

ด้วยเหตุที่กล่าวข้างต้นทำให้ ยานนิค คาร์ราสโก้ และ ดรีส์ เมอร์เท่นส์ รับบทเพลย์เมคเกอร์ในเกมที่เจอกับทีมชาติรัสเซีย อย่างไรก็ตามหากอะไรๆ ลงตัวแล้ว โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ต้องเลือกใช้งาน อาซาร์ และ เดอ บรอยน์ อย่างแน่นอน

ปิดท้ายด้วยตำแหน่งกองหน้าซึ่งก็ต้องเป็น โรเมลู ลูกากู อย่างแน่นอน เขายังคงโชว์ฟอร์มโหดอย่างต่อเนื่องด้วยสถิติ 3 ประตูจาก 2 นัดที่ลงให้ทีมชาติเบลเยียม ขณะเดียวกันหากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น มิชี่ บัตชูอายี่ จะรับหน้าที่นั้นแทน

รายชื่อ 26 ผู้เล่นทีมชาติเบลเยียมสำหรับลุยศึกยูโรครั้งนี้

ผู้รักษาประตู: ติโบต์ กูร์กตัวส์ (เรอัล มาดริด), ซิมง มินโญเล่ต์ (คลับ บรูจจ์), แมทซ์ เซลส์ (สตาร์สบูร์ก)

กองหลัง: โทบี้ อัลเดอไวเรลด์ (สเปอร์ส), เดดริค โบยาต้า (แฮร์ธ่า เบอร์ลิน), เจสัน เดนาเยอร์ (ลียง),โธมัส แฟร์มาเล่น (วิสเซล โกเบ), ยาน แฟร์ต็องเก้น (เบนฟิก้า), ธิโมที่ คาสตาญ (เลสเตอร์ ซิตี้), โธมัส มูนิเยร์ (ดอร์ทมุนด์)

กองกลาง:เควิน เดอ บรอยน์ (แมนฯ ซิตี้), เลอันเดร์ เดนดองเกอร์ (วูล์ฟแฮมป์ตัน), เดนนิส ปราท (เลสเตอร์ ซิตี้), ยูริ ตีเลอมันส์ (เลสเตอร์ ซิตี้), ฮันส์ ฟานาเก้น (คลับ บรูจจ์), อักเซล วิตเซล (ดอร์ทมุนด์), ธอร์กาน อาซาร์ (ดอร์ทมุนด์), ยานนิค การ์ราสโก้ (แอตเลติโก มาดริด), นาเซอร์ ชาดลี่ (อิสตันบลู บาซัคเซเฮีย), เอแด็น อาซาร์ (เรอัล มาดริด)

กองหน้า:เฌเรมี่ โดกู (แรนส์), มิชี่ บัตซูอายี่ (คริสตัล พาเลซ), คริสติย็อง เบนเทเก้ (คริสตัล พาเลซ), โรเมลู ลูกากู (อินเตอร์ มิลาน), ดรีส์ เมอร์เทนส์ (นาโปลี), เลอันโดร ทรอสซาร์ (ไบรท์ตัน)