วัดกันที่เกมรับ! ตัดเกรดผู้เล่นเกมนัดชิง “อังกฤษ VS อิตาลี”

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

อิตาลี ไม่ได้มีดีแค่สถิติสุดโหด พวกเขายังยืนยันความแข็งแกร่งด้วยการคว้าแชมป์ยุโรปครั้งนี้ไปครอง ขณะที่ทีมชาติอังกฤษที่มาแรงกว่าปีไหนๆ ทำได้แค่รองแชมป์ ทว่าเกมนัดล่าสุดของพวกเขาผู้เล่นคนไหนเด่นหรือดับกันบ้างล่ะ

อิตาลี

จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – 9 –
Tearful Gianluigi Donnarumma lays down marker as Italy's heir to Buffon |  Euro 2020 | The Guardian

เริ่มกันด้วยผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในเกมนี้ และเป็นเหตุผลสำคัญในการพาทัพอัชซูรี่คว้าแชมป์ ยูโร ในครั้งนี้ การจัดการกับลูกครอสของอังกฤษระหว่างเกมและการเซฟจุดโทษไปถึงสามครั้ง ไม่แปลกเลยที่เขาจะคว้าแมน ออฟ เดอะ แมตช์ และผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์นี้ไปครอง

โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ – 8 –

แม้จะมีพลาดทำทีมเสียประตูแรกไปอย่างรวดเร็วผลงานโดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี รับมือ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้อย่างอยู่หมัด

เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ – 8 –
Bonucci taunts England after Euro 2020 final win - CorrectScore

อีกหนึ่งผู้เล่นที่เรียกได้ว่าเป็นฮีโร่ประจำทัพอัซซูรี่ ในเรื่องเกมรับต้องเรียกว่าแทบจะหาข้อติไม่ได้ และยังต่อความหวังให้กับเพื่อนร่วมทีมด้วยการซัดประตูตีเสมอในนาทีที่ 86

จอร์โจ้ คิเอลลินี่ – 8 –
Chiellini: Dominant Italy were deserving Euro 2020 winners

สำหรับกองหลังมากประสบการณ์รายนี้ หน้าที่หลักของเขาคือการรับมือกับ แฮร์รี่ เคน แต่จะมีเสียท่าไปบ้างบางครั้งในลูกกลางอากาศ แต่หลังจากเรียกสติกลับมาได้เกมรุกทีมชาติอังกฤษก็แทบผ่านเขาไปไม่ได้เลย และความเป็นผู้นำของเขาก็เรียกพลังใจให้กับเพื่อนร่วมทีมอย่างมาก

เอแมร์ซอน – 7 –

แม้ว่าพวกเขาจะไม่มี เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า ในเกมนี้ แต่ เอแมร์ซอน ก็ทำหน้าที่นี้ได้ดีเช่นกัน ทว่ามีข้อผิดพลาดที่ปล่อยให้ คีแรน ทริปเปียร์ เปิดจนเป็นเหตุให้เสียประตูแรก

จอร์จินโญ่ – 7 –

สำหรับในเกม แข้งรายนี้ทำหน้าที่ตัวเองได้อย่างดี ทั้งการมีส่วนร่วมในเกมรุกและยังตัดเกมในแดนกลางทัพผู้ดี ความจริงแล้วแข้งวัย 29 รายนี้ควรจะได้ 8 คะแนนแต่ก็ต้องหักหลังจากพลาดจุดโทษ

มาร์โก้ แวร์รัตติ – 8 –

สำหรับแข้งรายนี้ดูเหมือนว่าเขาจะโชว์ฟอร์มไม่ออกเท่าไหร่ใน 15 นาทีแรก แต่พอตั้งหลักได้เขาก็เริ่มคุมเกมได้และเริ่มเล่นดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งหลัง แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 96

นิโคโล่ บาเรลล่า – 5 –

แม้ว่าจะมีโอกาสได้โชว์ทักษะความคล่องแคล่วและจังหวะจ่ายบอลสวยๆ อยู่บางครั้ง แต่โดยรวมแล้วเขาแทบไม่มีส่วนร่วมกับเกมเลย

เฟเดริโก้ เคียซ่า – 7 –
Federico Chiesa Shines as Italy Claim Euro 2020 Glory

ต้องยอมรับจริงๆ ว่าหากไม่มีแข้งรายนี้เกมรุกของทีมชาติอิตาลีคงจะจืดไปพอสมควร เพราะ เคียซ่า นั้นมักจะใช้ความคล่องตัวพาบอลจี้เข้าเขตอันตรายพร้อมกับหาโอกาสทำประตูอยู่ทุกเมื่อ

ลอเรนโซ่ อินซินเย่ – 7 –
Skill of the Day: Lorenzo Insigne (Italy) | UEFA EURO 2020 | UEFA.com

โดยรวมแล้วถือว่าเกมนี้ อินซินเย่ ทำผลงานไม่ตรงตามเป้าเท่าไหร่นัก อาจเป็นเพราะผู้เล่นแนวรับทีมชาติอังกฤษตามจี้อยู่เสมอ แต่อย่างไรก็ตามด้วยเหตุนี้ทำให้เพื่อนร่วมทีมเล่นเกมรุกได้ง่ายขึ้นมาก

ชิโร่ อิมโมบิเล่ – 4 –

สำหรับ ชิโร่ อิมโมบิเล่ ต้องยอมรับจริงๆ ว่าเขาแทบไม่มีส่วนร่วมกับทีมเลย ไม่เหมือนกับเกมที่เจอกับสเปน และด้วยเหตุนี้ทำให้เขาถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ยังไม่ครบ 1 ชั่วโมง

ไบรอัน คริสตันเต้ ลงสนามนาทีที่ 54 แทน นิโคโล่ บาเรลล่า – 7 –

การได้เขามาลงสนามในนาทีที่ 54 นั้นเรียกได้เลยว่าเป็นการเสริมแกร่งในแดนกลางได้อย่างที่ อิตาลี กำลังต้องการในขณะนั้น

โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ ลงสนามนาทีที่ 54 แทน ชิโร่ อิมโมบิเล่ – 7 – 

เกมรุกของ อิตาลี เปลี่ยนไปหลังจากแข้งรายนี้ลงสนามแทน อิมโมบิเล่ โดยเขาเกือบทำประตูชัยในได้ช่วงต่อเวลา ขณะเดียวกันเขายังเป็นคนประเดิมซัดจุดโทษและเรียกขวัญกำลังใจให้กับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างดี

เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ลงสนามในนาทีที่ 86 แทน เฟเดริโก้ เคียซ่า – 7 –
Italy becomes Euro 2020 champion after beating England 3-2 | Daily Sabah

แม้จะไม่ได้บู้ล้างผลาญเหมือน เคียซ่า แต่การได้เขาลงสนามในช่วงท้ายเกมก็ช่วยเติมเต็มความสดใสในเกมรุกของ อิตาลี ได้เป็นอย่างดี ซ้ำยังทำหน้าที่ได้ดีในช่วงดวลจุดโทษอีกด้วย

อันเดรีย เบล็อตติ ลงสนามในนาทีที่ 91 แทน ลอเรนโซ่ อินซินเย่ – 4 –

ต้องยอมรับจริงๆ ว่า การเปลี่ยน เบล็อตติ ลงสนามมานั้นแทบไม่ได้ช่วยอะไรได้เลย ซ้ำยังยิงจุดโทษพลาด

มานูเอล โลตาเคลลี่ ลงสนามในนาทีที่ 96 แทน มาร์โก้ แวร์รัตติ – 5 –

หลังจากที่เกมนัดก่อนทำผลงานได้อย่างดี แต่ทว่าเกมนี้บทบาทของเขานั้นแทบไม่มีเลยเนื่องจากลงสนามในช่วงท้ายเกม แต่โดยรวมแล้วถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ ลงสนามในนาทีที่ 118 แทน เอแมร์ซอน – n/a –

เนื่องจากลงสนามในช่วงท้ายเกมเกินไปจึงไม่สามารถให้คะแนนได้

อังกฤษ

จอร์แดน พิคฟอร์ด – 8 –
Why Jordan Pickford is an England goalkeeping giant despite Euro 2020 final  agony against Italy | News and Star

อีกหนึ่งผู้เล่นที่ทำผลงานได้ดีเกินคาด แต่โชคร้ายไปหน่อยที่เสียประตูตีเสมอหลังจากโชว์ช็อตเซฟสุดสวยจากลูกโหม่งของ แวร์รัตติ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็เซฟจุดโทษของ เบล็อตติ และ จอร์จินโญ่ ได้

ไคล์ วอล์คเกอร์ – 8 –

สาเหตุหลักๆ ที่เกมรุกของ อิตาลี แทบจะแหวกมาทำประตูไม่ได้ง่ายๆ คงต้องยกเครดิตให้ ไคล์ วอล์คเกอร์ ที่สมาธิดีตลอดทั้งเกมและรับมือกับเกมรุกของอัซซูรี่ได้อย่างดี

จอห์น สโตนส์ – 8 –

นอกจาก ไคล์ วอล์คเกอร์ แล้ว แนวรับอีกคนที่ทำหน้าที่ได้ดีก็คงต้องยกให้ จอห์น สโตนส์ ที่ตามประกบ อิมโมบิเล่ ได้อย่างอยู่หมัด เช่นเดียวกับแนวรุกทัพอัซซูรี่รายอื่นๆ

แฮร์รี่ แม็คไกวร์ – 8 –
Harry Maguire, Bjoern Kuipers - Harry Maguire and Bjoern Kuipers Photos -  Zimbio

สำหรับเกมหัวใจหลักในเกมรับของทีมชาติอังกฤษยังคงเป็น แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ที่ตลอดทั้งเกมแทบไม่มีผู้เล่นอิตาลีคนไหนที่ผ่านเขาไปได้เล่นในจังหวะโอเพ่นเพลย์ ขณะเดียวกันเขาก็ทิ้งท้ายด้วยการซัดจุดโทษได้อย่างไร้ที่ติ

คีแรน ทริปเปียร์ – 8 –

เป็นอีกผู้เล่นที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยมตั้งแต่ต้นเกมด้วยลูกครอสให้ ลุค ชอว์ ซัดเข้าไปตั้งแต่นาทีที่ 2 ไม่เพียงแค่นั้นเขายังเติมเกมรุกอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่เกมรับก็ทำได้ดีเช่นกัน

คัลวิน ฟิลลิปส์ – 8 –

มาถึงเกมในแดนกลาง คัลวิน ฟิลลิปส์ จัดเป็นอีกผู้เล่นที่ทำหน้าที่ได้ดีเช่นกัน เขามักจะขัดขวางการขึ้นเกมที่แดนกลางของ อิตาลี ได้เสมอ

เดแคลน ไรซ์ – 8 –

สำหรับแข้งรายนี้พูดได้คำเดียวว่าครบเครื่อง การเก็บบอลในแดนกลางและเติมเกมรุกของเขานั้นทำได้อย่างดีเยี่ยม แต่ทว่าครึ่งหลังเริ่มหมดบทบาทและถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

ลุค ชอว์ – 8 –
England's Luke Shaw scores fastest goal ever in a EURO final against Italy  at Wembley Stadium - Sportstar

สำหรับ ลุค ชอว์ เขาทำผลงานได้อย่างดีในทัวร์นาเมนต์นี้ และยิ่งดีมากกว่าที่ผ่านมาด้วยการซัดไปหนึ่งตุงให้ทีมชาติอังกฤษกุมความได้เปรียบตั้งแต่ต้นเกม ขณะเดียวกันเกมรับของเขานั้นก็ทำได้ดีด้วยเช่นกัน

เมสัน เมาท์ – 4 –

ในช่วงครึ่งแรกเขาหาตำแหน่งได้ดี แต่ทว่ายังไปกับบอลได้ไม่ดีนักและแทบไม่มีบทบาทในเกมรุกของทีมชาติอังกฤษเลย

ราฮีม สเตอร์ลิง – 5 –

แม้ว่าแข้งรายนี้จะพยายามทำในสิ่งที่ตัวเองได้รับมอบหมาย คือการพาบอลไปยังโซนอันตรายของคู่ต่อสู้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ ไม่เท่ากับเกมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาในทัวร์นาเมนต์นี้

แฮร์รี่ เคน – 4 –

เป็นอีกเกมที่ แฮร์รี่ เคน ทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน เขาแทบไม่มีโอกาสทำประตูหรือแม้แต่จะได้บอลในกรอบเขตโทษของอิตาลีเลย ยังดีที่ทำหน้าที่ซัดจุดโทษได้ดี แต่ผลงานโดยรวมนั้นยังน่าผิดหวัง

บูกาโย่ ซาก้า ลงสนามในนาทีที่ 70 แทน คีแรน ทริปเปียร์ – 4 –
Gareth Southgate says Bukayo Saka has been an 'absolute star' and declares  'blame me' for Arsenal starlet's penalty miss and England shootout defeat  in Euro 2020 final

ความจริงแล้วก็อยากจะปลอบใจที่แข้งอนาคตไกลรายนี้กล้าหาญรับหน้าที่ซัดจุดโทษในจังหวะสำคัญ แต่การที่เขาถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในครึ่งหลังด้วยความหวังใช้ความสดปั่นป่วนคู่ต่อสู้ เจ้าตัวกลับทำได้ไม่ดีเลย

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงสนามในนาทีที่ 74 แทน เดแคลน ไรซ์ – 5 –

เป็นอีกแข้งที่ทำผลงานได้ไม่โดดเด่นเท่าไหร่ เขาถูกเปลี่ยนตัวลงในนาทีที่ 74 พร้อมกับจ่ายบอลที่พอเป็นโอกาสทำประตูได้เพียงแค่ครั้งเดียว

แจ็ค กรีลิช ลงสนามในนาทีที่ 100 แทน เมสัน เมาท์ – 6 –

การเปลี่ยนตัวเอา แจ็ค กรีลิช ลงสนามในช่วงต่อเวลานั้นช่วยให้เกมรุกของอังกฤษดูมีชีวิตชีวามากขึ้น แต่ทว่าน่าเสียดายที่เจ้าตัวไม่ได้รับโอกาสในสังหารจุดโทษในช่วงตัดสินแชมป์

มาร์คัส แรซฟอร์ด ลงสนามแทน ไคล์ วอล์คเกอร์ น.120 – 5 –
Euro 2020: Rashford, Sancho and Sacco face racist abuse by England fans -  Bharat Times

ด้วยแทคติกสุดหวือหวาของ แกเร็ธ เซาต์เกต ทำให้แข้งรายนี้ต้องลงสนามในช่วงท้ายเกมด้วยตำแหน่งแบ็คขวา ในด้านเกมรับถือว่าทำได้ดีพอสมควร แต่ดันไปพลาดยิงจุดโทษไม่เข้า

เจดอน ซานโช่ ลงสนามในนาทีที่ 120 แทน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน – 4 –

เช่นเดียวกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ซานโช่ ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามเพื่อยิงจุดโทษ แต่ก็พลาดไปอย่างน่าเสียดาย