ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น! คัด 16 แข้งน่องอ่อนน่าจับตามองใน โอลิมปิกเกมส์ 2020!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ไม่เหมือนกับฟุตบอลชายที่มีการจำกัดอายุผู้เล่น ฟุตบอลหญิงในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 จึงเต็มไปด้วยบรรดาแข้งสาวดีกรีระดับซูเปอร์สตาร์ที่พร้อมระเบิดฟอร์ม พาทีมชาติของตัวเองขึ้นกระชากเหรียญทอง

วันนี้เราเลยถือโอกาสคัด 16 แข้งน่องอ่อนที่น่าจับตามองใน โอลิมปิกเกมส์ 2020 มาให้ทุกคนได้ทำความรู้จักพวกเธอกัน!

บาร์บรา แบนด้า (แซมเบีย)

หากแซมเบียสามารถเซอร์ไพรซ์สร้างความฮือฮาในโอลิมปิกหน้าร้อนนี้ได้ แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไร้ชื่อของบาร์บรา แบนด้าเป็นส่วนสำคัญ

หัวหอกดาวรุ่งจากทวีปแอฟริกาสร้างชื่อกระฉ่อนวงการฟุตบอลแดนกระทิงดุ ซัด 15 ประตูจาก 28 เกมที่ลงเล่นให้โลโกรโน่ ที่ตอนนั้นกำลังดิ้นรนหนีชั้น ก่อนจะออกไปอาละวาดพังประตูถล่มทลายต่อในลีกจีน

แม้จะมีอายุเพียง 21 ปี แต่ปัจจุบันเธอสวมปลอกแขนกัปตันให้กับทีมชาติของตัวเองเรียบร้อย จากผลงานสุดยอดยิง 18 ประตู ครองดาวซัลโวสูงสุดไชนีส วีเมนส์ ซูเปอร์ลีก ในปี 2020

เดบินญ่า (บราซิล)

สำหรับแข้งสาวจากแดนกาแฟรายนี้ได้รับคำยกย่องจาก วลัตโก้ แอนโดนอฟสกี หัวหน้าโค้ชทีมฟุตบอลหญิงของสหรัฐอเมริกา ว่าเป็นหนึ่งในนักเตะสาวที่ดีที่สุดของโลกในเวลานี้ รวมถึงตัวเธอยังอยู่ในอันดับ 9 ของการจัดอันดับ 50 นักเตะที่ดีที่สุดในโลกจากโกลที่รวมทั้งชายและหญิงอีกด้วย

เจ้าของแชมป์ NWSL สองสมัย และรางวัลนักเตะทรงคุณค่าของลีกประจำปี 2019 คือซูเปอร์สตาร์ของวงการฟุตบอลหญิงอย่างแท้จริง ดาวเตะจาก นอร์ธ แคโรไลนา คอเรจ ถูกพระเจ้าประทานพรให้มีความฉกาจโดดเด่นเรื่องสร้างสรรค์โอกาส , จ่ายบอลคิลเลอร์ พาสได้เหมือนดีดนิ้วสั่ง และเป็นความหวังในพลิกเกมยามสถานการณ์คับขันได้อยู่เสมอ

ทีมชาติบราซิลหญิงมีเกมรับที่แข็งแกร่งขึ้นทันตาภายใต้การคุมทีมของ เพีย ซุนด์ฮาแก และยิ่งกับการที่มีเดบินญ่าอยู่แล้ว เกมรุกของบราซิลนี่แหละที่สร้างปัญหาให้คู่แข่งนอนไม่หลับตลอดทริปที่ญี่ปุ่น

คริสเตียน เอนด์แลร์ (ชิลี)

คริสเตียน เอนด์แลร์ ชื่อนี้ชาวชิลีรู้จักดีในฐานะดาวดังประจำทีมชุดลุยโตเกียว โดยเธอถูกยกย่องอย่างแพร่หลายว่าเป็นหนึ่งในจอมหนึบสาวชั้นนำของโลก

เธอสร้างผลงานเหนือชั้นจนมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยม FIFPro เมื่อปีที่แล้ว หลังพาปารีส แซงต์ แชกแมง เขย่าวงการด้วยการปิดฉากซีซั่นพร้อมแชมป์ เฟรนช์ ลีก ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร พ่วงผลงานที่ยากจะทำลายอย่างการเก็บคลีนชีทมากถึง 19 นัดจาก 22 เกมที่ลงเฝ้าเสา และแน่นอนว่าฟอร์มหน้าปากประตูที่โหดเหี้ยมกระเทียมดองขนาดนี้ รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำปีก็ได้ย้ายไปตั้งไว้อยู่ในบ้านเธอเรียบร้อย

เอนด์แลร์ที่เพิ่งปิดดีลย้ายไปร่วมทีมกับ โอลิมปิค ลียง ยักษ์ใหญ่ประจำแดนน้ำหอมและแชมป์ยุโรป 7 สมัย จะเป็นกำลังสำคัญของชิลีชุดนี้ ซึ่งแน่นอนว่าเธอจะต้องพบเจองานหนัก เซฟอุตลุดกว่าที่สโมสรแน่นอน จากการที่ชาติบ้านเกิดของเธอผ่านเข้ามาเล่นโอลิมปิกเกมส์ 2020 ในฐานะทีมรองบ่อน

แอ็บบี้ เออร์เซ็ก (นิวซีแลนด์)

แอ็บบี้ เออร์เซ็ก อาจจะไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูมากนัก แต่เธอคือหนึ่งในนักฟุตบอลที่สร้างสีสันให้ทีมชาตินิวซีแลนด์ได้มากที่สุด กับดีกรีแชมป์ NWSL 3 สมัย และเจ้าของรางวัลกองหลังยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลเมื่อปี 2018

นอกจากนี้เธอยังเป็นแข้งคนแรกในประวัติศาสตร์(รวมทีมชาย) ที่ลงสนามรับใช้ทีมชาตินิวซีแลนด์ครบ 100 นัด และการผ่านทัวร์นาเม้นเมเจอร์มามากถึง 7 ครั้ง ยังบ่งบอกได้ชัดเจนว่าประสบการณ์ระดับนี้มันไม่ได้เป็นสองรองใครเลย

การลงรับใช้บ้านเกิดของเธอในโอลิมปิกหนนี้จะสำคัญยิ่งกว่าทุกครั้ง จากใจมุ่งมั่นที่อยากจะต่อสู้เพื่อ รีเบคก้า สก็อตต์ เซ็นเตอร์คู่หูในทีมชาติที่โชคร้ายไม่สามารถเข้าร่วมแข็งขันได้เนื่องจากตรวจเจอโรคมะเร็งเม็ดเลือด

การขาดหายไปของรีเบคก้า ทำให้นิวซีแลนด์เสียความสมดุลและเสียผู้เล่นคนสำคัญที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ นั่นจึงทำให้ภาระอันหนักอึ้งนี้ถูกฝากไว้ที่ แอ็บบี้ เออร์เซ็ก ในฐานะ ศูนย์รวมใจและผู้นำของทีม

ฮานนา กลาส (สวีเดน)

ฮานนา กลาส เพิ่งจะถูกแสงสปอตไลท์จับจ้องเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟอร์มส่วนตัวที่น่าทึ่งในแชมเปี้ยนส์ลีกกับ บาเยิร์น มิวนิค ที่ส่งผลให้ให้กุนซือเสือใต้น่องอ่อนอย่าง เยนส์ ชูเออร์ ถึงกับยกย่องให้เธอเป็นหนึ่งในแบ็คขวาที่ดีที่สุดของโลกในตอนนี้

“ผมเห็นการเคลื่อนที่ที่มีประสิทธิภาพของเธอ ความแม่นยำในการจ่ายบอล และความอันตรายที่เธอมีต่อการโจมตีของเรา” โค้ชเสือใต้ กล่าว

ด้วยเทคนิคและคุณภาพของกลาส เธอสามารถช่วยบาเยิร์น มิวนิคเถลิงแชมป์ลีกสมัยแรกในรอบ 5 ปีได้สำเร็จ และพาทีมทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศบนเวทียุโรปอีกต่างหาก

และในซัมเมอร์นี้ เธอก็หวังว่าจะสามารถช่วยสวีเดนรักษามาตรฐานสูงไว้ได้เหมือนเดิม หลังจากพลาดการมีส่วนร่วมกับทีมไวกิ้งสาวชุดคว้าเหรียญเงินเมื่อโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่บราซิล

ลอเรน เฮมพ์ (สหราชอาณาจักร)

อีกหนึ่งดาวรุ่งจรัสแสงที่พร้อมขึ้นมาเป็นสตาร์ในรุ่นต่อไป ลอเรน เฮมพ์ ในวัย 20 กระรัต แจ้งเกิดเป็นแข้งคีย์เพลเยอร์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปเรียบร้อยจนพี่ๆในทีมถึงกับมีอายกันบ้าง

หลังจากเจออาการบาดเจ็บ จนต้องห่างหายจากพื้นหญ้าไปตลอดช่วงครึ่งฤดูกาลแรก แกเร็ธ เทย์เลอร์ เฮ้ดโค้ชเรือใบก็ต้องถึงกับทึ่งไปเลยกับความแข็งแกร่งของลูกทีมที่เพิ่มพูนขึ้นทันทีที่เธอกลับมา หลังจากสลัดอาการบาดเจ็บและลงเล่นเกมแรกของฤดูกาลเมื่อเดือนธันวาคม เฮมพ์ก็โชว์ฟอร์มลุกเป็นไฟ ซัด 6 ประตูบวกกับทำอีก 8 แอสซิสต์ตลอด 15 เกมที่ลงเล่น

และผลงานอันไร้ที่ตินั้นเอง ที่ส่งให้เฮมพ์ผงาดซิวรางวัลนักฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยมประจำปีของ พีเอฟเอ ไปครองเป็นครั้งที่ 3 ทั้งๆที่ต่อให้คนอื่นด้วยการลงเล่นแค่ครึ่งฤดูกาล แต่ก็สามารถทำผลงานแซงสาวๆ คนอื่นจนคว้ารางวัลอันทรงเกียรติได้สำเร็จ แถมอายุของเธอยังแค่ 20 ปีเท่านั้น นอกจากนี้เธอยังจะได้รับตั๋วเครื่องบินเดินทางมาโตเกียวในฐานะแข้งทีมสหราชอาณาจักรกับทัวร์นาเม้นเมเจอร์แรกในชีวิตอีกด้วย

ลินด์เซย์ โฮแรน (สหรัฐอเมริกา)

ลินด์เซย์ มิเชล โฮแรน กระซวกประตูคู่แข่งไปแล้วถึง 55 ลูกตลอดการลงเล่นทีมชาติ 98 นัด เธอเป็นอาวุธทำลายล้างประจำแผงมิดฟิลด์ของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะการสนับสนุนจังหวะเข้าโจมตีที่คอยสร้างความอันตรายอย่างไม่ลดละ ทว่าบทบาทของโฮแรนในทัวร์นาเม้นที่ญี่ปุ่นอาจจะแปลกตาแฟนบอลไปสักหน่อย

จูลี่ เอิร์ทซ์ คือหนึ่งในผู้เล่นที่เป็นดั่งลมหายใจของทีมสาวจากแดนมะกัน เอิร์ทซ์เป็นเหมือนกาวที่ติดแน่นหนึบในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวโฮลด์บอลที่เธอประจำอยู่ แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่ต้องเผชิญก่อนทัวร์นาเม้นจะเริ่ม ดูเหมือนว่าหน้าที่ในการทดแทนฉุกเฉินจะตกเป็นของโฮแลน ที่โค้ชวางใจให้ถอยลงมารับผิดชอบ

ประสิทธิภาพการทำหน้าที่ของเธอในตำแหน่งที่ไม่ได้ถนัดหรือคุ้นเคยเท่าไหร่ อาจส่งผลถึงโอกาสในการคว้าเหรียญทองของทีมเลยทีเดียว มันขึ้นอยู่กับโฮแลนแล้วว่าเธอจะปรับตัวได้เร็วแค่ไหน หรือถ้าเอิร์ทซ์สามารถเรียกความฟิตกลับมารับผิดชอบเกมรับได้ทันช่วงราวๆกลางทัวร์นาเม้น ก็ไม่ต้องถามเลยว่าเมื่ออิสระในการเล่นกลับไปอยู่ที่โฮแรนแล้ว ทัพสาวจากแดนลุงแซมจะเป็นระเบิดที่มีอนุภาคร้ายแรงขนาดไหน

มานะ อิวาบูชิ (ญี่ปุ่น)

มาถึงคิวสาวเอเชียแท้ๆกันบ้าง กับแข้งหน้าตาจิ้มลิ้มอย่าง มานะ อิวาบูชิ หนึ่งในแข้งสำคัญของทัพซามูไรสาว เจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์ 2020

แข้งสาวร่างเล็กเจ้าของความสูง 156 เซนติเมตร มีโอกาสย้ายไปสัมผัสฟุตบอลเมืองผู้ดี ชูเสื้อซบแอสตัน วิลล่าเมื่อเดือนมกราคม ในฐานะการเสริมทัพที่น่าจับตามองสำหรับน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ วีเมนส์ ซูเปอร์ลีก

แม้ว่าสิงห์ผงาดจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์ดิ้นรนหนีตกชั้น แต่จอมทัพทีมชาติญี่ปุ่นรายนี้ก็สามารถจุดประกายการสร้างสรรค์เกมที่ตื่นตา มีชื่อทั้งยิงทั้งจ่ายกับ 2 ประตูในเกมเสมอเรดดิ้ง 2-2 รวมถึงลูกยิงร็อคเก็ตชู๊ตเสียบสามเหลี่ยมพาทีมพลิกเชือดไก่เดือยทอง 1-0

หลังจากฤดูกาลปิดฉาก อิวาบูชิ ได้รับโอกาสครั้งใหญ่อีกครั้งในชีวิต ถูกอาร์เซน่อลดึงตัวไปร่วมทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ ผนึกกำลังกับเพื่อนเก่าสมัยค้าแข้งที่บาเยิร์น มิวนิคอย่าง วิเวียน มีเดม่า และ ลิซ่า อีแวนส์ คู่จิ้นประจำซุ้มเดอะ กันเนอร์ส และตอนนี้เธอก็พร้อมแล้วที่จะหันมาเฉิดฉายในโอลิมปิกเกมส์ ที่จัดขึ้นในแผ่นดินบ้านเกิด

ในวัย 28 ปี อิวาบูชิแบกดีกรีแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2011(ตอนนั้นอายุ 18) และเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ ปี 2012 บวกกับประสบการณ์ที่พร้อมจะช่วยทีมชาติญี่ปุ่นสมหวังต่อหน้าแฟนๆของตัวเอง นี่คือจุดพีคในอาชีพของเธอ ผลงาน 6 ประตูกับอีก 5 แอสซิสต์ใน 5 เกมหลังที่ลงเล่นให้ทีมซามูไรบลูส์ คือเครื่องการันตีว่าฟอร์มเธอมันช่างร้อนเสียยิ่งกว่าเปลวเพลิง

คิม ลิตเติ้ล (สหราชอาณาจักร)

กองกลางจากสโมสรอาร์เซน่อล ถูกนายด่านคนสวยระดับตำนานของทีมชาติสหรัฐอเมริกาอย่าง โฮป โซโล ชูว่าเป็นนักเตะที่มีฝีเท้าที่ดีที่สุดที่เธอเคยลงเล่นด้วย และแน่นอนว่าคิม ลิตเติ้ล จะเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่น่าจับตามองให้โอลิมปิกเกมส์หนนี้

มิดฟิลด์สาวรายนี้คือหนึ่งในสามแข้งของทีมสหราชอาณาจักรที่ไม่ใช่คนอังกฤษ แม้ประเทศบ้านเกิดของเธออย่างสก็อตแลนด์จะถูกมองข้ามบ่อยครั้ง แต่ด้วยฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมบวกกับความเป็นผู้นำสูง ทำให้ คิม ลิตเติ้ลถูกแต่งตั้งให้เป็น 1 ใน 3 กัปตันของทีมสหราชอาณาจักรชุดนี้ด้วย

ลิตเติ้ลพลาดลงเล่นให้สโมสรดังจากลอนดอนเหนือไปพอสมควรในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ก็สามารถปิดฉากซีซั่นด้วย 2 ประตูจาก 3 เกมหลังสุด ซึ่งลูกที่สองที่เธอทำได้นั้นคือประตูสุดดราม่าในเกมกับเอฟเวอร์ตัน ซัดจุดโทษในนาทีสุดท้ายช่วยทีมเบียดชนะ 2-1 คว้าตั๋วไปแชมเปี้ยนส์ลีกให้เดอะ กันเนอร์สได้สำเร็จ

ความพิเศษของเธออยู่ที่การปั้นเกมและความสามารถในการควบคุมจังหวะที่ทำออกมาได้เหนือกว่าใคร ซึ่งเป็นศักยภาพที่สำคัญของสหราชอาณาจักรในการใช้ประโยชน์เพื่อไล่ล่าเหรียญรางวัลกลับบ้าน

แซม เคอร์ (ออสเตรเลีย)

สำหรับคนที่ติดตามฟุตบอลหญิงหรือเคยดูผ่านตามาบ้าง ชื่อของแซม เคอร์คงคุ้นหูท่านเป็นอย่างดี หลังจากคว้ารางวัลรองเท้าทองคำประจำลีกอังกฤษหรือ WSL ด้วยจำนวน 21 ประตูจาก 22 เกม บัดนี้เธอก็พร้อมแล้วที่จะเป็นดาวซัลโวประจำทัวร์นาเม้นทีมชาติต่อเลย

ดาวยิงวัย 27 ปี ระเบิดฟอร์มเปรี้ยงปร้างในทุกรายการที่ลงเล่นให้เชลซี เจ้าของแชมป์ฟุตบอลลีกอาชีพหญิงของอังกฤษหรือ WSL โชว์ซัดแฮตทริกในเกม Continental Cup รอบชิงนะเลิศเมื่อเดือนมีนาคม แถมยังเปิดตัวสวยหรูด้วยการซัดสามประตูในนัดประเดิมสนามเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกของตัวเองอีกด้วย

ทว่าเธอยังยิงประตูใครไม่ได้เลยใน 5 เกมหลังสุดนับตั้งแต่ โทนี่ กุสตาฟซ์ซันเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติออสเตรเลีย แต่ด้วยรูปเกมของจิ้งโจ้สาวที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมรับที่ถูกแก้ไขให้เป็นระเบียบมากขึ้น ที่นี่ก็อยู่ที่สาวน้อยอย่างเคอร์แล้ว ว่าจะสามารถเค้นฟอร์มเทพในรอบคัดเลือกมาระเบิดพาทีมไปให้ไกลอย่างที่ใจเธอต้องการได้หรือไม่?

มาร์ทา (บราซิล)

มาร์ทาไม่ใช่นักเตะธรรมดา แต่เธอคือสุภาพสตรีชั้นตำนานที่ยังโลดแล่นอยู่บนพื้นสนาม แม้ว่าเธอจะถูกยกให้เป็นนักเตะสาวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของวงการลูกหนังน่องอ่อน แต่ด้วยวัย 35 ปี ดูเหมือนว่าเธอจะหมดโอกาสในการลุ้นสัมผัสแชมป์โลกกับทีมชาติบราซิลแล้ว

ดาวเตะสาวจากแดนกาแฟผ่านประสบการณ์ร้อนหนาวมามากมาย ทั้งเป็นส่วนหนึ่งของยุคที่พาบราซิลเข้าชิงเหรียญทองในโอลิมปิกเกมส์ 2004 , ชิงฟุตบอลโลกปี 2007 และโอลิมปิกปี 2018 แต่ด้วยเม็ดเงินการลงทุนและการสนับสนุนที่ไม่เพียงพอ ทำให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นอุปสรรคที่ชุดรั้งบราซิลจากการเอื้อมมือแตะรางวัลใหญ่เหล่านั้น

อย่างไรก็ดีแม้ว่าทีมชาติจะเต็มไปด้วยเรื่องราวน่าผิดหวัง แต่อย่างน้อยมาร์ท่าในช่วงปลายอาชีพค้าแข้งก็ยังคงไม่หมดไฟที่จะรับใช้ประเทศบ้านเกิด เธอยังคงเปล่งประกายและเป็นหัวใจหลักของทีมภายใต้การดูแลของ เพีย ซุนด์ฮาแก เจ้าของเหรียญทองสองสมัยในฐานะโค้ช

วิเวียน มีเดม่า (เนเธอร์แลนด์)

คุณจะไม่สามารถหาใครในโลกฟุตบอลหญิงได้เหมือนสาวน้อย วิเวียน มีเดม่า อีกแล้ว

นี่คือยอดแข้งสาวแห่งยุค เธอคือแบบอย่างให้กับเด็กๆ เธอคือคนที่พร้อมจะมอบชีวิตให้กับฟุตบอล การแต่งตัวสวยๆอาจจะไม่ใช่เรื่องถนัดของเธอเท่าไหร่นัก เราจะเห็นมีเดม่าใส่แทร็คสูทและกางเกงวอร์มจนชินตา ถึงหน้าตาจะอ่อนหวาน เฮฮากับเพื่อนๆตามโซเชี่ยล มีเดีย แต่เวลาสองเท้าเหยียบสนามเมื่อไหร่เธอจะแปลงร่างกลายเป็นคนละคนทันที

มีเดม่าคือเพชรฆาตหน้าปากประตูที่หาตัวจับยาก เธอเกรี้ยวกราดทุกครั้งที่ทีมลงแข่ง โดยมีจุดเด่นที่เป็นนักเตะผสมผสานระหว่างกองหน้าเบอร์ 9 กับเพลเมกเกอร์หมายเลข 10

ดาวยิงจากอาร์เซน่อลคือหนึ่งในกองหน้าที่เฉียบคมที่สุดในโลกแบบไม่มีใครเถียง ปัจจุบันเธอเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของลีกอังกฤษ หรือ WSL ทั้งๆที่อายุเพิ่งจะ 24 ปีเท่านั้น

กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ยิ่งแล้วใหญ่ ตัวเลขสถิติประจำตัวของเธอมันเหลือเชื่อ ตะบันไปทั้งสิ้นถึง 73 ประตูตลอด 96 นัดที่ลงเล่น ครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลทีมชาติไปเรียบร้อยเช่นกัน

มีเดม่าเป็นส่วนสำคัญช่วยพาขุนพลแดนกังหันเถลิงแชมป์ยูโรเมื่อปี 2017 และเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเมื่อปี 2019 …. และในหน้าร้อนนี้ หลังจากสร้างสถิติเป็นแข้งคนแรกใน WSL ที่สามารถซัดอย่างน้อย 15 ประตูได้ 3 ฤดูกาลติดต่อกัน อัศวินสีส้มที่มีแม่ทัพอย่าง วิเวียน มีเดม่า ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น

คริสเตน เพรส (สหรัฐอเมริกา)

น่าเสียดายที่โลกอาจจะไม่ได้เห็นร่างเทพที่สุดของคริสเตน เพรสในฤดูกาลที่ผ่านมากับสโมสร ด้วยอาการป่วยที่ลากยาวเป็นระยะเวลานาน ทำให้เธอมีโอกาสออกสตาร์ทให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปเพียงแค่ 12 นัด ยิงได้ 4 ประตู

หากแต่ตอนนี้เธอกลับมาแล้ว คริสเตน เพรสเรียกคืนมาตรฐานของตัวเองกลับมาอีกครั้ง ท่ามกลางความคาดหวังและเป็นที่รู้ดีของสาวกว่าเธอจะสามารถพาสหรัฐอเมริกาขึ้นไปครองความยิ่งใหญ่

นับตั้งแต่เปลี่ยนปีมาเป็น 2021 แข้งน่องอ่อนวัย 32 ปี ซัดไปแล้ว 5 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์ให้ทีมชาติสหรัฐอเมริกาหญิง และพร้อมที่จะมีส่วนร่วมกับโอลิมปิกเกมส์หนนี้ในฐานะนักเตะตัวจริง หลังจากที่ฟุตบอลโลกปี 2019 ส่วนใหญ่เธอจะเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น

แม้ว่าเธอจะถูกจำกัดเวลาลงเล่นเมื่อ 2 ปีก่อน แต่หากจำกันได้ เพรสนี่แหละคือคนยิงประตูช่วยทีมดับอังกฤษ 2-1 ในรอบรองชนะเลิศ จนมาถึงทัวร์นาเม้นที่โตเกียวหนนี้ เชื่อว่าเพรสจะได้รับบทบาทเป็นตัวเอกอย่างเต็มตัว ด้วยฟอร์มปัจจุบันและโอกาสที่จะได้รับมากขึ้น นี่คือความตื่นเต้นของเต็งแชมป์อย่างสหรัฐอย่างแท้จริง

คริสติน ซินแคลร์ (แคนาดา)

ด้วยวัย 38 ปี นี่น่าจะเป็นโอลิมปิกเกมส์ครั้งสุดท้ายของเธอแน่นอนแล้ว กองหน้าจากแคนาดาครองสถิติในทัวร์นาเม้นฟุตบอลหญิงเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งดาวยิงสูงสุดหรือเหรียญทองแดงสองสมัยที่เธอมี

ซึ่งนอกจากนี้ก็ยังมีสถิติอีกมากที่รอเธอทำลายอยู่ และที่สำคัญซินแคลร์ยังครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลทีมชาติสำหรับทั้งฟุตบอลชายและหญิง ไม่ใช่ของแคนาดา แต่ของโลกที่ 187 ประตู

และแน่นอนว่าโอลิมปิกหนนี้ เป้าหมายของเธอคงไม่ใช่การกระซวกประตูมากมายเป็นกอบกำ แต่คือการพาทีมทะลุไปคว้าเหรียญรางวัลสีอื่นนอกจากทองแดงบ้าง ภายใต้การดูแลของโค้ช เบฟ พรีสต์แมน แคนาดาชุดนี้ดูจะมีจุดแข็งที่เกมรับมากกว่า เพราะนอกจากซินแคลร์แล้ว บรรดาตัวรุกที่เหลือกลับไม่ได้มีพิษสงเท่าที่ควร

หวาง ซวง (จีน)

หวาง ซวง นับว่าเป็นหนึ่งในนักเตะพรสวรรค์สูงสุดของจีนแผ่นดินใหญ่ หากแต่ว่าโอกาสที่จะได้พิสูจน์ตัวเองสำหรับเธอ มันกลับไม่ได้เข้ามาง่ายนัก

ย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีก่อน ในฟุตบอลบอลโลก 2015 หวาง ซวงมีอาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้เธอได้มีส่วนร่วมกับทีมในฐานะตัวสำรองเท่านั้น ก่อนที่ 4 ปีต่อมา แม้ว่าโอกาสที่เธอรอคอยอย่างยาวนานจะมาถึง แต่ทัพสาวจากแดนมังกรกลับทำผลงานน่าผิดหวัง ยิงได้เพียงประตูเดียวในรอบแบ่งกลุ่ม และตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายในที่สุด

ทีมชาติจีนในโอลิมปิกหนนี้ตั้งเป้าทำผลงานให้ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา และพวกเธอก็มีความหวังกับการมีหวางเป็นหัวใจหลัก ซึ่งในรอบคัดเลือกสู่โอลิมปิกเกมส์ จีนต้องเพลออฟเจอกับเกาหลีใต้ และเป็นมิดฟิลด์ตัวแสบอย่างหวาง ซวง ที่ซัดประตูดับโสมในนัดแรก ก่อนจะยิงประตูในช่วงต่อเวลาพิเศษของเลกสอง กระชากตั๋วสู่โตเกียวมาครองได้สำเร็จ

ส่วนในเวทียุโรป แข้งวัย 26 ปีก็ได้โอกาสแสดงความเก่งกาจให้เห็นมาแล้ว กับผลงาน 7 ประตูภายใต้สัญญาระยะสั้นกับปารีส แซงต์ แชกแมงเมื่อปี 2018/2019 ก่อนจะย้ายกลับไปอยู่กับสโมสรมหาวิทยาลัยอู่ฮั่น เจียงฮัน ในประเทศจีน

มินะ ทานากะ (ญี่ปุ่น)

เกมนัดแรกที่ผ่านมา ญี่ปุ่นที่ตามหลังแคนาดา 1-0 มีโอกาสได้ประตูตีเสมอจากจุดโทษของมินะ ทานากะ แต่เธอดันยิงพลาด ก่อนที่มานะ อิวาบูชิ จะมากู้หน้าตีเสมอได้สำเร็จในช่วงท้ายเกม ก็ดูเหมือนจะไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่รู้หรือไม่ว่า มินะ ทานากะ แข้งสาวจากแดนอาทิตย์อุทัย จริงๆแล้วเธอเป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น..

มินะ ทานากะ ปัจจุบันในวัย 27 ปีเกิดที่ประเทศไทย มีคุณพ่อเป็นคนญี่ปุ่น คุณแม่เป็นคนไทย แต่ต่อมาครอบครัวย้ายได้ไปอยู่ที่จังหวัดคานากาว่า ประเทศญี่ปุ่น

เธอเป็นดาวซัลโวสูงสุดของ เจแปนวีเมนฟุตบอลลีก ในปี 2016 ถึงปี 2019 และคว้ารางวัล MVP ของฟุตบอลเจแปนวีเมนฟุตบอลลีกในปี 2018 -2019 จนล่าสุดเธอได้มีโอกาสออกไปตามความฝันค้าแข้งในลีกยุโรปกับ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซ่น ด้วยสัญญายืมตัว