รวมฮิตแข้งปืนที่แฟนบอลส่ายหัว ก่อนออกจากซุ้มแล้วได้ดี!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

จากแต่ก่อนนี้ที่ใครย้ายออกจากอาร์เซน่อลไป ก็มักจะเจอกับมรสุมในช่วงขาลงของอาชีพค้าแข้ง บ้างก็ไม่ดีพอที่จะเล่นทีมใหญ่อีกต่อไป หากไม่ใช่นักเตะที่มีชื่อเสียงจริงๆก็จะหลุดลอยออกไปอยู่กับทีมขนาดเล็กตามลีกอื่นๆของยุโรป

ทว่าในตอนนี้โลกกลับหมุนเวียนเปลี่ยนไป เราได้เห็นเหตุการณ์ที่ตรงกันข้ามเกิดขึ้นกับแซร์จ กนาบรี้ หนึ่งในนักเตะที่เรียกได้ว่าพลิกชีวิตที่สุดในโลกฟุตบอล หลังเจ้าตัวผงาดทำผลงานโดดเด่นกับบาเยิร์น มิวนิค เป็นตัวหลักของสโมสรที่มีส่วนกับแชมป์บุนเดสลีก้าและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เช่นเดียวกันกับการยึดตำแหน่งในทีมชาติเยอรมันที่เต็มไปด้วยนักเตะฝีเท้าระดับพระกาฬได้อย่างเหนียวแน่น

ซึ่งก็ไม่ได้มีแค่พ่อหนุ่มจากทัพเสือใต้คนเดียวที่เคยโชว์ฟอร์มน่าผิดหวังจนสาวกเดอะ กันเนอร์สต้องส่ายหัว แต่กลับออกไปประสบความสำเร็จได้ดิบได้ดีกับชีวิตใหม่ของนอกรั้วเอมิเรตส์

จะมีใครกันบ้างที่โบกมือลาสนามซ้อมลอนดอน โคลนี่ย์ของไอ้ปืนใหญ่ เพื่อแจ้งเกิดเป็นสตาร์ภายใต้บ้านหลังใหม่? เริ่มจากคนแรกที่เราเพิ่งเอ่ยถึงไปเลยละกัน…

แซร์จ กนาบรี้

ย้อนกลับไปเมื่อตอนอายุ 16 ปี ดาวเตะจากแดนไส้กรอก เซ็นสัญญาเข้ามาร่วมงานกับทีมของอาร์แซน เวงเกอร์เมื่อปี 2010 ด้วยค่าตัวอยู่ที่ราวๆ 1 แสนปอนด์

ซึ่งในตอนนั้นหลายคนมองว่านี่คือดีลที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับอาร์เซน่อล เพราะนี่คือการเซ็นสัญญากับเด็กที่ถูกขนานนามว่าจะเป็นอนาคตแห่งวงการฟุตบอลเยอรมันเลยทีเดียว

แม้กระทั่งยอดเพลเมกเกอร์อย่างเมซุต โอซิล ก็ยังเคยออกมายกให้เพื่อนร่วมชาติรายนี้เป็นหนึ่งในนักเตะที่ฝีเท้าฉกาจที่สุดเท่าที่เขาเคยร่วมงานด้วย หลังได้เห็นกนาบรี้ในวัย 18 ปีออกไปโชว์เพลงแข้งในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกกับบาเยิร์น มิวนิค

และถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะเคยมีชื่อเข้าชิงรางวัลโกลเด้น บอย หรือ ดาวรุ่งยอดเยี่ยมเมื่อปี 2013 แต่อาการบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่เข่ากลับเป็นตัวฉุดรั้งพัฒนาการส่วนตัวของเขาให้ก้าวหน้าช้าลง

หลังจากหายหน้าไปนาน เมื่อเขากลับมาสู่ทีม กนาบรี้กลับพบว่าตัวเองนั้นกลายเป็นส่วนเกินของทีมไปแล้ว จนต้องระเห็จออกไปยืมตัวอยู่กับเวสต์บรอมเพื่อเรียกความมั่นใจและศรัทธาจากสต๊าฟฟ์โค้ชที่อาร์เซน่อลกลับมา

เรื่องราวกลับซ้ำร้ายกว่านั้น เมื่อดาวรุ่งชาวเยอรมันมีโอกาสลงเล่นในสีเสื้อมวยโลกเพียงแค่ 3 นัด พร้อมกับความเจ็บปวดใจที่โดนตอกย้ำ เมื่อกุนซือเวสต์บรอมในตอนนั้นอย่างโทนี่ พูลิส ตัดสินตัวเขาว่าไม่มีฝีเท้าดีพอหรือถึงขั้นที่จะเล่นในพรีเมียร์ลีกด้วยซ้ำ

เวงเกอร์ขายกนาบรี้ให้ แวร์เดอร์ เบรเมนไปด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์เมื่อปี 2017 และหลังจากกลับไปค้าแข้งในบุนเดสลีก้าได้เพียงปีเดียว เขาก็ถูกยักษ์ใหญ่จากบาเยิร์น มิวนิคกระชากตัวไปทำลายแนวรับคู่แข่งทั่วยุโรปจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

ดอนเยลล์ มาเลน

คนนี้เพิ่งย้ายไปเปิดตัวกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์สดๆร้อนๆ สำหรับดอนเยลล์ มาเลน ที่จะไปแทนตำแหน่งของ จาดอน ซานโช่ ที่ย้ายไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แข้งใหม่แกะกล่องจากทัพเสือเหลืองเก็บข้าวของย้ายออกจากลอนดอนไปเมื่อปี 2017 และหลังจากนั้นก็มีข่าวซุบซิบเชื่อมโยงเกี่ยวกับการกลับมาอาร์เซน่อล รวมถึงได้รับความสนใจจากลิเวอร์พูลและเอฟเวอร์ตัน ก่อนจะลงเอยในบุนเดสลีก้าในที่สุด

เดิมที่แล้วเจ้าตัวเป็นเด็กปั้นของอะคาเดมี่อาแจ็กซ์ อัมส์เตอร์ดัมอันลือลั่น ก่อนที่ปี 2015 จะเป็นอาร์เซน่อลที่ขอรับตัวไปปลุกปั้นต่อ

กระนั้นเองมาเลนกลับไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของไอ้ปืนใหญ่ได้ แม้ว่าครั้งหนึ่งอาร์แซน เวงเกอร์ จะเคยกล่าวถึงเจ้าหนูรายนี้ระหว่างปรีซีซั่นทัวร์ที่ประเทศออสเตรียเลียและจีน ว่าเป็นดาวรุ่งที่มีประสิทธิภาพในระดับที่น่าจับตามองก็ตาม

ในปี 2018 มาเลนได้รับบทได้ตัวหลักของพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ก่อนพาทีมประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ลีกแดนกังหันลมมาครอง พ่วงด้วยผลงานซัด 11 ประตูรวมทุกรายการ

นับวันแข้งวัย 22 ปีรายนี้จะยิ่งแข็งแกร่งและเก่งกาจขึ้นเรื่อย จนตอนนี้เขาได้กลายเป็นอนาคตของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ไปเป็นที่เรียบร้อย

อิสมาเอล เบนนาเซอร์

เมื่อ 6 ปีก่อน เบนนาเซอร์ตัดสินใจโบกมือลาสโมสรอาร์ลส์ ในฝรั่งเศส เพื่อมาวัดดวงบนเส้นทางอาชีพกับเดอะ กันเนอร์ส ก่อนจะได้โอกาสประเดิมสนามเกมลีกคัพในปีเดียวกัน พลิกนรกพ่าย 3-0 ให้กับทีมจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อย่างเชฟฟิลด์ เวนด์สเดย์

และด้วยความกระหายที่อยากจะลงวาดลวดลายให้แฟนบอลได้เห็น หลังจากย้ายมาอาร์เซน่อลได้ 2 ปี เบนนาเซอร์เลือกออกไปหาประสบการณ์และโอกาสลงเล่นกับตูร์ในลีกฝรั่งเศส ก่อนจะโชว์ฟอร์มเข้าตาหลายสโมสรในยุโรป จนสุดท้ายก็เป็นเอ็มโปลีที่เข้าเส้นชัยคว้าตัวอดีตเยาวชนตราไก่ชุด U-19 ไปร่วมทีม

ปี 2018 เบนนาเซอร์ช่วยสโมสรเลื่อนชั้นกลับมาสู่กัลโช่ เซเรีย อา และถึงแม้ว่าทีมจะล้มเหลวไม่สามารถอยู่รอดบนลีกสูงสุดได้ในซีซั่นถัดมา แต่ดูเหมือนว่าโชคชะตากำลังจะนำพาเบนนาเซอร์ออกไปเจออะไรที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น

เอซี มิลานจัดการเซ็นสัญญากองกลางจากทีมตกชั้นรายนี้ไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 14.2 ล้านปอนด์ พร้อมกับอาร์เซน่อลที่ได้ส่วนแบ่งจากการซื้อขายครั้งนี้ไป 4.5 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าแพงสูงพอสมควรสำหรับนักเตะที่ขึ้นมาจากลีกรอง

ในระดับทีมชาติ เบนนาเซอร์ มีส่วนพาแอลจีเรีย คว้าแชมป์แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพกลับไปฉลองที่บ้านเกิดเมื่อปี 2019 มาแล้ว และด้วยวัยที่เพิ่งจะอายุ 23 ปี อนาคตของกองกลางปีศาจแดงดำรายนี้ยังคงไปต่อได้อีกยาวไกลนัก…

วอยเชียค เชสนี่

ถ้าสโมสรระดับอย่างยูเวนตุสมอบหน้าที่ให้ใครสักคนเป็นถึงผู้สืบทอดตำนานของจิอันลุยจิ บุฟฟ่อนแล้วละก็… แน่นอนว่าชายคนนั้นจะต้องพิเศษและไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

หลังจากเบื่อหน่ายที่จะต้องรับมือกับนิสัยเด็กๆ เกเรเอาแต่ใจของเชสนี่ทั้งในและนอกสนาม ไม่ว่าจะเป็นโดนจับได้ว่าสูบบุหรี่ในห้องอาบน้ำหรืออะไรก็ตามแต่ อาร์แซน เวงเกอร์คือคนแรกที่เหลืออดกับพฤติกรรมของนายด่านรายนี้ จับแพ็คใส่กล่องส่งให้โรม่ายืมตัวใช้งาน 2 ปี ก่อนที่จะตกลงกับยูเวนตุสในการขายขาดจอมหนึบชาวโปแลนด์รายนี้ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์เมื่อปี 2017

ระหว่างที่ยืนพิทักษ์หลังบ้านให้ถ้ำหมาป่า เชสนี่เก็บคลีนชีทได้ถึง 14 นัดในฤดูกาลที่สองของเขากับทีม และช่วยโรม่าทำสถิติเก็บแต้มบนกัลโช่ เซเรีย อาได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์อีกด้วย

และหลังจากที่บุฟฟ่อนก้าวเท้าย้ายออกไปจากยูเวนตุสเมื่อปี 2018 วันนั้นก็เป็นวันที่อดีตนายทวารปืนใหญ่ได้รับมอบเสื้อเบอร์ 1 และทำหน้าที่เป็นหัวใจในเกมรับของทัพม้าลายอย่างเต็มตัว ซึ่งถึงแม้บุฟฟ่อนจะย้ายกลับมา แต่บัลลังก์ของเขาก็ได้ถูกเชสนี่ยึดครองไปเรียบร้อยแล้ว

เจฟฟ์ เรเน่-อเดเลด

เรเน่-อเดเลด เริ่นต้นเส้นทางสายลูกหนังกับสโมสรล็องส์ พร้อมกับความฉงนจากแฟนบอลปืนใหญ่ในตอนที่ดึงตัวแข้งรายนี้มาใช้งาน

มิดฟิลด์ร่างสูงโปร่งไม่เคยได้เฉียดเป็นตัวจริงในทีมของอาร์แซน เวงเกอร์เลย เคยโผล่มาให้แฟนที่ชื่นชมฝีเท้าในเอฟเอ คัพ กับซันเดอร์แลนด์ และ ซัตตัน ยูไนเต็ด

รวมทั้งสิ้นเจ้าตัวลงสนามไป 6 นัดก่อนจะย้ายกลับฝรั่งเศส ซบทีมอองเช่ร์เมื่อปี 2018 แบบไม่เปิดเผยค่าตัว และในฤดูกาลเดียวกันนั้นเอง เจ้าหนูรายนี้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ร้อนแรงที่สุดในลีกฝรั่งเศส ก่อนถูกโอลิมปิค ลียงทุ่มเงินคว้าตัวไปร่วมทัพเพื่อแทนที่นาบิล เฟกีย์ ที่ย้ายออกไป

ส่วนสาวกปืนใหญ่เมื่อทราบข่าวการย้ายไปร่วมทีมลียงของเจฟฟ์ เรเน่-อเดเลด ก็ถึงกับต้องเกาหัวด้วยความมึนงง กับดีลที่โอแอลต้องควักเงินสูงถึง 25 ล้านปอนด์เพื่อแลกกับดาวเตะส่วนเกินจากลอนดอนเหนือรายนี้

คาร์ลอส เวล่า

หลายคนคงจะจำเจ้าหนูคาร์ลอส เวล่าได้ดี กับฉายาที่เวงเกอร์เคยตั้งให้ว่า ‘เดอะ เม็กซิกัน ร็อบบี้ ฟาวเลอร์’

คาร์ลอส เวล่า เรียกได้ว่าราศีจับสุดๆ เมื่อเจ้าตัวสามารถพาทีมชาติเม็กซิโกคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกรุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปี พร้อมกับเป็นเจ้าของรางวัลรองเท้าทองคำประจำทัวร์นาเม้น ซึ่งแน่นอนว่าถ้ามีเด็กที่ระเบิดพลังขนาดนี้ บรรดาแมวมองฝั่งยุโรปมีหรือจะไม่ลุกฮือ

เวล่าคว้าตั๋วเครื่องบินลัดฟ้าสู่ลอนดอนเหนือ พร้อมเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับอาร์เซน่อลเมื่อปี 2005 และได้แผลงฤทธิ์เดชอันน่าทึ่งภายใต้สีเสื้อแดงขาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมลีกคัพ ที่พ่อหนุ่มจังโก้จัดการซัดแฮตทริก นำทีมถล่มเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดไปขาดลอย 6-0 เมื่อปี 2008

แต่เพราะโอกาสกับทีมชุดใหญ่ที่ค่อนข้างจำกัด คาร์ลอส เวล่าในเวลานั้นที่ต้องแข่งขันกับแข้งตัวรุกในทีมที่มีฝีเท้าเด่นกว่าอย่าง ธีโอ วัลค็อตต์ , อังเดร อาชาวิน และ ซามีร์ นาสรี่ ย่อมเป็นจังหวะชีวิตที่ไม่เป็นใจ จนในที่สุดจำเป็นต้องปลีกตัวเองออกมาอยู่กับเวต์บรอมวิชและเรอัล โซเซียดาดด้วยสัญญายืมในเวลาต่อมา

เวล่าแจ้งเกิดเป็นดาวเด่นได้ทันทีที่ย้ายมาโชว์ความสามารถในลา ลีก้า สเปน จนได้รับสัญญาถาวรจากโซเซียดาด ที่ปิดดีลเขาจากอาร์เซน่อลมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 2.5 ล้านปอนด์เมื่อปี 2012 ก่อนปัจจุบันเขาจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ประจำเมเจอร์ลีค ซ็อคเกอร์ไปแล้วกับ ลอส แองเจลิส เอฟซี

จิโอวานนี่ ฟาน บร็องฮอสต์

หลังจากเฉิดฉายอยู่กับเรนเจอร์สในสก็อตต์แลนด์ ดาวเตะอัศวินสีส้มตัดสินใจขยับเข้ามาในอังกฤษเพื่อหาความท้าทายที่หนักหน่วงและเข้มข้นกว่า และเป็นอาร์แซน เวงเกอร์เจ้าเก่าเจ้าเดิมที่จัดสรรงบ 8 ล้านปอนด์ไปกระชากตัวมาร่วมงาน

จิโอวานนี่ถูกเซ็นสัญญาเข้ามาเพื่อเป็นตัวแทนของ เอ็มมานูเอล เปอร์ตี ที่โบกมือลาทีมไป พร้อมกับผนึกกำลังเป็นคู่หูใหม่ของปาทริค วิเอร่าในแผงห้องเครื่อง

อย่างไรก็ดี อาการบาดเจ็บที่บริเวณเอ็นไขว้หน้าได้ทำให้จิโอวานนี่ ฟาน บร็องฮอสต์ต้องพักรักษาตัวอย่างแต่ในโรงพยาบาล หลังย้ายมาฝากอนาคตไว้กับทีมได้เพียงไม่กี่เดือน

และแม้ว่าจะหายกลับมาแล้ว แต่เวงเกอร์กลับประสบปัญหาในการหาตำแหน่งที่ดีที่สุดในกับนักเตะ จับ ฟาน บร็องฮอสต์ เล่นมิดฟิลด์บ้าง แบ็คซ้ายบ้าง จนแฟนๆปวดหัวไม่รู้ว่าจะเอาดีกับบทบาทไหนกันแน่

ในปี 2003 จากนักเตะที่ดูแล้วไม่น่าไปได้สวยกับอาร์เซน่อล ดาวเตะหังหันลมถูกยืมตัวไปอยู่กับาร์เซโลน่า สโมสรที่เขาลงเล่นรับใช้ทีมไปมากถึง 150 นัด ซิวแชมป์ลา ลีก้า สองสมัยและแชมเปี้ยนส์ลึกอีก 1 สมัย แถมยังเป็นการเอาชนะทีมเก่าอย่างอาร์เซน่อลในรอบชิงอีกด้วย

ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า

ไม่รู้ว่าจำกันได้ไหมว่านี่คือผู้สืบทอดตำนานเบอร์ 8 ต่อจากมือเฟรดดี้ ลุงเบิร์ก ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า ถูกอาร์แซน เวงเกอร์ หมายมั่นให้เป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ที่จะเข้ามาเพิ่มมิติในทีมของเขา

ทว่า ไม่รู้ว่าพอถึงเวลาจริง อะไรกันที่ทำให้เวงเกอร์เลือกที่จะไม่ให้โอกาสดาวเตะรายนี้ โดยมักหันไปใช้งานมาติเยอ ฟลามินี่ แข้งชาติเดียวกันไปจับคู่กับยอดมิดฟิลด์สมองเพชรอย่างเชสก์ ฟาเบรกาสแทน แถมบางครั้งยังจ่าดิยาร์ร่าไปยืนแบ็คขวาบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งเรื่องไปเปลี่ยนตำแหน่งนักเตะนี่ต้องยกให้เวงเกอร์เขาเลย จับคนนี้คนนั้นโยกไปตรงนั้นตรงนี้ แต่ส่วนใหญ่ผลลัพธ์จะไม่ได้ออกมาดีเท่าไหร่

เรียรู้ชีวิตกับ อาร์เซน่อล แค่ 5 เดือน เขาก็ถูกขายให้ พอร์ทสมัธด้วยค่าตัว 5.5 ล้านปอนด์ในปี 2008 และคว้าแชมป์เอฟเอ คัพกับปอมปีย์ ก่อนจะบรรลุข้อตกลงในดีลระดับโลก ย้ายไปชูเสื้อกับเรอัล มาดริดเมื่อปี 2009 ด้วยค่าตัว 18.8 ล้านปอนด์

ดิยาร์ร่าคว้าแชมป์ลา ลีก้ามาครองในฐานะนักเตะของราชัน ชุดขาว ก่อนที่จะประสบความสำเร็จคว้าทริปเปิ้ลแชมป์กับปารีส แซงต์ แชกแมงเมื่อปี 2018

ปัจจุบันแขวนสตั๊ดไปเป็นที่เรียบร้อย ลงสนามรับใช้ทีมชาติฝรั่งเศส 34 นัด แต่กลับอาร์เซน่อลเขาเคยสัมผัสเกมเพียงแค่ 7 หนเท่านั้น

โอกูซาน ออซยาคุป

สำหรับ ออซยาคุป ช่วงหนึ่งเคยตกเป็นข่าวว่าอาร์เซน่อลอยากดึงตัวกลับไปร่วมทีม หลังเจ้าตัวมีฟอร์มโดดเด่นในลีกตุรกี และกำลังใกล้สิ้นสุดสัญญากับต้นสังกัดอย่างเบซิคตัส

ทว่ามิดฟิลด์จากแดนไก่ง่วงที่ลงรับใช้ทีมชาติไปแล้ว 42 นัด กลับเมินที่จะกลับลอนดอนและเลือกที่จะอยู่กับเบซิคตัสต่อ

ออซยาคุป เติบโตมาจากอะคาเดมี่เฮลส์เอนด์ของอาร์เซน่อล และเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดคว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ ในปี 2009 แต่กลับได้รับโอกาสลงสัมผัสเกมกับทีมชุดใหญ่เพียงแค่สองนัด โดยหนึ่งในนั้นเป็นเกมลีก คัพปะทะชรูวส์บิวรี่ ก่อนถูกขายให้เบซิคตัสด้วยราคาถูกเหมือนให้ฟรีเพียงแค่ 4 แสนปอนด์เท่านั้น

 ริดวาน ดิลเมน อดีตนักเตะทีมชาติตุรกี ครั้งหนึ่งเคยกล่าวชื่นชมออซยาคุปว่าเป็นนักเตะระดับมันสมองอัจฉริยะ และสามารถเทียบได้กับระดับชั้นตำนานอย่างซีเนดีน ซีดานได้เลยในด้านของทักษะการเลี้ยงบอล ซึ่งแฟนบอลอาร์เซน่อลหลายคนก็เสียดายถึงทุกวันนี้เหมือนกันที่ครั้งหนึ่งเคยมีกองกลางที่ยอดเยี่ยมแบบนี้อยู่ในมือแท้ๆ แต่กลับปล่อยหลุดมือไป