ย้อนอดีต’โรนัลดินโญ่’ ความโดดเดี่ยวในนครปารีสและวันแจ้งเกิดใต้สีเสื้อเปแอสเช!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

จากดาวรุ่งสุดฮ็อตในบราซิลที่เกือบจะย้ายมาดับกับปารีส แซงต์ แชกแมง ซีซั่นนั้นโรนัลดินโญ่แจ้งเกิดบนเวทียุโรปอย่างเต็มตัวด้วยฟอร์มการเล่นอันมหัศจรรย์และปิดท้ายด้วยการร่วมทริปไปฟุตบอลโลกกับพี่ๆได้ยังไง?

ความรู้สึกโดดเดี่ยวและไม่เป็นที่ต้องการเกิดขึ้น ณ ใจกลางย่านที่โด่งดังเรื่องไวน์ ในประเทศฝรั่งเศส เป็นค่ำคืนที่โรนัลดินโญ่แทบอยากจะเอาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากระดกลงลำคอสักแก้ว

เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนปี 2001 ปารีส แซงต์ แชกแมงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ 1-0 ต่อทีมจากย่านเครื่องดื่มเลิศรสอย่าง บอร์กโดซ์ โดยที่สตาร์ตัวรุกของทีมถูกจับดองไว้ที่ม้านั่งสำรอง ไม่ได้ถูกเรียกใช้งานแม้กระทั่งในยามที่ทีมกัดฟันต้องการประตู

ตลอดสองปี โรนัลดินโญ่คือเด็กหนุ่มที่ปลุกเร้าฟุตบอลบราซิลให้ดึงกึกก้องไปด้วยเสียงดนตรีแห่งความตื่นตา แต่แล้ว 6 เดือนหลังทิ้งบ้านเกิดออกไปตามหาฝัน เจ้าหนูวัย 21 ปีกลับมีแววจะกลายเป็นพวกท่าดีทีเหลว เขาเลือกปารีส แซงต์ แชกแมง เป็นจุดออกสตาร์ทในเส้นทางฟุตบอลอาชีพ ทว่าตอนนั้นเขากลับได้รับโอกาสลงเป็นตัวจริงเพียงแค่ 2 หน แถมยังติดหนึบอยู่บนม้านั่งสำรอง จะลุกก็ลุกไม่ได้

ฟุตบอลโลก 2002 ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพก็ใกล้เข้ามาทุกที ส่วนเขาเองไม่ได้สัมผัสลูกบอลกับทีมชาติมานาน 6 เดือนเข้าไปแล้ว ดูเหมือนสิ่งรอบตัวที่เป็นอยู่จะไม่ได้ดำเนินไปตามอย่างที่เขาคิดเลย

โรนัลดินโญ่ มีสถานะเป็นสตาร์ดังอยู่แล้ว ในวันที่เขานั่งเครื่องมาลงจอดที่ สนามบิน ปารีส ชาร์ลเดอโกล เพื่อเปิดตัวเป็นผู้เล่นใหม่ของปารีส แซงต์ แชกแมงเมื่อปี 2001 ด้วยวัยเพียง 20 ปีเศษ ในระหว่างนั้นที่บราซิล ชื่อของเขาถูกพูดถึงไปทั่วประเทศ แถมได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเด็กนรกประจำแก๊งค์ที่เกรมิโอ สโมสรที่ฝึกปรือเขาในวัยเยาว์

เขาเริ่มอาชีพนักเตะกับสโมสรเกรมิโอ ในฐานะเยาวชนของสโมสร ก่อนจะได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่เป็นหนแรกในปี 1998 และเพียงปีเดียวหลังจากนั้น เขาเริ่มเป็นที่รู้จักโด่งดังผ่านสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกจากรายการ คัมปิโอนาโต้ เกาโช่ (ศึกชิงแชมป์แห่งรัฐ ริโอ แกรนด์ ดู ซูล)ระหว่างเกรมิโอ เจอกับ อินเตอร์นาซิออนนาล ซึ่งเป็นสองสโมสรใหญ่ที่ขับเคี่ยวความเป็นขาใหญ่ในเมืองปอร์โต้ อัลเลเกร บ้านเกิดของโรนัลดินโญ่ทางตอนใต้ของบราซิล

เด็กหนุ่มกระเปี๊ยกจากไหนไม่รู้ ลงมาจัดสกิลหัวปั่นถึงสองดอกใส่ คาร์ลอส ดุงก้า อดีตกลางรับกัปตันทีมชาติบราซิลชุดแชมป์โลก 1994 ของ อินเตอร์นาซิออนนาล จนเสียผู้เสียคน รอบแรกดวลตัวต่อตัว โรนัลดินโญ่เอียงตัวเหมือนจะส่งให้เพื่อนทางขวา แต่กลับใช้ชั้นเชิงแตะลอดขาดุงก้าแบบไม่สนเด็กผู้ใหญ่ ก่อนที่จังหวะสองในครึ่งหลัง ดุงก้าต้องผงะอีกครั้งเมื่อเจอท่า Elastico กระชากหลุดไปแบบเนียนตา ชนิดที่ว่าหมดกันชื่อเสียงที่สั่งสมมา

อินเตอร์นาซิออนนาล ที่นำทัพโดยกัปตันทีมผู้ยิ่งใหญ่อย่างดุงก้า หมดปัญญาที่จะยับยั้งโรนัลดินโญ่ เขาปั่นป่วนแนวรับด้วยทักษะชวนทึ่งมากมาย เอาตัวรอดได้ทุกสถานการณ์ โชว์ดีดบอลข้ามหัว เลี้ยงบอลแทงช่อง ครบสูตรในเกมเดียว สุดท้ายจบเกมที่ชัยชนะ 1-0 ของเกรมิโอ คว้าแชมป์คัมปิโอนาโต้ เกาโช่ไปครองได้สำเร็จ

แจ้งเกิดในประเทศบ้านเกิดสำเร็จ โรนัลดินโญ่ถูกหนีบติดทีมไปลุยศึกโคปา อเมริกาด้วย ออกสตาร์ทเป็นตัวสำรองในเกมแรกกับเวเนซูเอล่าก็จริง แต่ถูกเปลี่ยนลงมาและใช้เวลาเพียงแค่ 4 นาทีในการทำประตูโซโล่เดี่ยวสุดเหนือคำบรรยาย ดีดบอลข้ามหัวตัวประกบก่อนจะซัดบอลเต็มข้อยัดเสาแรกเข้าไปตุงตาข่าย สกิดบรรดาแมวมองทั่วยุโรปให้หันมาจดชื่อเขาลงบนกระดาษในมือ

บราซิลผงาดคว้าแชมป์ได้สำเร็จในท้ายที่สุด นอกจากที่คนจะพูดถึงริวัลโด้และโรนัลโด้แล้ว ชื่อของโรนัลดินโญ่ ก็เริ่มที่จะติดหูมากขึ้น เขาเฉิดฉายในสนามหญ้าอย่างต่อเนื่องจนมีเสียงกระซิบถึงความสนใจจากเรอัล มาดริดและบาร์เซโลน่า ที่ประโคมลงบนสื่อสเปน ในขณะที่ทางฝั่งอิตาลี มัสซิโม่ โมรัตติก็ต้องการดึงตัวเจ้าหนูรายนี้มาผนึกกำลังกับ โรนัลโด้ ที่กำลังเพลิดเพลินกับช่วงพีคด้วยเหมือนกัน

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์อยากได้เขา อาร์แซน เวงเกอร์ก็แอบลุ้น แต่อย่างว่า ดีลส่วนใหญ่ของอาร์เซน่อลที่ล่มไปก็เพราะมักติดปัญาหาเรื่องเวิร์คเพอร์มิต โดยตอนนั้นมีข่าวลือออกมาว่า เกรมิโอ นั้นได้รับข้อเสนอจำนวนมหาศาลถึง 42 ล้านปอนด์ จากกกลุ่มทุนลับที่เป็นตัวแทนของลีดส ยูไนเต็ด (ค่าตัวสถิติโลกในเวลานั้นอยู่ที่ 37 ล้านปอนด์) รายละเอียดไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นยังไง เพราะหากจริงนั้นก็เท่ากับว่าเกรมิโอได้ปฏิเสธช่วงเวลาทองของพวกเขาไปเหมือนกัน

ในปีสุดท้ายที่โรนัลดินโญ่ลงเล่นให้เกรมิโอ เขายิงไปทั้งสิ้น 41 ประตูจาก 49 เกม ท่ามกลางเสียงจากสื่อที่กดดัน โฆเซ่ เกอร์เรโร่ ประธานสโมสรอย่างหนัก จนถึงขั้นที่ว่าต้องสั่งคนให้เอาป้ายที่เขียนว่า ‘เราจะไม่ขายนักเตะที่ดีที่สุดของเรา’ ไปติดไว้ตรงหน้าทางเข้าสนามซ้อม

แต่บทสรุปตอนท้ายของฉากนี้ กลับเป็นดาวเตะจากแดนกาแฟที่เลือกสร้างเซอร์ไพรซ์ เมินบรรดากองทัพบิ๊กทีมที่ตามจีบ ด้วยการมุ่งหน้าตรงไปที่สนามปาร์ค เดอ แปรงส์

เขาไม่ได้โง่ที่ปฏิเสธสโมสรชั้นนำของยุโรป การตัดสินใจครั้งนั้นเกิดจากความรู้สึกส่วนตัวผสมกับความรอบคอบในการวางแผนชีวิต เขามองว่าการไปยุโรปครั้งนี้จะต้องเป็นฝากอนาคตให้ได้ระยะยาว จะต้องไม่มีการล้มเหลวและกลับบ้านเร็วเด็ดขาด ก้าวแรกสำคัญที่สุด เขาอยากจะเริ่มจากอะไรที่ค่อนข้างติดดินหน่อย ไม่สูงจนเกินตัว อีกอย่างฟุตบอลโลกก็ใกล้เข้ามาทุกที ถ้าไปเสี่ยงกับทีมระดับพี่บิ๊กแล้วต้องนั่งสำรอง ความหวังต้องจบเห่แน่นอน

ประจวบกับการที่ โรแบร์โต้ พี่ชายก็กำลังจะย้ายไปเล่นให้มงต์เปลิเย่ร์เหมือนกันในซัมเมอร์นั้น นั่นหมายความว่าทั้งคู่จะสามารถพาครอบครัวย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่ฝรั่งเศสด้วยกันทั้งหมดเลย งานนี้มีแต่แฮปปี้ยิ้มเบิกบานกันทุกฝ่าย

แต่ที่ยิ้มไม่ออกก็คือเกรมิโอ พวกเขาเสียผลประโยชน์ให้กฏการย้ายทีมแบบใหม่ที่เพิ่งอนุมัติในตอนนั้น กฏบอสแมนในเวอร์ชั่นบราซิล ทำให้โรนัลดินโญ่จรดปากกาเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับเปแอสเชตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2000 หมายความว่าจะย้ายตามไปอีกทีในช่วงซัมเมอร์ ปมนี้อยู่ตรงที่ว่า ‘มันไม่มีค่าตัว’ ในการย้ายทีมน่ะสิ (มีทฤษฏีหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมาก ว่าการย้ายทีมของโรนัลดินโญ่ในครั้งนั้น มีโรแบร์โต้ ผู้เป็นพี่ชายอยู่เบื้องหลัง เพราะต้องการจะเอาคืนสโมสรเกรมิโอที่บีบเขาออกจากทีมเมื่อช่วงต้นยุค 90 หลังเขาเกิดบาดเจ็บนัก จนสโมสรปฏิเสธที่จะต่อสัญญา)

โรแบร์โต้ ในเวลานั้นกลัวว่า โรนัลดินโญ่ ที่เพิ่งอายุ 20 ปีจะเสียเหลี่ยมเชิงคนที่จ้องจะเอาเปรียบ จึงรับหน้าที่เป็นเอเยนต์ให้น้องชายที่กำลังจะก้าวเป็นนักเตะอาชีพ ซึ่งการเข้ามาของโรแบร์โต้นั้นไม่ได้มีแค่เรื่องของครอบครัวเท่านั้น เขาเป็นคนที่เขี้ยวลากดิน มีวาทะศิลป์ในการเจรจา และเหตุการณ์ดังกล่าวก็ไม่ได้จบลงด้วยดี เพราะกว่าเกรมิโอจะรู้ตัวว่าได้เสียเพรชอันล้ำค่าไป ก็ตอนที่ขั้นตอนทุกอย่างมันเสร็จสิ้นเรียบร้อยหมดแล้ว ไม่มีเวลาหรือโอกาสให้ได้ฮืออืออะไรเลย

“ผมเพิ่งได้อ่านข่าวบนเว็บไซต์ของเปแอสเช ” ประธานสโมสรเกรมิโอ กล่าว

“เรากำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อต่อสัญญาฉบับใหม่กับโรนัลดินโญ่ และเปแอสเชก็ไม่เคยมาติดต่อกับเราด้วยซ้ำ”

ที่เจ็บไม่แพ้สโมสรเลยก็คือแฟนบอล “โรนัลดินโญ่ไปจากเกรมิโอโดยที่ไม่ทิ้งอะไรไว้เลย และสโมสรก็ลำบากมาตลอดนับจากนั้น สำหรับเรา เขาเป็นไอ้โกหก เป็นไอ้คนทรยศ” หนึ่งในแฟนบอลอุลตร้าของสโมสรกล่าว

ในขณะที่เกรมิโอ และ เปแอสเช กำลังสู้คดีกันบนศาลเกี่ยวกับความขัดแย้งในดีลของโรนัลดินโญ่ ฟีฟ่าได้ประกาศสั่งแบนแข้งบราซิลเลี่ยนจากการลงสนามจนกว่าปัญหาจะสะสางแล้วเสร็จ และด้วยเส้นความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับเกรมิโอที่ขาดไม่มีชิ้นดี ส่งผลให้เขาต้องหนีไปอยู่ที่ริโอ หรือไกลห่างจากบ้านเป็นระยะทาง 1500 ไมล์ รักษาสภาพความฟิตและฝีกซ้อมอยู่ที่นั่นตามลำพัง อีกทั้งยังเรียนภาษาฝรั่งเศสไปพลางๆในยามว่าง

เจ้าเหยินน้อยเดินทางมาเหยียบกรุงปารีสในช่วงเดือนเมษายน และไม่ได้เตะลูกบอลแม้แต่ลูกเดียวตลอดเกือบ 4 เดือน จากคดีความระหว่างสองสโมสรที่ยังสะสางไม่ลงตัว หนำซ้ำโทษแบนของเขาก็ไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุดด้วย หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไป “มันเป็นช่วงเวลาที่แย่มาก” โรนัลดินโญ่ มาพูดถึงในภายหลัง

ระหว่างที่เพื่อนร่วมทีมใหม่กับกำลังเตรียมตัวสำหรับซีซั่นที่กำลังจะมาถึง ด้วยการคว้าแชมป์ อินเตอร์โตโต้ คัพ โรนัลดินโญ่ กลับติดแหง็กสนิมขึ้นนั่งดูเพื่อนอยู่บนอัฒจันทร์ ถึงขนาดที่ว่าเอเยนต์ทนดูไม่ไหว ต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยเหลือ หาช่องหาทางเพื่อส่งเขายืมตัวระยะสั้นไปอยู่กับ เซนต์ เมอร์เรน เพื่อรักษาความฟิตไปพรางๆ แต่ก็ถูกฟีฟ่าเข้ามาขวางเสียก่อน

โรนัลดินโญ่ ไม่เล่นให้สโมสรจากอังกฤษ แต่ทั้งนี้สโมสรใหม่ของเขาก็เต็มไปด้วยอดีตแข้งจากพรีเมียร์ลีก รวมถึงสตาร์ที่รอย้ายไปดินแดนผู้ดีในอนาคต กัปตันทีมของปารีส แซงต์ แชกแมง ในเวลานั้นไม่ใช่ใครอื่น นอกจากชื่อที่คุ้นหูอย่าง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ปราการหลังจอมแกร่งชาวอาร์เจนไตน์ ที่ลงเล่นเป็นหัวใจหลักของทีมในแนวรับที่มีดาวโรจน์อย่าง กาเบรียล ไฮน์เซ่ และตัวปัดกวาดวัย 19 ปีในแดนกลางที่ยืมตัวมาจากบาร์เซโลน่า นามว่า มิเกล อาร์เตต้า

ในแดนบน โรนัลดินโญ่ ถูกมอบหมายให้ร่ายมนต์เคียงข้าง เจย์เจย์ โอโคชา แข้งสายเอนเตอร์เทนระดับตำนาน ที่ถูกฝากฝังให้ดูแลช่วยพัฒนาฝีเท้าให้กับแข้งน้องใหม่

“เขาเหมือนน้องชายผมคนหนึ่งเลย ผมเห็นได้ชัดเลยว่าเขามีพรสวรรค์สูงแค่ไหน และกำลังต้องการคนที่คอยชี้นำทาง” โอโคชา กล่าว

เป้าหมายของทั้งสองคนคือการป้อนบอลไปให้ถึง นิโคล่าส์ อเนลก้า ที่เพิ่งกลับมาปารีสเมื่อช่วงซัมเมอร์ หลังดาวเตะตราไก่เพิ่งผ่านมรสุมชีวิตที่เรอัล มาดริดมาสดๆร้อน

แม้ว่าจะมีนักเตะชื่อดังและฝีเท้าฉกาจมากมาย แต่เปแอสเชกลับตกหลุมโคลน ฤดูกาลก่อนหน้า พวกเขาร่วงจากที่เคยจบรองแชมป์มาเป็นอันดับที่ 9 ขางตารางลีกเอิง และเพื่อเปิดทางให้เด็กนรกจากแดนกาแฟรายนี้ได้เขามารับบทบาทในทีม เปแอสเชถึงกับยอมปล่อยดาวซัลโวสูงสุดเมื่อซีซั่นที่แล้วอย่าง โลรอง โรแบร์ ไปให้กับนิสคาสเซิ่ลด้วยค่าตัวสถิติ 9.5 ล้านปอนด์ เนื่องจากอยากเอาโรนัลดินโญ่มาแล้วสามารถใช้งานได้เลย

จนกระทั่งเมื่อถึงช่วงราวๆกลางเดือนสิงหาคม ฟีฟ่าได้ยกเลิกโทษแบนของโรนัลดินโญ่ ตรงกับเวลาสำหรับเกมลีกนัดที่สองพอดิบพอดี ภายในใจเขามันกระโดดโลดเต้นเมื่อรู้ข่าว เพียงแต่โชคร้ายที่มันยังไม่ใช่เฉิดฉายของเขา การประเดิมสนามนัดแรกในฐานะตัวสำรองเกมกับโอแซร์ ได้รับเสียงต้อนรับจากแฟนอย่างกึกก้องแม้จะเป็นเกมเยือน หากแต่ผลงานในสนามของเขามันกลับสวนทาง ไม่น่าจดจำเลยสักนิด แถมผลสกอร์ยังจบลงที่เสมอ 1-1 ส่งทัพเดอะ ปาริเซียนทำสถิติสุดบู่ ชนะเพียง 2 จาก 10 นัดหลังสุด

ฤดูใบไม้ร่วงผ่านพ้นไป แต่ความทุกข์ระทมของโรนัลดินโญ่ยังคงอยู่ เปแอสเชร่วงหล่นลงไปอยู่อันดับที่ 8 ส่วนเด็กใหม่อย่างโรนัลดินโญ่ ก็ได้รับโอกาสเพียงแค่ตัวที่ลุกจากม้านั่งและถูกเปลี่ยนลงสนาม เขากำลังเผชิญปัญหาอย่างหนัก ภาษากายดูไม่กระฉับกระเฉงเหมือนก่อน รูปร่างก็ผอมบาง ปะทะกับใครเขาไม่ได้ บางหน้าที่ง่ายๆที่ถูกมอบหมายให้ก็ไปทำให้เป็นเรื่องยาก นี่ไม่ใช่สิ่งที่แฟนบอลคาดหวังเลย กับคนที่ถูกวางให้เข้ามาแทนที่ โรแบร์

อเนลก้า ก็ไม่สามารถเรียกความมั่นใจให้ตัวเองได้เลย นับตั้งแต่ไปดับกับเรอัล มาดริด แผงแนวรุกที่เคยดูแล้วน่าหวั่นเกรงของเปแอสเชถูกสื่อมองข้ามว่าไร้พิษสง

แย่ไปกว่านั้น ตัดภาพกลับไปที่บราซิล มีเด็กวัย 19 ปีคนหนึ่งกำลังถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก กับความเก่งกาจที่เขาสามารถเล่นเป็นตัวรุกอิสระ ตำแหน่งเดียวกันกับโรนัลดินโญ่ แถมกำลังกระซวกประตูเป็นว่าเล่นอยู่ที่เซา เปาโล แล้วมันเกี่ยวยังไงกับโรนัลดินโญ่ ? ก็เด็กคนนี้นี่แหละที่ราศีจับได้ไปเล่นเป็นตัวจริงเคียงข้างฮีโร่ของชาวแซมบ้าอย่าง โรนัลโด้ และ ริวัลโด้ ในฟุตบอลโลก ชื่อของเขาคือ ‘ริคาร์โด้ กาก้า’

ที่บอร์กโดซ์ เมื่อวันที่ 30 กันยายน โรนัลดินโญ่รับรู้ได้ถึงจุดตกต่ำของตัวเองที่มาถึงไวไวกว่าที่คิด เขากระทืบเท้าลงบนพื้นตรงม้านั่งสำรอง เมื่อเพื่อนร่วมชาติอย่าง อเล็กซ์ ดิอาส ที่ฤดูกาลหน้าพเนจรไปเล่นในลีกรอง ถูกเปลี่ยนตัวลงไปเล่นแทนที่จะเป็นเขา

7 วันต่อมา เปแอสเชกำลังเปิดบ้านตามหลังจ่าฝูงอย่างโอลิมปิก ลียงอยู่ 2-1 จุดเปลี่ยนมาถึงโดยไม่รู้ตัว โรนัลดินโญ่คราวนี้ถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม เหยียบพื้นได้เพียง 8 นาที เจ้าตัวแผลงฤทธิ์จ่ายบอลฉีกแนวรับไปถึงเพื่อนร่วมทีม ก่อนที่จะโดนแนวรับฝั่งผู้มาเยือนรีบเข้ามาตัดฟาล์ว ล้มลงไปกับพื้นอย่างจัง

ผู้เล่นของลียงรีบปรี่เข้าไปโวยผู้ตัดสิน ในขณะนั้น โรนัลดินโญ่เดินไปหยิบลูกบอลมาวางตรงจุดเพื่อเตรียมตัวจะสังหารณ์ลูกฟรีคิกแล้ว เขาปั่นบอลเสียบมุมเข้าไปอย่างสวยงามช่วยทีมเสมอได้สำเร็จ ในที่สุดเขาก็มีประตูแรกของตัวเองเสียที ” ผมรอเวลานี้มาสักพักใหญ่แล้ว มันจะช่วยให้ผมมีความมั่นใจขึ้นมาบ้าง ต่อจากนี้ผมคงได้เล่นอย่างอิสระขึ้นด้วย”

สิ่งที่เขาพูดมาไม่ได้ผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย 4 วันต่อมา เป็นโปรแกรมยูฟ่า คัพกับ ราปิด เวียนนา เจ้าเหยินน้อยจัดการเบิ้ลสองประตู ลูกแรกจากฟรีคิกทางด้านข้าง คล้ายกับลูกที่เขายิงใส่อังกฤษเมื่อปี 2002 พร้อมกับท่าเต้นเอวงูสุดกวน ส่วนลูกที่สองโชว์สับเบิ้ลในกรอบก่อนยิงผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป

เหลือเวลาในเกมอีกครึ่งชั่วโมง ส่วนเปแอสเชก็นำขาด 4 ลูกแล้ว เกมผ่อนลงไม่มีอะไรให้ต้องเร่ง โรนัลดินโญ่ใช้โอกาสนี้แสดงให้เห็นว่าเขามีของ จัดการโชว์สกิลท่า Elastico ซึ่งกลายมาเป็นท่าไม้ตายของเขาในภายหลัง ทำเอาตัวประกบถึงกับหัวหมุมไปไม่เป็น นี่เหมือนเป็นเกมแรกเลยก็ว่าได้ ที่โรนัลดินโญ่รู้สึกสนุกเพลิดเพลินกับฟุตบอลในแดนน้ำหอม

เดือนต่อมา เขายังฟอร์มฮ็อตไม่หยุด แมตช์นี้ท้าทายกว่าเมื่อปารีส แซงต์ แชกแมงถูกน็องต์นำอยุ่ 1-0 และยังมาเหลือผู้เล่น 10 คนตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก เขาถูกเปลี่ยนตัวลงมาในครึ่งหลัง ช่วยทีมกลับสู่เกมด้วยการตีเสมอและทำแสบยิงประตูชัยพาพลิกแซงอย่างสุดสะใจแฟนๆ

ช่วงคริสต์มาสที่ไม่มีบอลแข่งขัน ทุกอย่างเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง โอโคชา จำเป็นต้องหายหน้าไปมาลีนานถึง 6 สัปดาห์เพื่อช่วยทีมชาติในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ส่วนอเนลก้าก็ดันมีปัญหากับโค้ชจอมเข้มงวดอย่าง หลุยส์ แฟร์นานเดซ จนถึงจุดแตกหักเมื่อดาวยิงฝรั่งเศสถูกบีบให้เก็บข้าวของ ถูกส่งยืมไปให้ลิเวอร์พูลใช้งานชั่วคราว

แนวรุกที่เป็นตัวหลักขาดหายไปแบบนี้ นั่นหมายความว่าโรนัลดินโญ่จะได้ขึ้นมาเป็นคีย์แมนอย่างเต็มตัวนับจากนี้ เขาเริ่มได้ออกสตาร์ทมากขึ้น กลับมาจากพักเบรคก็ซัดจุดโทษให้โมนาโกช่วยทีมรอดจากความพ่ายแพ้ สามวันต่อมาในเกมกับแก็งก็อง แม้จะลงมาครึ่งหลัง แต่ก็เสกฟอร์มอันตื่นตา คราวนี้เหมาคนเดียวสองประตู โดยเฉพาะเม็ดที่สองที่เจ้าตัวโซโล่ยิ่งกว่าเจนนี่ สปรินท์มาไกล 50 หลาก่อนซัดพาทีมชนะในที่สุด

“ผมเริ่มปรับตัวได้ทีละนิดเรื่อยๆ แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่า 100 %” อดีตแข้งทีมชาติบราซิล กล่าว

“ผมแค่อยากจะมอบความสุขแก่ทุกคน”

โรนัลดินโญ่ไม่ได้โกหก เขาสร้างความสุขให้สาวกปาริเซียนได้อย่างที่ปากว่า ด้วยการยิงประตูช่วยต้นสังกัดในอีกทั้ง 2 เกมถัดมา แต่ที่เป็นตำนานติดตัวมาตลอดก็คือ ลูกยิงฟรีคิดอันเป็นเอกลักษณ์ที่เจ้าตัวมักชอบปั่นบอลโค้งข้ามกำแพงด้วยท่าก้าวเท้าเพียงก้าวเดียว

นับตั้งแต่นั้นมันเด็กนรกคนนี้ก็ระเบิดฟอร์มกระจุยกระจายทั้งยิงทั้งแอสซิสต์ ทั้งโชว์ทักษะเหนือชั้น เหมือนกับแดนซ์ ออน เดอะ ฟลอร์ เขากลายเป็นความตื่นตาของฟุตบอลฝรั่งเศส ในเกมที่พบกับทรัวส์ ทีมกำลังตกเป็นฝ่ายตาม 1-0 โรนัลดินโญ่เปิดลูกเตะมุมสุดแม่นยำถึงหัวอลอยซิโอเขกเต็มใบเพื่อตีเสมอ ก่อนที่เจ้าตัวจะทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษ จากนั้นดวลเดี่ยวหนึ่งต่อหนึ่ง ส่งนายทวารคู่แข่งล้มผิดทางเพียงแค่ทักษะการโยกสะโพกเท่านั้นไม่ได้เอาเท้าไปสัมผัสบอลอะไรเพิ่มเติมด้วยซ้ำ และยิงเข้าไปไม่เหลือ ตามด้วยประตูปิดกล่องอีก 1 ลูกที่เจ้าตัวลากจากแดนตัวเองขึ้นไปยิงอย่างเยือกเย็น

มันเป็นช่วงเวลาที่วิเศษแบบไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียวสำหรับเขา ย้อนกลับไป 7 เดือนก่อนเจ้าตัวยังนั่งอมทุกข์อยู่บนม้านั่งสำรองที่สนามบอร์กโดซ์อยู่เลยด้วยซ้ำ ในช่วงแรก การย้ายมายุโรปของเขาถูกฝันธงไปแล้วล่วงหน้าว่าเหมือนขุดหลุมฝังศพตัวเอง แต่แล้วโรนัลดินโญ่ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขานี่แหละคือเบอร์ 1 ของเปแอสเช เขาเป็นนักเตะที่สำคัญที่สุดของสโมสรนับตั้งแต่วันแรกที่มาถึงด้วยซ้ำ เขาชนะใจแฟนบอลแบบไม่กินขาด ไม่มีใครไม่รักโรนัลดินโญ่ หรือแม้แต่จะสบประมาทว่านี่ไม่ใช่ว่าที่ยอดแข้งเวิลด์คลาส

เขาออกสตาร์ทเกมลีกให้เปแอสเชได้ประมาณครึ่งนึงของโปรแกรมทั้งหมด แต่กลับปิดฉากซีซั่นด้วยตำแหน่งดาวซัลโวประจำสโมสรในซีซั่นนั้น อีกทั้งยังติดทีมยอดเยี่ยมประจำปีของลีกเอิงอีกต่างหาก

และแล้ว ความฝันของเขาก็เป็นจริง มันแลกมาด้วยความอดทนและการพยายามต่อสู้ด้วยตัวคนเดียวมาตลอด เพียงสัปดาห์ต่อมา หลุยส์ ฟิลิเป้ สโคลารี่ กุนซือทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ ส่งชื่อของโรนัลดินโญ่ ร่วมทัพไปลุยฟุตบอลโลกที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ แบบที่ไม่มีใครโต้แย้งหรือตั้งคำถามเลยว่าเด็กคนนี้มาได้ยังไง ผลงานที่ทุกคนเห็น คือคำตอบแล้วว่าทำไมเขาถึงอยู่บนเครื่องบินลำที่บินตรงไปคว้าถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกเมื่อปี 2002…