ย้อนรอยผลงาน “คาร์โล อันเชล็อตติ” หลังผงาดคว้าแชมป์ครบ 5 ลีกใหญ่คนแรก

เรอัล มาดริด เพิ่งจะผงาดคว้าแชมป์ ลา ลีก้า ไปสดๆ ร้อนๆ พร้อมกับส่ง คาร์โล อันเชล็อตติ ขึ้นแท่นกุนซือคนแรกที่คว้าแชมป์ในลีกยุโรปครบ 5 ลีก ขณะเดียวกับพวกเขาก็มีนัดดวลกับ ลิเวอร์พูล ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ

เอซี มิลาน 2003-04

Parma v AC Milan

และแชมป์แรกของกุนซือที่ชื่อว่า คาร์โล อันเชล็อตติ ก็เริ่มต้นขึ้นในที่ๆ เขารู้จักและคุ้นมือเป็นอย่างดีนั่นก็คือ เซเรีย อา ลีกที่เขาเคยใช้เวลานานถึง 5 ฤดูกาลในฐานะผู้เล่นของ เอซี มิลาน และมันก็ช่างเหมาะเจาะจริงๆ ที่เขาสามารถพาอดีตทีมคว้าแชมป์ได้อีกครั้งในฐานะกุนซือ

ในฤดูกาลนั้น เอซี มิลาน คว้าแชมป์ไปด้วยการทำไป 82 แต้ม ตามมาด้วย โรม่า ที่จบอันดับสองซึ่งทำไปได้ 71 แต้ม ซึ่งก็ต้องยกเครดิตให้กับการเสริมทัพในฤดูกาลนั้นที่ได้ กาก้า และ คาฟู มาร่วมทีในซัมเมอร์ปี 2003 โดยดาวเตะบราซิเลียนก็ทำไปถึง 14 ประตูกับอีก 7 แอสซิส ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ย้ายมาร่วมงาน ขณะที่ เชฟเชนโก้ ก็ยังทำผลงานได้ดีตามความคาดหมายด้วยการซัดไป 29 ประตูเป็นดาวซัลโวประจำทีม นอกจากนั้นพวกเขาก็ยังมี อันเดรีย ปีร์โล่, อินซากี้, ซีดอร์ฟ และ กัตตูโซ่ ที่ต้องยอมรับจริงๆ ว่า เอซี มิลาน ชุดนี้เป็นชุดที่ดูสนุกรื่นตาเลยทีเดียว

ไม่เพียงแค่แชมป์ลีกเท่านั้นที่นับว่าเป็นผลงานอันน่าประทับใจของ อันเชล็อตติ ในถิ่น ซาน ซิโร่ เพราะในปี 2002-03 และ 2006-07 เขาก็พาทีมผงาดคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยเช่นกัน

เชลซี 2009-10

Wolverhampton Wanderers v Chelsea - Premier League

หลังจากประสบความสำเร็จจาก เอซี มิลาน มาแล้ว คาร์โล อันเชล็อตติ ก็ย้ายมาสร้างประสบการคุมทีมในแดนผู้ดีร่วมกับ เชลซี ในปี 2009 ซึ่งเขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้จะไกลจากประเทศบ้านเกิดแต่เขาก็ประสบความสำเร็จได้ด้วยการพาทัพสิงห์บลูส์คว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ในฤดูกาล 2009-10

ปีดังกล่าว เชลซี คว้าแชมป์ไปด้วยการทำ 86 คะแนนเฉือนๆ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่จบอันดับสองเพียงคะแนนเดียว ทว่าจุดน่าสังเกตุคือปีนั้นสิงห์บลูส์มีผู้เล่นแนวรุกที่ค่อนข้างน่ากลัว พวกเขาทำลายสถิติ พรีเมียร์ ลีก หลังทำไปไปถึง 103 ประตูในฤดูกาลนั้น

เพื่อตอกย้ำความดุดันในเกมรุก มีอยู่สามเกมด้วยกันที่ เชลซี ทำไปถึง 7 ประตู ไม่เพียงแค่นั้นพวกเขายังทำได้ถึง 8 ประตูในนัดเดียวด้วยเช่นกัน เป็นเหตุให้ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา, แฟรงค์ แลมพาร์ด, ฟลอร็องต์ มาลูด้า และ นิโกลัส อเนลก้า กลายเป็นแนวรุกที่น่ากลัวที่สุดในขณะนั้น การผสานงานของทั้งสี่คนทำประตูให้ สิงห์บลูส์ ไปถึง 74 ประตูกับอีก 49 แอสซิส ไม่เพียงแค่นั้น แอชลี่ย์ โคล, มิชาเอล บัลลัค, จอห์น เทอร์รี่, โจ โคล, มิชาเอล เอสเซียง และ ปีเตอร์ เช็ค ก็ยังเป็นดาวดังที่ประดับอยู่ตอนนั้นและทำผลงานได้ดีด้วยเช่นกัน

นอกจากจะคว้าแชมป์ ลีก แล้ว เชลซี ยังคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ในฤดูกาลนั้นไปครองเช่นกัน นับเป็นดับเบิ้ลแชมป์ที่น่าจดจำอีกปีของแฟนๆ เชลซี จากที่ฤดูกาลก่อนหน้านั้นเฉียดแชมป์มาถึง 2 ปี

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 2012-13

Paris St Germain v Barcelona - UEFA Champions League Quarter Final

ต่อกันด้วย ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมจาก ลีก เอิง ที่ไม่เคยคว้าแชมป์ได้เลยนับตั้งแต่ปี 1994 จนกระทั่งกลุ่มทุนจากกาตาร์ทุ่มเงินซื้อสโมสร โดยเป้าหมายของพวกเขาก็คือการพายอดทีมกลับมาผงาดสู่จุดสูงสุดในแดนน้ำหอมอีกครั้ง และ คาร์โล อันเชล็อตติ ก็ถูกเลือกมาเพื่อเดินหน้าโปรเจ็คต์นี้

แน่นอนกุนซือชาวอิตาเลียนไม่ทำให้ผิดหวัง เขาพา ปารีส แซงต์ แชร์กแมง คว้าแชมป์ไปครองในปี 2012-13 ด้วยการทำไป 83 คะแนนทิ้งห่าง มาร์กเซย จบที่สองไปด้วย 12 คะแนน

สำหรับเดอะแบกในปีนั้นก็คงต้องยกให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่ทำไปถึง 30 ประตูตลอดฤดูกาล ขณะเดียวกันเราก็ไม่อาจยกความดีความชอบทั้งหมดให้ดาวเตะสวีเดนเพียงคนเดียว เพราะ เดวิด เบ็คแฮม, แบลส มาตุยดี้ และ มาร์โก้ แวร์รัตติ ก็ทำหน้าที่สนับสนุนได้ดีเช่นกัน

บาเยิร์น มิวนิค 2016-17

Arsenal FC v FC Bayern Muenchen - UEFA Champions League Round of 16: Second Leg

นี่อาจจะเป็นการคว้าแชมป์ที่เรียกได้ว่าไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่สำหรับลิสต์นี้แล้ว เพราะหลังจาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แยกทางกับทัพเสือใต้เพื่อไปร่วมงานกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บาเยิร์น มิวนิค ก็ต้องการกุนซือที่สามารถการันตีความสำเร็จได้เข้ามาคุมทีม ซึ่งก็ คาร์โล อันเชล็อตติ ก็คือคนๆ นั้นที่พวกเขาตามหา

ฤดูกาล 2016-17 บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์ บุนเดสลีก้า ไปครองตามคาดด้วยการทำไป 82 คะแนน ทิ้งห่างอันดับสองอย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก ขาดลอยถึง 15 คะแนน ซึ่งก็เป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ทำประตูถล่มทลายไปถึง 30 ประตูให้กับทัพเสือใต้ในปีนั้น อีกทั้งตอนนั้นพวกเขายังประกอบไปด้วยสตาร์ดังอย่าง อาร์เยน ร็อบเบน, โธมัส มุลเลอร์ และ ริเบรี่

อย่างไรก็ตาม จากที่กล่าวแชมป์ครั้งนี้ดูจะไม่น่าประหลาดใจเท่าไหร่ก็เนื่องจาก บาเยิร์น มิวนิค คือสโมสรที่เรียกได้ว่าผูกขาดแชมป์บุนเดสลีก้าอยู่แล้ว ขณะเดียวกันคุณภาพนักเตะของพวกเขาก็เรียกได้ว่าเหนือชั้นกว่าทีมอื่นๆ ในขณะนั้นค่อนข้างเห็นได้ชัด

เรอัล มาดริด 2021-22

Real Madrid Celebrate Winning La Liga Santander

และแล้วก็ถึงคิวของความสำเร็จสดๆ ร้อนของ คาร์โล อันเชล็อตติ และครั้งนี้ก็เป็นความสำเร็จร่วมกับทีมราชันชุดขาว ทีมที่เคยร่วมงานกันมาแล้วในปี 2013-2015 แต่ทว่ายังไม่สามารถคว้า ลา ลีก้า ได้สำเร็จ มีเพียง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ โคปา เดล เรย์ เท่านั้นที่เป็นความสำเร็จตลอดการร่วมงานกันในช่วงนั้น

หลังจากเสียแชมป์ให้ แอตเลติโก้ มาดริด ไปในฤดูกาลก่อน เรอัล มาดริด ก็ตัดสินใจเรียกตัว คาร์โล อันเชล็อตติ กลับมาคุมทีมอีกครั้ง ซึ่งเขาก็ตอบรับทันทีและตัดสินใจแยกทางกับ เอฟเวอร์ตัน เพื่อมาลุยงานใน ลา ลีก้า อีกครั้ง

แม้ว่าจะเหลือเกมให้ต้องแข่งขันอีกถึง 4 นัดแต่ เรอัล มาดริด ก็ผงาดคว้าแชมป์ ลา ลีก้า ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งก็ตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคม โดยทิ้งห่างจาก บาร์เซโลน่า ทีมคู่ปรับห่างถึง 15 คะแนน ยังไม่พอพวกเขายังฝ่าด่านนรกในการเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งนี้ เตรียมไปตัดสินกันอีกครั้งกับ ลิเวอร์พูล