“ยาโก้ อาสปาส” ตัวอับโชคของ “ลิเวอร์พูล” สู่ฮีโร่ “เซลต้า บีโก้”

บางครั้งการอยู่ในที่ที่สปอตไลท์สาดส่องอาจไม่ใช่ที่ที่เหมาะสมสำหรับบางคน และนี่ก็คือเรื่องราวของ ยาโก้ อาสปาส แข้งที่กลายเป็นวีรบุรุษในที่ที่เหมาะสมสำหรับเขา

สำหรับแฟนๆ ลิเวอร์พูล ก็คงจะหัวเราะเยาะกับแนวคิดที่ว่า ยาโก้ อาสปาส นี่แหละจะเป็นตำนานที่แท้จริงของสโมสร แฟนๆ ของ เซลต้า บีโก้ กลับไม่คิดเช่นนั้นและยกย่องเขาราวกับผู้กอบกู้สโมสร ด้วยสถิติการทำประตูอันน่าเหลือเชื่อ ซึ่งยอดเยี่ยมแค่ไหนคงต้องลองไปถามแฟนๆ บาร์เซโลน่า ดู…

แข้งวัย 34 ปี คือผู้เล่นที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีของ เซลต้า บีโก้ อย่างไม่ต้องสงสัย แม้จะยังไม่มีบทบาทเท่าไหร่ในปีแรกที่เล่นให้กับทีมชุดใหญ่ แต่เรื่องราวของเขาเกิดขึ้นอย่างสวยงามร่วมกับสโมสรในเดือนมิถุนายนปี 2009 สโมสรจากเมือง บีโก้ ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดในลีกรอง และพวกเขาต้องตัดสินกับ อลาเบส ซึ่งหากคว้าชัยในนัดดังกล่าวไม่ได้สโมสรของพวกเขาจะต้องตกชั้นลงไปเล่นในดีวิชั่น 3

Alexandra Jonson on Twitter: "...We had the most important match in Celta  de Vigo's history, had we lost against Alavés the club could have  disappeared" There was something different with Iago Aspas

ขณะที่เกมผ่านไปได้เกือบหนึ่งชั่วโมงสกอร์ยังคงอยู่ที่ 0-0 ความหวังของพวกเขาเริ่มริบหรี่ ทันใดนั้น เด็กหนุ่มจาก โมอาน่า ที่วัยไม่ถึง 20 ปีนั้นถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 59 เขาประเดิมประตูแรกด้วยการโขกพร้อมกับโชว์กางเกงหลุดพาทีมขึ้นนำก่อน 1-0 ในนาทีที่ 80 ก่อนจะวิ่งถอดเสื้อแสดงความดีใจร่วมกับแฟนบอลอย่างบ้าคลั่ง ไม่เพียงแค่นั้นในนาทีที่ 89 อลาเบส ดันมาตีเสมอได้ ซึ่งก็เป็นไอ้หนุ่มคนเดิมที่ซัดอีกประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ สวมบทฮีโร่ในการพาทีมคว้าชัยไปครองด้วยสกอร์ 2-1 พร้อมกับรอดตกชั้นไปอย่างหวุดหวิด และนั่้นก็เป็นครั้งแรกที่แข้งนามว่า ยาโก้ อาสปาส ได้เป็นที่จดจำสำหรับแฟนๆ เซลต้า บีโก้

เรื่องราวของเขาก็ดำเนินต่อควบคู่กับการพาทีมทำผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ โดย เซลต้า บีโก้ ได้รับการเลื่อนชั้นมาเล่นใน ลา ลีก้า ปี 2001/12 ซึ่งก็แน่นอนปฏิเสธไม่ได้ว่า ยาโก้ อาสปาส คือกำลังหลักในการเลื่อนชั้นด้วยสถิติยิง 23 ประตูจากการลงสนาม 35 นัดใน เซกุนด้า ดีวิชั่น

อย่างไรก็ตามแข้งจากเมืองโมอาน่าได้เฉิดฉายใน ลา ลีก้า เพียงฤดูกาลเดียวกับสถิติ 34 นัด 12 ประตู ซึ่งมันก็โดดเด่นพอที่จะทำให้ทีมอย่าง ลิเวอร์พูล ยกหูโทรหาเพื่อไปร่วมทีม และสำหรับเด็กที่อยู่ติดบ้านมานาน การได้ย้ายไปค้าแข้งที่ประเทศอังกฤษนั้นถือว่าเป็นเรื่องปฏิเสธได้ยากเพราะมันคือการไปเจอกับความท้าทายใหม่ๆ และพิสูจน์ตัวเอง

ดูเหมือนว่าการย้ายไป พรีเมียร์ ลีก จะไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีสักเท่าไหร่ เพราะเขาต้องอยู่ภายใต้เงาของ หลุยส์ ซัวเรซ และ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ที่กำลังทำผลงานได้อย่างร้อนแรงสุดๆ ทำให้เขามีโอกาสลงสนามไปเพียง 14 นัดและทำไปได้เพียงประตูเดียว

Iago Aspas on the verge of leaving Liverpool for Sevilla on season-long  loan - Liverpool Echo

ที่แย่ไปกว่านั้นคือเขาไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบสำหรับแฟนๆ หงส์แดงสักเท่าไหร่ หลายคนอาจยังจำได้กับประตูในเกมดวลกับ เชลซี (เกมเดียวกับที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ลื่น) ที่เจ้าตัวได้รับมอบหมายให้เปิดลูกเตะมุม และไม่รู้ว่ากดสูตรไม่ติดหรือเพื่อนไม่เข้าใจกัน ทำให้เขาดันจ่ายไปที่หน้ากรอบเขตโทษก่อนที่ วิลเลี่ยน จะฉกบอลไปทำชิ่งกับ ตอร์เรส จนเป็นประตู ซึ่งสร้างความเจ็บใจไม่น้อยต่อแฟนบอล ลิเวอร์พูล เพราะพวกเขาทำโอกาสคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก หลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย

จากเหตุการณ์สุดน่าอับอายครั้งนั้นทำให้เขาถูกปล่อยยืมไปโดย เซบีย่า พร้อมกับช่วยทีมคว้าแชมป์ ยูโรป้า ปี 2014 ซึ่งนี่คือสัญญาณที่บ่งบอกกับเขาว่าการกลับมาเล่นในประเทศสเปนคือที่ซึ่งเหมาะสมสำหรับเขา

ท้ายที่สุด ยาโก้ อาสปาส ได้กลับมาร่วมงานกับ เซลต้า บีโก้ อีกครั้ง เขาทำผลงานร่วมกับสโมสรได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ในปี 2017 เซลต้า บีโก้ ทะลุผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในศึก ยูโรป้า ลีก ก่อนจะพ่ายให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์รวม 1-2

แม้จะทำผลงานส่วนตัวได้ดีแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ต้องเข้าใจว่าทีมอย่าง เซลต้า บีโก้ นั้นไม่ใช่ทีมที่น่ากลัวและรักษามาตรฐานได้ดีสักเท่าไหร่ในศึก ลา ลีก้า พวกเขาต้องเผชิญกับปัญหาหนีตกชั้นอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็รอดมาได้ในหลายๆ ครั้ง

Iago Aspas | Bleacher Report | Latest News, Videos and Highlights

ฤดูกาล 2018/19 นับว่าเป็นปีที่ยากลำบากสุดๆ สำหรับ เซลต้า บีก้า และ อาสปาส เพราะเขาต้องเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บจนต้องพักยาว และเมื่อทีมขาดกำลังสำคัญ แน่นอนก็ต้องทำผลงานไม่ตรงตามเป้า พวกเขาต้องเสี่ยงตกชั้นอีกครั้งขณะเดียวกันสโมสรก็ได้มีการเปลี่ยนโค้ชไปถึงสามคนแล้วในฤดูกาลนั้น

เมื่อทีมอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ ก็ถึงเวลาของฮีโร่ออกโรง ยาโก้ อาสปาส สลัดอาการบาดเจ็บและกลับมาทำผลงานดีอีกครั้ง โดยแมตช์ที่น่าจดจำที่สุดคือการซัดสองประตูพาทีมเอาชนะ บียาร์เรอัล ที่นำไปก่อนสองประตูและจบไปด้วยสกอร์ 3-2 ซึ่งนั่นทำให้พวกเขารอดตกชั้นอีกครั้งจากฝีมือของแข้งจากโมอาน่าเฉกเช่นเดียวกับเหตุการณ์เมื่อ 10 ปีก่อน

แม้ว่าจะอยู่ในทีมที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่นี่ก็ดูเหมือนจะเป็นที่ที่แข้งที่ชื่อว่า ยาโก้ อาสปาส สมควรอยู่ที่สุด เขากลายเป็นผู้เล่นคนแรกของประวัติศาสตร์สโมสรที่ทำไปถึง 100 ประตู การลงเล่นถึง 400 นัดทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่ลงสนามให้กับทีมมากที่สุดอันดับ 3 และยังคว้ารางวัล ซาร์รา โทรฟี่ (นักเตะสเปนที่ทำประตูใน ลา ลีก้า สูงสุด) ถึงสามครั้ง และหากเทียบการทำประตูใน ลา ลีก้า นับตั้งแต่ปี 2016/17 มีเพียง ลิโอเนล เมสซี่ และ หลุยส์ ซัวเรซ เท่านั้นที่ทำประตูเยอะกว่า โดยสถิติเจ้าตัวอยู่ที่ 99 ประตู

Celta: "Iago Aspas es el mejor jugador del mundo" | Marca.com

จากสถิติที่กล่าวมาข้างต้นพิสูจน์แล้วว่า แม้จะตัดสินใจในชีวิตพลาดไปครั้งหนึ่งที่ แอนฟิลด์ แต่สโมสรที่เรียกว่าบ้านของเขาก็อ้าแขนรับเสมอ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าที่นี่คือทุกอย่างสำหรับเขาและเขาเองก็เป็นคนสำคัญของสโมสรเช่นกัน