ปีหน้าว่ากันใหม่ 5 ทีมสุดแกร่งที่ทำผลงานดีที่สุดในปี 2021

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนดั่งเรากระพริบตา เช่นเดียวกับวงการลูกหนัง หลายๆ ทีมต้องเผชิญกับความยากลำบากเนื่องจากปัญหาโควิด-19 แต่นี่คือเหล่าทีมยักษ์ใหญ่ที่ยังคงทำผลงานดีที่สุดตลอดปีแม้เจอปัญหาหนักก็ตาม

  1. เรอัล มาดริด
Real Madrid are cruising towards the La Liga title.

ในยามที่ทีมจากสเปนกำลังฟื้นตัวจากปัญหาด้านการเงินเนื่องจากโดนโควิด-19 เล่นงานอย่างหนัก เรอัล มาดริด กลับกลายเป็นทีมที่เฉิดฉายมากที่สุดในปี 2021

เริ่มต้นอาจดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะไม่เพียงแค่พลาดเสียแชมป์ไปอย่างฉิวเฉียด (เพียง 2 คะแนน) ให้กับ แอตเลติโก้ มาดริด มาในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ทีมของ ซีเนดีน ซีดาน ก็มาได้เพียงรอบรอบชนะเลิศในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังจากโดน เชลซี เขี่ยตกรอบ หนักกว่านั้นพวกเขาต้องเสียบุคคลสำคัญของสโมสรอย่าง เซร์คิโอ รามอส, ราฟาเอล วาราน สองกองหลังตัวเก่งที่ย้ายไปร่วมงานกับสโมสรอื่น รวมไปถึงกุนซือมากฝีมืออย่าง ซีดาน อีกด้วย

เรียกได้ว่าทัพราชันชุดขาวเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นใหม่อีกครั้งก็ว่าได้ พวกเขาเรียกตัว คาร์โล อันเชล็อตติ มาคุมทีม ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีการเซ็นสัญญาแข้งชื่อดังมาร่วมงานเพื่อกู้สถานการณ์ทีม แต่พวกเขาก็กลับทำผลงานได้อย่างดีด้วยการนำอยู่จ่าฝูงด้วยการมี 8 แต้มห่างจาก เซบีย่า ขณะที่ทีมคู่ปรับอย่าง แอตเลติโก้ มาดริด และ บาร์เซโลน่า นั้นถูกทิ้งห่างกว่า 15 คะแนน

ต้องยอมรับจริงๆ ว่าแชมป์ลีกกระทิงปีนี้คงไม่หลุดมือทัพราชันชุดขาวไปง่ายๆ อย่างแน่นอน คงต้องเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่จริงๆ ถึงจะพรากเอาแชมป์จากพวกเขาไปได้ ขณะเดียวกันผลงานในรายการยุโรปก็ทำได้ดีเช่นกันด้วยการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย เตรียมตัวเจอกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปใน ค.ศ. 2022 ที่จะถึงในไม่กี่อึดใจนี้

  1. อินเตอร์ มิลาน
Inter Milan stunned Juventus on their way to the 2021 Serie A title.

ข้ามมาที่ฝั่งของ เซเรีย อา กันบ้าง อินเตอร์ มิลาน คือทีมที่ทำผลงานดีที่สุดในปี 2021 อย่างปฏิเสธไม่ได้ พวกเขาทำให้ทีมผูกขาดแชมป์อย่าง ยูเวนตุส ที่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ต้องผิดหวังด้วยการแซงหน้าคว้าแชมป์ด้วยการทำคะแนนทิ้งห่างไปถึง 13 คะแนน

แม้ว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ แต่ อินเตอร์ มิลาน ต้องเจอกับช่วงซัมเมอร์ที่ไม่น่ายินดีเท่าไหร่เนื่องจากต้องเสียดาวยิงตัวเก่งอย่าง โรเมลู ลูกากู และผู้จัดการทีมมากฝีมืออย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาและเดินหน้าทำผลงานที่ดีต่อด้วยการคุมทีมของกุนซือคนปัจจุบันอย่าง ซิโมเน่ อินซากี้ ความหวังในการคว้าแชมป์ฤดูกาลนี้เริ่มชัดเจนขึ้นอีกครั้ง โดยขณะนี้พวกเขานำอยู่จ่าฝูงด้วยสถิติชนะรวด 7 นัดในลีกและนำ เอซี มิลาน ทีมอันดับสองอยู่ 4 คะแนน

ขณะเดียวกันผลงานในรายการยุโรปก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเช่นกัน พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011-12 ซึ่งบททดสอบสุดหินกำลังรอพวกเขาอยู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยการเจอกับยอดทีมจาก พรีเมียร์ ลีก อย่าง ลิเวอร์พูล

  1. เชลซี
Chelsea players salute the fans after their 2021 UEFA Champions League final win.

ย้อนไปเมื่อช่วงต้นปี 2021 เชลซี ประกาศปลด แฟรงค์ แลมพาร์ด ออกจากหน้าที่คุมทีมหลังลงทุนไปกว่า 250 ล้านปอนด์ แต่ทำผลงานไม่เข้าเป้าด้วยการอยู่เพียงอันดับ 9 ใน พรีเมียร์ ลีก พร้อมกับการคาดการณ์ว่าฤดูกาลนี้คงเป็นอีกฤดูกาลที่น่าผิดหวังสำหรับพวกเขา

การเข้ามาของ โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือคนปัจจุบัน เรียกได้เลยว่าเขานี่แหละคือผู้กอบกู้ทีมสิงห์บลูส์ที่แท้จริง เขาพลิกโฉมให้ เชลซี กลายเป็นอีกทีมที่น่ากลัวที่สุดในขณะนี้ด้วยการผงาดคว้าแชมป์ยุโรปประจำฤดูกาล 2020-21 อีกทั้งยังทำทีมจนขยับขึ้นมาเป็นรองจ่าฝูงในศึก พรีเมียร์ ลีก ในขณะนี้ ความผิดพลาดเดียวของพวกเขาคือการพลาดท่าพ่ายให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ใน เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ แม้ว่าจะล้มทีมหินอย่าง แมนฯ ซิตี้ ในรอบรองชนะเลิศมาได้

อย่างไรก็ตามด้วยปัญหาด้านความพร้อมของนักเตะทำให้ทีมสิงห์บลูส์เริ่มมีสะดุดไปบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าระยะห่างจาก แมนฯ ซิตี้ ที่มีเพียง 8 คะแนนนั้นยังคงทำให้พวกเขาเป็นอีกทีมที่ยังลุ้นแชมป์ได้อยู่ ส่วนโปรแกรมในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาจะต้องไปเจอกับ ลีลล์ สโมสรจาก ลีก เอิง ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

  1. บาเยิร์น มิวนิค
Bayern Munich celebrate their 2020-21 Bundesliga title.

ทั้ง ยูเวนตุส และ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ต่างก็ทำผลงานไม่เข้าเป้าด้วยการเสียแชมป์ลีกให้กับ อินเตอร์ มิลาน และ ลีลล์ แน่นอนการรักษามาตรฐานนั้นถือเป็นเรื่องยากที่จำเป็นสำหรับสโมสรยักษ์ใหญ่ แต่ทว่ามันไม่ใช่สำหรับ บาเยิร์น มิวนิค ที่ยังคงทำผลงานดีอย่างต่อเนื่องจนเรียกได้ว่าเป็นแชมป์ลีกเมืองเบียร์อย่างผูกขาดที่แท้จริง

ทีมเสือใต้เพิ่งจะผงาดคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าติดต่อกัน 9 ปีไปเมื่อฤดูกาลที่ผ่านโดยมีแต้มห่างจาก ไลป์ซิก ที่จบอันดับสองไปถึง 13 แต้ม ขณะเดียวกันฤดูกาลนี้พวกเขาก็ไม่แผ่วลงเลย และก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าการคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 10 ติดต่อกันนั้นไม่ไกลเกินเอื้อมด้วยการนำ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อยู่ 9 แต้มในขณะนี้

ไม่เพียงแค่นั้นภายใต้การคุมทีมของ ยูเลี่ยน นาเกิลส์มันส์ พวกเขาได้คว้าแชมป์ เดเอฟแอล ซูเปอร์คัพ ปี 2021 ไปครองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จุดเดียวที่น่าเสียดายและน่าอับอายที่สุดคือการพลาดท่าพ่ายให้กับทีมลีกต่ำกว่าเขี่ยตกรอบในศึก เดเอฟเบ โปคาล ฤดูกาล 2020-21

ว่ากันด้วยเรื่องผลงานในรายการยุโรปเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาพวกเขาต้องผิดหวังเมื่อโดน เปแอสเช เขี่ยตกรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่ก็น่าเห็นใจไม่น้อยเนื่องจากพวกเขาไม่มีดาวยิงอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ลงสนามช่วยทีม อย่างไรก็ตามปีนี้พวกเขาแก้ตัวด้วยการทำผลงานสุดโหดในรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเก็บชัยรวดทั้ง 6 นัด (มีเพียง 10 ทีมเท่านั้นที่เคยทำได้) ส่วนในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนั้นพวกเขาต้องเตรียมรับมือกับ ซัลซ์บวร์ก ทีมจากประเทศออสเตรเลีย

  1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้
Manchester City celebrate their 2020-21 Premier League title.

ปิดท้ายกันด้วยยอดทีมที่เรียกได้ว่าน่ากลัวที่สุดอีกทีมในยุคสมัยนั่นก็คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เมื่อผนวกรวมกับฝีมือการคุมทีมของยอดกุนซืออย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แล้วความสำเร็จของพวกเขาก็ดูเหมือนได้มาอย่างไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก

แม้จะเสียแชมป์ให้กับ ลิเวอร์พูล ไปเมื่อฤดูกาล 2019-20 แต่ทีมเรือใบสีฟ้าก็กลับมาผงาดคว้าแชมป์อีกครั้งในฤดูกาลที่ผ่านมา และก็เรียกได้ว่าเป็นการคว้าแชมป์ที่ใสสะอาดที่สุดด้วยการทำคะแนนห่างที่สองอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ไปถึง 12 คะแนน อีกทั้งยังคว้าแชมป์คาราบาว คัพ เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน อย่างไรก็ดีปี 2021 จะเป็นปีที่สมบูรณ์แบบที่สุดหากพวกเขาคว้าแชมป์ยุโรปได้

ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องลงเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศที่เจอกับ เชลซี อย่างไม่มีกองกลางตัวรับอย่าง โรดรี้ และ แฟร์นานดินโญ่ ซึ่งก็อย่างที่ทราบทีม สิงห์บลูส์ เป็นฝ่ายเฉือนชนะไปด้วยสกอร์ 1-0 ความสำเร็จเดียวที่พวกเขารอคอยอย่างถ้วยบิ๊กเอียร์ก็ต้องรอกันต่อไป

ว่ากันด้วยผลงานในขณะนี้เรือใบสีฟ้ายังคงครองตำแหน่งจ่าฝูงประจำศึก พรีเมียร์ ลีก ด้วยการนำ เชลซี อยู่ 6 แต้ม ส่วนผลงานในรายการยุโรปก็ตามคาดพวกเขาผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย เตรียมไปเจอกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ซึ่งก็นับว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่หนักมือเท่าไหร่สำหรับทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และก็แน่นอนปีนี้ก็เป็นอีกปีที่พวกเขามีโอกาสสูงที่จะคว้าแชมป์ ลีก และเข้ารอบลึกๆ ในรายการยุโรปอีกตามเคย