ปีนี้มาแน่! 5 เหตุผลที่ “ก็องเต้” ควรคว้า “บัลลง ดอร์” ปีนี้

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

หนึ่งในรางวัลที่ผู้เล่นทุกคนในโลกต้องการ “บัลลง ดอร์” แต่สำหรับปีนี้และขณะนี้ผู้เล่นที่มาแรงที่สุดคงต้องยกให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และนี่ก็คือ 5 เหตุผลที่เขาคู่ควรกับรางวัลนี้

5. กลับมาโชว์ฟอร์แจ่มอีกครั้งร่วมกับ ทูเคิ่ล

Kante explains why Tuchel tactics are 'best' for him and Chelsea

สมัยที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด คุมทัพสิงห์บลูส์ในช่วงต้นฤดูกาลมิดฟิลด์ดีกรีแชมป์โลกโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก จนกระทั่ง โธมัส ทูเคิ่ล เข้ามาเขาก็สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้อีกครั้ง

หนึ่งในเหตุผลหลักก็เพราะดูเหมือน ก็องเต้ จะไม่ค่อยถนัดกับระบบ 4-3-3 ที่มีการใช้มิดฟิลด์สามตัวยืนระนาบเดียวกันของ แลมพาร์ด ขณะที่การมาของอดีตกุนซือเปแอสเชที่ให้ความสำคัญกับเกมรับเขาถูกปรับให้เล่นต่ำลงมาหน่อยซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่ถนัดและเข้ามือกว่า

ด้วยเหตุนี้จึงสามารถพูดได้เลยว่า โธมัส ทูเคิ่ล คือกุนซืออีกรายที่สามารถดึงเอาความสามารถของมิดฟิลด์รายนี้ออกมาได้อย่างเต็มที่ และผลลัพธ์ของเรื่องนี้ก็คือการที่ทีมสามารถคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้สำเร็จ

4. ใครๆ ก็ยอมรับในตัวแข้งรายนี้

N

แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่สามารถโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นเฉกเช่นกองหน้าที่คอยทำประตูให้กับทีม แต่สามารถพูดได้เลยว่าเขาคือหัวใจหลักของทีมและไม่ใช่แค่ในสนามเท่านั้นบุคลิกนิสัยของเขานอกสนามของเขายังครองใจเพื่อนๆ และแฟนๆ ได้อีกด้วย

“คุณต้องรักเขา คุณไม่สามารถเกลียดเขาได้เลย มันเป็นไปไม่ได้” ปอล ป็อกบา กล่าว

อย่างที่ทราบรางวัลนี้มาจากผลโหวตของบรรดาสื่อ ด้วยความสำเร็จอย่างรวดเร็วของแข้งรายนี้นับตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบันเรียกได้ว่าเขาคืออีกคนที่ประสบความสำเร็จสูงในอาชีพค้าแข้ง แต่ทว่าเขายังคงเป็นคนที่น่ารักติดดิน ถ่อมตัว อยู่เสมอ แทบจะไม่มีเหตุผลที่ใครจะไม่โหวตให้เขาหากยังรักษาฟอร์มแจ่มเช่นนี้ต่อไปได้

3. เป็นนักเตะที่เข้าบอลได้ดีที่สุดในขณะนี้

N

นี่คือเหตุผลที่ทำให้ ก็องเต้ คือหัวใจหลักของเกมรับ เชลซี การเข้าบอลของเขาค่อนข้างแน่นอนด้วยสถิติแทคเคิ่ล 79 ครั้ง และสกัดบอลสำเร็จ 59 ครั้งใน พรีเมียร์ ลีก ตลอดทั้งฤดูกาล

ไม่เพียงโดดเด่นแค่เรื่องตัดบอลเท่านั้น เขายังมีสถิติจ่ายบอลแม่นยำสูงถึง 85 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนี่ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นกองกลางที่ครบเครื่องแบบสุดๆ ได้ทั้งรุกและรับ

ที่โดดเด่นกว่านั้นคือในเกมนัดชิงศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เจอกับ แมนฯ ซิตี้ เกมรุกของเรือใบสีฟ้าถูกเขาหยุดไว้ได้หลายครั้งหลายครา โดยมีสถิติยืนยันแล้วว่าเกมนัดดังกล่าวไม่มีผู้เล่นคนไหนที่พาบอลผ่ายเขาได้เลยแม้แต่รายเดียว

2. คีย์แมนในการพา เชลซี คว้าแชมเปี้ยนส์ ลีก

N

ต้องยอมรับจริงๆ ว่าการที่ เชลซี เดินทางมาถึงรอบชิงและเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ จนคว้าแชมป์ไปครองสำเร็จนั้นเป็นเพราะพวกเขามีผู้เล่นอย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ รับผิดชอบในแดนกลาง

“หากคุณเล่นร่วมกับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มันเหมือนกับว่าคุณมีผู้เล่นเพิ่มอีกคนครึ่ง” โธมัส ทูเคิ่ล กล่าว

ย้อนไปเมื่อรอบรองชนะเลิศที่พวกเขาเจอกับ เรอัล มาดริด ทีมที่มี ลูก้า โมดริช โทนี่ โครส และ คาเซมิโร่ สามมิดฟิลด์ที่ขึ้นชื่อว่าอยู่ระดับต้นๆ ของโลก แต่ ก็องเต้ สามารถรับมือได้อย่างดีและคว้าผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกมไปครอง

ถัดมาในรอบชิงชนะเลิศก็อย่างที่กล่าว เขาโชว์ฟอร์มแจ่มอีกครั้ง ด้วยการเป็นหัวใจหลักของทีมในการคว้าชัยนั่นก็ทำให้เขาคว้าผู้เล่นยอดเยี่ยมอีกครั้ง

1. ศึก ยูโร 2020 ที่น่าจับตามอง

N

อย่างที่ทราบรายการนี้คืออีกหนึ่งโอกาสในการทำความนิยมเพื่อมีชื่อเข้าชิงรางวัล บัลลง ดอร์ การที่ทีมชาติฝรั่งเศสทำผลงานได้ดีจะมีผลต่อรางวัลนี้อย่างมาก

ย้อนไปเมื่อปี 2018 ปีที่ ลูก้า โมดริช คว้ารางวัลยอดแข้งไปครอง นับว่าเป็นฤดูกาลที่รุ่งสุดๆ สำหรับเขาเพราะนอกจากคว้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ร่วมกับ เรอัล มาดริด แล้วเขายังทำผลงานได้ดีในศึกฟุตบอลโลกด้วยการเป็นกำลังหลักในการพาทีมชาติ โครเอเชีย ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปเจอกับฝรั่งเศส

อย่างไรก็ตามศึก ยูโร ครั้งนี้นับว่าน่าจับตามองอย่างมากเพราะหาก ก็องเต้ ยังคงเป็นกำลังหลักของทีมและทัพตราไก่ผ่านเข้าสู่รอบลึกๆ ได้มันก็จะเป็นรูปแบบเดียวกันกับของ โมดริช ขณะเดียวกันเชื่อว่าสำหรับแชมป์โลกอย่างทีมชาติฝรั่งเศสแล้ว การคว้าแชมป์ในรายการนับว่าไม่น่ายากเกินเอื้อม