น้องคือใคร ? ‘ซีดาน อิกบาล’ แข้งดาวรุ่งประวัติศาสตร์ เดบิวต์ผีในยุครังนิก!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

แม้ว่า ราล์ฟ รังนิก จะพา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่งท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม F ได้ไม่สวยหรูนัก เสมอกับยัง บอยส์ 1-1 แต่เกมนี้กลับมาสิ่งที่สวยงามและความประทับใจมากมายซ่อนอยู่ หนึ่งในนั้นคือเจ้าหนู ‘ซีดาน อิกบาล’ แข้งเชื้อสายบริติช-เอเชียใต้คนแรกที่ได้ลงสนามในนามนักเตะปีศาจแดง

ก่อนเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายจะมาถึง ด้วยความที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การันตีจองตั๋วผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเรียบร้อยแล้ว แถมยังล็อคตำแหน่งแชมป์กลุ่มได้ตั้งแต่จบเกมนัดที่ 5 ที่บุกเชือด บียาร์เรอัล คู่แค้นเก่าคารัง 2-0 ทำให้ ราล์ฟ รังนิก ปราศจากความกดดันในนัดทิ้งท้ายกับยัง บอยส์

กุนซือจากแดนไส้กรอก เล็งเห็นถึงความสำคัญของการโรเทชั่นเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโปรแกรมถี่ที่กำลังจะมาถึง เลือกพักตัวผู้เล่นหลัก ปรับรายชื่อทีมออกสตาร์ทแปลกตาจากนัดที่เพิ่งประเดิมชนะ คริสตัล พาเลซแบบครบทั้ง 11 ตำแหน่ง ไม่มีหน้าซ้ำแม้แต่รายเดียว

นอกจากนี้ก็ยังเปิดโอกาสให้ดาวรุ่งได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ในเกมใหญ่ระดับแชมเปี้ยนส์ ลีก เช่นเดียวกันกับ ทอม ฮีตัน นายทวารซีเนียร์วัย 35 ปีที่เคยค้าแข้งกับต้นสังกัดแห่งนี้เมื่อเกือบ 20 ปีก่อนแต่ไม่เคยลงสนามให้กับ ปีศาจแดง มาก่อนในชีวิต ได้มีโอกาสนั่งสำรองในเกมนี้ ก่อนจะสานฝันด้วยการเปลี่ยนตัวลงไปเล่นแทน ดีน เฮนเดอร์สันในช่วงครึ่งหลัง สร้างโมเมนต์สุดงดงามให้อบอวลไปทั่วโรงละครแห่งความฝัน

และจากกฏกติกาในบอลถ้วยยุโรปที่อนุญาตให้สามารถเปลี่ยนตัวระหว่างเกมได้ 5 คน ซีดาน อิกบาลเป็น 1 ใน 2 นักเตะดาวรุ่งหน้าใหม่ที่ได้ลงเล่นให้กับแมนฯ ยูไนเต็ดในเกมกับยัง บอยส์ พร้อมกับ ชาร์ลี่ ซาเวจ ลูกชายแท้ๆของอดีตแข้งดาร์บี้ เคาน์ตี้ อย่างร็อบบี้ ซาเวจ นับว่าเป็นความตื่นเต้นอย่างมากในหมู่สาวกที่ได้ชมฝีเท้าของเจ้าหนูอนาคตสดใสทั้งสอง

แม้ไม่ใช่ ‘ซีดาน’ เดียวกันกับที่แฟนๆผีแดงเรียกร้องอยากเห็นเงาในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่ ราล์ฟ รังนิก ก็ได้มอบความเชื่อมั่นให้แก่มิดฟิลด์วัยละอ่อนรายนี้ ด้วยการเรียกตัวมาฝึกซ้อมในวันอังคาร ก่อนส่งชื่อลงเล่นในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก นัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม ส่งผลให้ ซีดาน อิกบาล กลายเป็นแข้งเชื้อสายบริติช-เอเชียใต้คนแรกที่ได้มีชื่ออยู่บนม้านั่งสำรองของแมนฯ ยูไนเต็ด

และฝันของเขาก็ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั่งมองเพื่อนๆพี่ๆลงไปสูดบรรยากาศอันเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังของเกมแชมเปี้ยนส์ลีกในโอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อเจ้าหนู ซีดาน อิกบาล ในวัย 18 ปีถูกเปลี่ยนตัวลงสนามแทนที่ เจสซี่ ลินการ์ดในนาทีที่ 89 ก่อนที่เกมที่จบลงด้วยสกอร์ 1-1 และเป็นครั้งแรกที่มีแข้งบริติช-เอเชียใต้ลงเล่นให้สโมสรจากอังกฤษในถ้วยบิ๊กเอียร์ นับตั้งแต่ปี 2002-03 ที่ไมเคิ่ล โชปรา อดีตกองหน้า นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดเคยทำไว้

“ซีดาน อิกบาล เป็นนักเตะที่มีฝีเท้าโดดเด่น เป็นคนที่มุ่งมั่น ทุ่มเท ในการจะลงเล่นในระดับสูงสุดให้ได้ และได้รับรางวัลของความพยายามจากหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก – กลุ่มแฟนบอล Alpha กล่าวชื่นชมอิกบาล หลังสร้างความภาคภูมิใจให้ชุมชน

“ในการจัดการแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในวงการฟุตบอลที่เป็นเรื่องเร่งด่วน ไม่มีสิ่งใดจะดีกว่าการสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของคนที่ประสบความสำเร็จในวงการของเรา

“การได้เห็น ซีดาน อิกบาล ลงไปสร้างประวัติศาสตร์ จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนอีกนับล้านทั่วโลกอย่างไม่ต้องสงสัย มันเป็นวันที่ยิ่งใหญ่สำหรับพวกเรา และเป็นวันที่ยิ่งใหญ่สำหรับวงการฟุตบอล”

สำหรับ ซีดาน อิกบาล เกิดเมื่อวันที่ 27 เมษายน ปี 2003 ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ โดยมีคุณพ่อเป็นชาวปากีสถาน ส่วนคุณแม่มีถิ่นฐานมาจากประเทศอิรัก เข้ามาร่วมจอย อะคาเดมี่ของยูไนเต็ดเมื่อปี 2012 ด้วยวัยเพียง 9 ขวบ เร็วที่สุดตามที่กฏข้อบังคับอนุญาต และนับตั้งแต่นั้นมาเกือบทศวรรษ กองกลางรายนี้ก็ได้ฝึกฝนทักษะเกมฟุตบอลอยู่ในรั้วปีศาจแดงมาโดยตลอด

อิกบาล เข้าเรียนที่โรงเรียนเซนต์มาร์กาเร็ตในช่วงชั้นวัยประถม ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่คุณพ่อ อามาร์ อิกบาล พาลูกเข้าไปเรียนรู้ทักษะฟุตบอลเบื้องต้นกับ เซล ยูไนเต็ด สโมสรเล็กๆในระแวกท้องถิ่นแถวบ้าน ในวัยเพียง 4 ขวบ เขาเริ่มเตะลูกฟุตบอลและเพาะปลูกความรักที่มีต่อเจ้าลูกกลมๆ

เขาเริ่มมีชื่อเสียงอย่างมากในวงการฟุตบอลอาชีพฝั่งเอเชีย หลังได้รับโอกาสเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพครั้งแรกกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา อีกทั้งยังกลายเป็นที่ชื่นชอบและถูกยกย่องไม่น้อยในหมู่สต๊าฟฟ์โค้ชของอะคาเดมี่

ฤดูกาลนี้เจ้าหนุ่มเชื้อสายปากีสถาน เลื่อนขึ้นมาเล่นให้ แมนฯยูไนเต็ด ชุด U-23 ของนีล วู๊ด เก็บเกี่ยวประสบการณ์เพิ่มเติมได้อยากมหาศาล แถมยังเป็นคีย์แมนให้กับทีมสำรองภายใต้เสื้อหมายเลข 73

“ตอนที่ผมยังเด็กกว่านี้ ผมมักจะมีโอกาสได้ไปดูพ่อเล่นฟุตบอล สนามข้างละ 5 ตามระแวกบ้านทั่วไปนั่นแหละ และผมก็ชอบลงไปยิงประตูใส่พ่อด้วย” ซีดาน อิกบาล เล่า

“พอผมเริ่มโต ผมเริ่มที่จะได้เล่นฟุตบอลมากขึ้นเรื่อยๆ และได้เข้าไปร่วมทีมชื่อว่า เซล ยูไนเต็ด”

“ผมใช้เวลาอยู่ในศูนย์ฝึกแห่งนั้น จนวันนึงโค้ชเรียกผมมาคุย บอกว่าจะพาผมไปที่ เดอะ คลิฟฟ์ (สนามซ้อมเก่าของผีแดง) หลังจากนั้นผมก็ได้เริ่มพัฒนาตัวเองและไต่ลำดับขึ้นมาตามชุดเยาวชนของแต่ละช่วงอายุ”

“ผมเติบโตขึ้นมาจากครอบครัวที่ขยันขันแข็ง พ่อแม่ผมทำงานหนักอยู่ตลอด รวมไปถึงพี่ชาย และคุณตาคุณยายก็ด้วย และนับตั้งแต่ที่ครอบครัวผมเดินทางมาถึงประเทศแห่งนี้ พวกเขามักจะจุดประกายผม ให้เต็มที่กับทุกสิ่งที่กำลังทำ”

“ผมได้รับแรงบันดาลใจมาจาก เมซุต โอซิล เพราะเขาเป็นมุสลิมเหมือนกับผม การที่เราได้เห็นนักฟุตบอลที่เป็นมุสลิมด้วยกัน ทำให้สบายใจมากๆ”

“เส้นทางของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป และผมบอกคุณได้เลยว่ามันไม่เคยง่าย มันก็เหมือนกับรถไฟเหาะนั่นแหละ มีขึ้นด้วยก็ต้องมีลง”

“คุณแค่ต้องเปิดใจและเพลิดเพลินไปกับมัน ส่วนอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด”

อิกบาล ไม่ได้จู่ๆถูกรังนิกหยิบขึ้นมาใช้งานแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ช่วงหลังมานี้เขาโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นมากในอะคาเดมี่ ทั้งประตูที่ยิงได้ในเกม EFL Trophy รวมถึงในยูฟ่า ยูธ ลีก ที่เจอกับอตาลันต้า เจ้าตัวก็ชื่ออยู่บนสกอร์ชีทด้วยเช่นกัน

แม้จะยังไม่ถึงเวลาที่ได้โอกาสลงเล่นกับทีมชาติชุดใหญ่ แต่ปัจจุบัน อิกบาล ก็ได้เคยรับใช้ทีมชาติอิรักชุด U-23 มาแล้ว และยังสามารถเปลี่ยนไปเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ หรือ ปากีสถานได้อีกด้วย

เมื่อช่วงต้นปี สจ๊วต ฮาเมอร์ อดีตโค้ชของอิกบาล เคยออกมาให้สัมภาษณ์พูดถึงลูกศิษย์คนนี้ว่า “เขาเป็นคนที่มีทัศนคติยอดเยี่ยม เขาเปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ แถมยังลงเล่นฟุตบอลด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม”

“เขายินดีรับทุกความท้าทายที่เรามอบหมายให้เขาทำ ทุกคนในทีมต้องเวียนกันมาเป็นผู้รักษาประตู และเขาก็ตั้งใจทำมันเหมือนกับคนอื่นๆ”

“มาถึงจุดนี้จะบอกว่าเขาประสบความสำเร็จไปแล้วก้าวหนึ่งก็คงไม่มากไป ซีดานเป็นหัวใจหลักของความสำเร็จนี้”

“มีบ่อยครั้งที่เราต้องเดินทางไปแข่งฟุตบอล 6 คน และเขาก็จะลงไปทำเหมือนทุกอย่างมันง่ายไปหมด เราต้องถอดเขาออกและเปลี่ยนตัวคนอื่นลงไปแทน เพราะมันไม่แฟร์สำหรับอีกทีม หรือบางครั้งก็จับเขาไปเป็นผู้รักษาประตูบ้าง เพื่อที่ว่าเขาจะได้ไม่ต้องลงไปสร้างความอันตรายใดๆ”

ถึงแม้ว่าเวลาอันล้ำค่าที่เขาได้ลงเล่นในนัดเสมอ ยัง บอยส์ จะแสนสั้น จนไม่มากพอให้เขาได้สร้างสรรค์อิทธิพลต่อเกม แต่นั่นก็นับว่าแสงสว่างสำหรับอนาคตที่สดใสของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเลยทีเดียว เวลาของรังนิกยังเหลืออีกมากพอสมควร ช่วงใดช่วงหนึ่งของซีซั่นเราอาจจะได้เห็นดาวรุ่งอย่าง ซีดาน อิกบาล ลงมาวาดลวดลายโชว์สกิลกับทีมชุดใหญ่ให้ได้ชื่นชมกันนานกว่านี้ก็เป็นได้