ทีมคนซวย! จัดทีม 11 ยอดแข้งแห่งศตวรรษที่ 21 ที่ยังไร้ถ้วยกับทีมชาติ

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

อย่างที่ทราบกันแล้วว่าในที่สุด ลิโอเนล เมสซี่ ก็เพิ่งคว้าความสำเร็จใหญ่ร่วมกับ อาร์เจนติน่า ได้เสียทีหลังจากรอคอยมานาน แต่ทว่ายังมียอดแข้งอีกมากมายที่แม้จะทำผลงานระดับสโมสรได้อย่างไร้ที่ติแต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในระดับทีมชาติ

ผู้รักษาประตู: เคย์เลอร์ นาบาส

ทีมชาติ: คอสตา ริก้า
ลงสนามไป: 93 นัด

หนึ่งในนายทวารที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุค เคย์เลอร์ นาบาส นายทวารที่คว้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาแล้ว 3 สมัยติดต่อกันร่วมกับ เรอัล มาดริด แต่ดูเหมือนว่าความอัจฉริยะด้านการรักษาประตูของเขาจะไม่พอให้เขาคว้าความสำเร็จร่วมกับทีมชาติ คอสตา ริก้า เพราะแม้ว่าจะเก็บไปถึง 3 คลีนชีทและคว้า แมน ออฟ เดอ แมตช์ ไปถึง 3 ครั้งจาก 5 เกมแต่เขาก็ทำได้แค่เพียงผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศในศึกฟุตบอลโลกปี 2014 ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นผลงานที่เกินคาดสำหรับ คอสตา ริก้า แล้ว

แบ็คขวา: ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ

ทีมชาติ: อาร์เจนติน่า
ลงสนามไป: 143 นัด

ต่อกันที่ตำแหน่งแบ็คขวา ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ จัดว่าเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูงมากในสมัยที่เขายังโลดแล่นอยู่ในวงการลูกหนังในฐานะผู้เล่น เขาอยู่เบื้องหลังการคว้าแชมป์ เซเรีย อา ร่วมกับ อินเตอร์ มิลาน มาแล้ว 5 สมัยติดต่อกันรวมไปถึง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกหนึ่งสมัย ขณะเดียวกันเขาใช้เวลาร่วมกับทีมชาติอาร์เจนติน่านานถึง 17 ปีพร้อมกับลงสนามไป 143 นัด แต่โชคไม่ช่วยเพราะตลอด 17 ปีนั้นเขาไม่เคยคว้าความสำเร็จในรายการใหญ่ร่วมกับทัพฟ้าขาวเลย

กองหลัง: ริโอ เฟอร์ดินานด์

ทีมชาติ: อังกฤษ
ลงสนามไป: 81 นัด

หากจะเอ่ยชื่อกองหลังที่ดีที่สุดของโลกลูกหนังช่วงศตวรรษที่ 21 คงต้องมี ริโอ เฟอร์ดินานด์ ติดอยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน ด้วยความสำเร็จอย่างมากมายร่วมกับยอดทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจหลักในเกมรับของทีมชาติอังกฤษและแม้ว่าผู้เล่นในทีมทรีไลออนส์ขณะนั้นจะเอื้อเฟื้อมากแค่ไหนก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังคว้าความสำเร็จไม่ได้เลยสักรายการเดียว

กองหลัง: เวอร์จิล ฟาน ไดค์

ทีมชาติ: ฮอลแลนด์
ลงสนามไป: 38 นัด

มากันที่ในกองหลังที่จะเพิ่งจะมีชื่อขึ้นมาในเร็วๆ นี้อย่าง เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ต้องยอมรับจริงๆ ว่านี่คือช่วงพีคสุดๆ ในอาชีพค้าแข้งของเขา ด้วยความแข็งแกร่งในลูกกลางอากาศและความเฉียบขาดในการเข้าบอลนั้นทำให้เขาคือผู้เล่นที่เปลี่ยนโฉมหน้าเกมรับของ ลิเวอร์พูล และทีมชาติฮอลแลนด์ได้อย่างชัดเจน เขาคือผู้เล่นคนสำคัญที่พาทัพอัศวินสีส้มทะลุเข้ารอบชิงในรายการยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก แต่ก็ทำได้แค่นั้น และด้วยอาการบาดเจ็บทำให้ช่วงนี้เขาหายหน้าหายตาไปจากเกมลูกหนังจึงเป็นเหตุจำเป็นที่ยังคงไร้ถ้วยร่วมกับทีมชาติ

แบ็คขวา: แอชลี่ย์ โคล

ทีมชาติ: อังกฤษ
ลงสนามไป: 107 นัด

หากให้เปรียบเทียบแล้ว แอชลี่ย์ โคล คือหนึ่งในภาพสะท้อนของ ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ ที่กล่าวมาข้างต้น เพราะเขาคือฟูลแบ็คระดับโลกและยังเป็นหนึ่งในผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดของทีมชาติอังกฤษ แต่แม้ว่าจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแค่ไหนก็ตามแต่เขาก็ยังเป็นนักเตะที่ยังไร้ถ้วยร่วมกับทีมชาติ

กองกลางตัวรับ: โคล้ด มาเกเลเล่

ทีมชาติ: ฝรั่งเศส
ลงสนามไป: 71 นัด

หากไม่นับความสำเร็จล่าสุดในปี 2018 ยุคที่ทีมชาติฝรั่งเศสประสบความสำเร็จมากที่สุดคือปี 1998 และ 2000 ที่พวกเขาคว้าได้ทั้งแชมป์โลกและยูโร แต่นั่นยังไม่ใช่ยุคสมัยที่รุ่งเรืองของ โคล้ด มาเกเลเล่ เพราะเขากลับไม่มีชื่อเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนั้น และด้วยเหตุนี้ทำให้ความสำเร็จสูงสุดของเขาคือการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในศึกฟุตบอลโลกปี 2006

กองกลาง: ลูก้า โมดริช

ทีมชาติ: โครเอเชีย
ลงสนามไป: 142 นัด

มาถึง ลูก้า โมดริช เดอะแบกของทีมชาติโครเอเชีย ที่เริ่มต้นด้วยความเจ็บใจในการดวลจุดโทษพ่ายให้กับตุรกีในศึกยูโรปี 2008 แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ยังมุ่งมั่นทำผลงานที่ดีเสมอมาท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านผู้เล่นหลากหลายชุด และต้องยอมรับจริงๆ ว่าแข้งรายนี้ยกระดับให้โครแอตกลายเป็นอีกทีมที่น่ากลัวในศึกฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดที่ผ่านเข้าไปจนถึงรอบชิง และความยอดเยี่ยมของเขาก็ถูกการันตีด้วยรางวัล บัลลง ดอร์ หนึ่งสมัย ทว่าแม้จะความสำเร็จมามากมายร่วมกับ เรอัล มาดริด แต่เขาก็เป็นอีกแข้งที่ยังไม่ประสบความสำเร็จกับทีมชาติเลย

กองกลาง: สตีเว่น เจอร์ราร์ด

Steven Gerrard's Top Five Goals For Liverpool - LFC Transfer Room –  Liverpool's No. 1 Source for Transfer News & Speculation

ทีมชาติ: อังกฤษ
ลงสนามไปแล้ว: 114 นัด

สตีเว่น เจอร์ราร์ด อีกหนึ่งผู้เล่นที่ครองใจใครหลายคนโดยเฉพาะแฟนๆ ลิเวอร์พูล สำหรับฝีเท้าของเขาคงไม่ต้องอธิบายให้มากความสำเร็จของทีมหงส์แดงตั้งแต่ยุค 2000 เป็นต้นมาคือสิ่งที่ยืนยันได้ดีที่สุด ขณะเดียวกันเขาก็จัดเป็นหนึ่งในผู้เล่นชุดความหวังของทีมชาติอังกฤษ แต่ก็เช่นเดียวกับรายอื่นๆ ที่กล่าว เขายังไม่ประสบความสำเร็จใดๆ ร่วมกับทีมสิงโตคำรามเลย

ปีกขวา: อาร์เยน ร็อบเบน

ทีมชาติ: ฮอลแลนด์
ลงสนามไปแล้ว: 96 นัด

หนึ่งในปีกที่อันตรายที่สุดของยุคคงต้องยกให้ อาร์เยน ร็อบเบน ที่ประสบความสำเร็จในระดับสโมสรมาแล้วมากมายร่วมกับ เชลซี เรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค ในขณะที่ผลงานทีมชาติของเขานั้นทำได้เพียงแค่เกือบ

สำหรับผลงานที่ดีที่สุดร่วมกับทัพอัศวินสีส้มของเขานั้นทำได้เพียงรองแชมป์โลกในปี 2010 ที่เจ้าตัวดันพลาดเอาชนะ อิเกร์ กาซิยาส ในการดวล 1-1 ไม่ได้ เช่นเดียวกับปี 2014 ที่มาได้ไกลสุดแค่ที่ 3 ของโลก

ปีกซ้าย: เนย์มาร์

ทีมชาติ: บราซิล
ลงสนามไปแล้ว: 111 นัด

สำหรับตำแหน่งเกมรุกฝั่งซ้ายคงต้องยกให้ เนย์มาร์ แข้งพรสวรรค์ที่มาพร้อมกับความซวยอย่างแท้จริง เพราะหากพูดตามเนื้อผ้าแล้วด้วยความสามารถและชื่อเสียงการได้รับความสำเร็จร่วมกับทีมชาติคือสิ่งเดียวที่เขาควรจะมี จริงอยู่ที่เขาเคยพาทีมแซมบ้าคว้าเหรียญทองโอลิมปิกมาแล้ว แต่ในรายการใหญ่นั้นทำได้เพียงแค่เข้าสู่รอบชิงในศึก โคปา อเมริกา ครั้งล่าสุด ที่น่าเจ็บใจกว่านั้นคือทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์ไปครองในปี 2019 แต่เขากลับไม่มีส่วนร่วมเนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ

กองหน้า: ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา

ทีมชาติ: ไอวอรี่ โคสต์
ลงสนามไปแล้ว: 105 นัด

จริงอยู่ที่มีกองหน้าหลายต่อหลายคนที่ยังไม่ประสบความสำเร็จในทีมชาติหลายคน แต่ในช่วงพีคสุดๆ ของ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา นั้นเขาถูกยกให้เป็นศูนย์หน้าที่อันตรายที่สุดใน พรีเมียร์ ลีก ด้วยสถิติ 100 ประตูตลอด 226 นัดที่ลงสนามให้กับ เชลซี และเขาคือกำลังหลักในการพาทีมสิงห์บลูส์คว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ถึง 4 สมัยรวมไปถึง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกหนึ่งสมัย

ด้านผลงานในทีมชาติของแข้งรายนี้นับว่าเป็นเดอะแบกของ ไอวอรี่ โคสต์ อย่างแท้จริงเพราะ ดร็อกบา คือฮีโร่พาทีมผ่านรอบคัดเลือกในศึกฟุตบอลโลกถึง 3 ครั้งติดต่อกันครั้งแรก ซึ่งภายหลังที่เขาแขวนสตั๊ด ไอวอรี่ โคสต์ ก็ไม่เคยผ่านเข้ารอบเลยสักครั้งเดียว ขณะที่รายการที่เป็นไปได้มากที่สุดอย่าง แอฟริกา คัพ เขาก็ยังไม่เคยได้เลยสักครั้งเดียว