ทำความรู้จัก”เฟร์ราน ตอร์เรส”! ว่าที่ “นิวดาบิด ซิลบา”บนเรือใบสีฟ้า!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ต้องบอกเลยว่าชั่วโมงนี้ชื่อของ เฟร์ราน ตอร์เรส ได้กลายเป็นหนึ่งในนักเตะเนื้อหอมที่สุดของยุโรปไปแล้ว โดยที่เจ้าตัวเพิ่งมีข่าวไปสดๆร้อนๆ ว่าได้บรรลุข้อตกลงในการย้ายไปร่วมทัพกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้เรียบร้อย เหลือแค่เคลียร์เรื่องค่าตัวให้เสร็จสิ้นเท่านั้น

และไม่ว่าสุดท้ายแล้วแมนซิตี้จะสามารถปิดดีลแนวรุกจากบาเลนเซียแนวนี้ได้หรือไม่ เขาก็ยังเป็นนักเตะที่น่าตื่นเต้นคนหนึ่งอยู่ดี จากลีลาอันแพรวพราว สไตล์บอลแบบเอนเตอร์เทน บวกกับความเป็นไปได้ที่เราอาจเห็นการสืบทอดตำนานของดาบิด ซิลบา ที่ร่ำลาจากเมสตาญ่าสู่แมนเชสเตอร์อีกครั้งก็เป็นได้

ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้ ทัพเรือใบสีฟ้าและเป๊ป กวาดิโอล่าเองก็กำลังมองหาตัวแทนของ ดาบิด ซิลบา ที่กำลังจะแยกทางจากสโมสรไปหลังรับใช้ยอดทีมจากแมนเชสเตอร์มาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา และการที่พวกเขาชี้เป้าต้องการตัวตอร์เรสขนาดนี้ ก็ย่อมผ่านการไตร่ตรองและวิเคราะห์มาแล้วว่าแข้งค้างคาวรายนี้จะสามารถเป็นจิ๊กซอว์ตัวนั้นได้จริงๆ

และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเฟร์ราน ตอร์เรสถึงเป็นนักเตะที่น่าตื่นตาตื่นใจและเนื้อตัวหอมฉุยได้ขนาดนี้…

ข้อมูลนักเตะ

ชื่ออังกฤษ :Ferran Torres ชื่อไทย :เฟร์ราน ตอร์เรส

สัญชาติ :สเปน

ส่วนสูง : 1.84 ถนัดเท้า :ขวา

วันเกิด : 29 กุมภาพันธ์ 2000 (อายุ 20 ปี )

เฟร์ราน ตอร์เรส เกิดที่เมืองบาเลนเซีย เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ปี 2000 เป็นแฟนบอลพันธุ์แท้ของ บาเลนเซีย มาตลอด เข้าก้าวเข้าสู่อเคเดมี่ของ”เจ้าค้างคาว” มาตั้งแต่ตอน 6 ขวบ แล้วค่อยๆเลื่อนชั้นขึ้นมาเรื่อยๆ ก่อนขยับจากทีมชุดเบ ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ เมื่อปี 2017

การขึ้นมาของตอร์เรส ยังทำให้เขาสร้างสถิติเป็นนักเตะคนแรกที่เกิดในยุคปี 2000 ที่ได้ลงสนามใน ลา ลีก้า ด้วยวัย 17 ปี ลงสนามเป็นตัวสำรองในเกมบาเลนเซียเฉือนเอิบาร์ 2-1

ส่วนในนามทีมชาติ เขาเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติสเปน ชุดคว้าแชมป์ ยูโร รุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปี เมื่อปี 2017 จากนั้นก็ขึ้นไปติดทัพกระทิงดุรุ่นอายุต่ำกว่า 19 ปี และ 21 ปี โดยหากยังรักษาฟอร์มดีต่อเนื่องก็มีโอกาสประเดิมติดทีมชาติชุดใหญ่ในอีกไม่นานนี้แน่นอน

แม้สถิติในช่วงสองซีซั่นหลังจะไม่ได้ถึงกับหวือหวา แต่ในเรื่องการมีส่วนร่วมกับเกม ถือว่าตอร์เรสนั่นคือหัวใจในเกมรุกของบาเลนเซียโดยแท้

เจ้าตัวสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในฤดูกาล 2018-19 ทำได้ 3 ประตูจากการลงเล่น 37 เกมในทุกรายการ ขณะที่ฤดูกาลนี้ ตอร์เรส ก็ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นทำ 6 ประตู กับ 8 แอสซิสต์ จากการลงเล่นรวมทุกรายการ 44 นัด 

วิเคราะห์จุดเด่นของ เฟร์ราน ตอร์เรส

ความอัจฉริยะในเกมรุก

หนึ่งในพรสวรรค์เด่นของตอร์เรสคือการความตื่นตัวและตระหนักถึงสถานการณ์ขณะที่ทีมกำลังเคลื่อนบอลไปข้างหน้าเพื่อโจมตีคู่แข่ง การยืนตำแหน่งหรือแม้แต่การสอดหาพื้นที่ คือความอันตรายของแข้งรายนี้อย่างแท้จริง

สตาร์เลือดกระทิงดุสามารถดึงตัวประกบไปไว้กับตัวเอง แม้กระทั่งตอนที่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ประจำการ ซึ่งสามารถสร้างพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมได้มากโขเลยทีเดียว

และความสามารถที่โดดเด่นของเฟร์รานตรงนี้เอง ที่ทำให้ตัวเขาสามารถเป็นคำตอบของทีมที่กำลังมองหาปีกสักตัว ที่มีความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่สูง รวมถึงยังสามารถสลับบทบาทเข้าไปมีส่วนร่วมกับแทบจะทุกพื้นที่ในสนามได้

การจัดการร่างกายที่ยอดเยี่ยม

อีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำให้ตอร์เรสกลายเป็นขวัญใจในถ้ำค้างคาวนั้นคือความสามารถเฉพาะตัวที่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะการเลี้ยงบอลที่ถ้าไม่นับเมสซี่ เจ้าตัวก็คงไม่เป็นรองใครในลา ลีก้า

อย่างไรก็ดี มันยังมีรายละเอียดให้ต้องพูดถึงตรงนี้อยู่เล็กน้อย นั่นคือจังหวะที่ปีกดาวรุ่งรายนี้กำลังจะสัมผัสบอลเพื่อเล่น เขาจะจัดการร่างกายของตัวเองให้เข้าไปอยู่ในองศาที่พร้อมสำหรับการเลี้ยงบอลอย่างมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ

และแน่นอนว่าทักษะที่เฟร์รานใส่ใจในรายละเอียดตรงนี้ ก็สามารถคลิกกับทีมที่มีสไตล์การต่อบอลแบบเท้าสู่เท้าได้แบบไม่ยากเย็น

การรับหน้าที่ป่วนริมเส้นด้วยการโจมตีที่หลากหลาย

เมื่อใดก็ตามที่ตอร์เรสได้บอลฉีกออกทางริมเส้น เขามักจะสวมบทบาทการป่วนแนวรับคู่แข่งทางฝั่งที่เขารับผิดชอบอยู่สุดแสบ

ซึ่งเป็นเรื่องปกติเลยที่ปีกที่มีความอันตรายสูงแบบนี้จะเรียกแนวรับฝั่งตรงข้ามให้กรูกันเข้ามาประกบ แต่สำหรับตอร์เรสเองแม้จะต้องไปคนเดียวเขาก็จะไป หรือจะเข้ามาบีบกี่คน เขาก็ไม่มีเกรงกลัวที่จะกระดกบอล พลิกตัว เลี้ยงแหวก เหมือนใจเขาสั่งมาว่ายังไงก็ต้องไปให้ได้อะไรแบบนั้น

แต่ถึงเลี้ยงบอลจนไปไม่ไหว ส่งที่เจ้าตัวมักทำได้ไปในตัวคือการเปิดพื้นที่ว่างให้ฟูลแบ็คได้ขึ้นมาโอเวอร์แล็ป และยิ่งเกมรุกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ใช้ฟูลแบ็คช่วยโจมตีอยู่แล้ว เชื่อว่าการมีตอร์เรสอยู่ในทีมจะต้องเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลแน่นอน

การเอาตัวรอดในจังหวะ 1-1

อย่างที่รู้ว่า เฟร์ราน มีความชำนาญสูงในหน้าที่ปีกตัวริมเส้น ซึ่งนอกจากจะเลี้ยงบอลได้อย่างยอดเยี่ยม เจ้าตัวยังมีทักษะการเผชิญหน้าและดวลกับคู่ต่อสู้อย่างเหนือชั้น ด้วยการรอคอยจังหวะที่เหมาะเจาะก่อนเลี้ยงผ่านไปแบบที่ดูจากภายนอกแล้วเหมือนจะทำได้ง่ายๆ แต่แท้ที่จริงคือเปล่าเลย

เฟร์รานมีประสิทธิภาพในการเลี้ยงบอลและการกระชากบอลผ่านกองหลังได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถหลบคู่ต่อสู้ คนหรือสองคนต่อการเล่นบอล 1 จังหวะ และสังเกตได้เลยว่านั่นทำให้เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆของเขาสามารถพาตัวเองเข้าไปอยู่ในจุดได้เปรียบและอันตรายได้โดยทันที

นอกจากนี้เจ้าตัวก็ยังมีความเร็วเลี้ยงจี้ไปถึงสุดเส้น ก่อนเปิดบอลเข้ากลางด้วยความแม่นยำ ทำให้นึกถึงเชซุส นาบาส ในเวอร์ชั่นที่เร็วกว่า, ทักษะดีกว่าและจ่ายบอลแม่นกว่า

ตอร์เรสซีซั่นนี้มีสถิติเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้สำเร็จ 2.2 ครั้งต่อเกมหรือคิดเป็น 53.6 เปอร์เซ็นต์

การปรับตัวเข้ากับระบบ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้และเรอัล มาดริดคือสองตัวเต็งที่กำลังให้ความสนใจคว้าตัวเฟร์รานไปร่วมทีม ว่าแต่ทั้งสองทีมก็มีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกัน แล้วบอลของเป๊ป หรือซีดานละ? ที่เหมาะกับเจ้าหนุ่มน้อยรายนี้มากกว่ากัน

ซึ่งหากคำนวณจากฐานข้อมูลของ Olocip เราจะสามารถคาดการณ์โอกาสที่เฟร์รานจะสร้างความอันตรายให้กับทั้งสองสโมสรได้มากกว่าที่เขาทำกับบาเลนเซียเสียอีกเมื่อเปรียบเทียบกัน

จากกราฟฟิคแสดงให้เราเห็นว่า หากเขาอยู่กับแมนฯซิตี้หรือเรอัล มาดริด เขาจะสามารถเก็บจำนวนการเลี้ยงผ่านผู้เล่นต่อเกมได้มากกว่าที่เขาทำอยู่ที่เมสตาญ่า

ส่วนในแง่ของการทำประตู เฟร์รานจะมีโอกาสให้เขาได้ส่องประตูมากที่สุดกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองลงมาคือเรอัล มาดริด แต่ก็ยังมากกว่าที่บาเลนเซียอยู่หลายเท่า

แต่ถ้าเฟร์รานต้องการยึดสไตล์การแตะบอลสุดเส้นและครอสบอลงามๆเข้ากลางเหมือนที่เขาถนัด บางทีบาเลนเซียอาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเขา เพราะแมนซิตี้ถือว่ายังห่างไกลจากการโจมตีสไตล์ดังกล่าวอยู่พอสมควร

ในขณะเดียวกัน ถ้าเขาเลือกไปร่วมงานกับซีดานในทัพราชัน โอกาสที่เขาจะได้ใช้จุดแข็งอย่างการโยนบอลก็จะยิ่งน้อยนิดเข้าไปอีก