ทำความรู้จักเจ้าหนู”จามาล มูเซียล่า” วันเดอร์คิดรายล่าสุดจากทัพเสือใต้!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

สำหรับเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนอาจจะตื่นมาสงสัย ว่าใครคือเจ้าเด็กหนุ่มที่ชื่อว่า “จามาล มูเซียล่า” ทำไมหลายคนต้องกล่าวถึงและยกย่องไว้เหนือหิ้งขนาดนั้น และคำว่าดาวดวงต่อไปของวงการลูกหนัง นี่มันฟังแล้วเว่อร์ไปหรือเปล่า?

เจ้าหนูวัย 17 กระรัตจากครอยดอน กำลังลงวาดลวดลายให้กับหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดในโลก สามารถยิงประตูและโชว์ฝีเท้าได้เกินกว่ากว่าระดับประสบการณ์ของตัวเอง แล้วถ้าเก่งขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ไปหลบอยู่ที่ไหนมา?

มาถึงชั่วโมงนี้ จามาล มูเซียล่า ไม่ใช่เด็กในกระดองหรือชายในความลับอะไรอีกแล้ว หลังยิงประตูใส่ลาซิโอ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แฟนลูกหนังทั่วโลกตั้งไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ต่างได้รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเขากันถ้วนหน้า กับว่าที่สิ่งมหัศจรรย์คนต่อไป ซึ่งถ้าคุณเคยชื่นชมจู๊ด เบลลิ่งแฮมเอาไว้ยังไง เจ้าหนูมูเซียล่าก็คงจะไม่ต่างกัน

และนี่คือ 5 สิ่งที่คุณควรจะรู้เกี่ยวกับวันเดอร์คิดแห่งบาวาเรียรายนี้

1.เขาคือหนึ่งในผลผลิตอันภาคภูมิใจของเดอะบลูส์

โอเค… เชลซีอีกแล้ว ถามว่ามีใครไม่ผ่านอคาเดมี่ของเชลซีมาบ้างดีกว่า

มูเซียล่ามีถิ่นกำเนิดที่เมืองสตุ๊ทท์การ์ท ประเทศเยอรมัน มีคุณแม่เป็นชาวเยอรมันแท้ แต่ได้มีโอกาสย้ายเข้ามาสู่ย่านครอยดอนในมหานครลอนดอน ประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุ 7 ขวบ เข้ารับการฝึกปรือวิชาลูกหนังผ่านระบบอคาเดมี่ของเดอะบลูส์ พร้อมกับถูกส่งเข้าเรียนในโรงเรียนเดียวกันกับที่คัลลัม ฮัดสัน-โอดอยเรียนอีกด้วย

ในวัยเพียง 16 ปี มูเซียล่าถูกบรรดาสโมสรใหญ่ทั่วยุโรปตามขายขนมจีบกันยกใหญ่ ก่อนที่จะตัดสินใจมุ่งหน้าสู่แคว้นบาวาเรีย ซึ่งเป็นความฝันสูงสุดของเด็กเยอรมันที่จะได้ลงเล่นให้สโมสรอย่างบาเยิร์น มิวนิค และการตัดสินใจดังกล่าวนี้เองที่ทำให้เขาไม่ได้อยู่ร่วมเล่นกับสองรุ่นพี่อย่างเมสัน เมาท์และฟิกาโย้ โทโมรี

แต่ก็ยังมีฮัดสัน-โอดอยที่เคยเล่นร่วมกับมูเซียล่าทั้งที่เชลซีและทีมชาติอังกฤษ ตอนหลังบาเยิร์น มิวนิคก็มีเป็นข่าวยกใหญ่ในการไล่ล่าฮัดสัน-โอดอยไปจอยเพื่อนร่วมโรงเรียนอย่างมูเซียล่าที่เยอรมันเหมือนกัน แต่ก็ไม่ทำไม่สำเร็จ

2. เขาจะไม่สามารถลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษได้อีกต่อไปแล้ว

แม้ว่าฮัดสัน-โอดอยจะหว่านล้อมเอ่ยปากพูดด้วยตัวเองว่าคงดีไม่น้อย หากจามาลเลือกเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ แต่สุดท้ายคำตอบที่ได้ก็อาจจะโหดร้ายสำหรับสาวกสิงโตคำรามอยู่พอสมควร เมื่อเจ้าหนูวันเดอร์คิดรายนี้ตัดสินใจเลือกเล่นให้ทัพอินทรีเหล็ก ประเทศบ้านเกิดของเขา ซึ่งตรงก็ถือว่าสมเหตุสมผล

แต่มันก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายเสียทีเดียว สมาคมฟุตบอลเยอรมันเองก็ไม่ได้คาดคิดเหมือนกัน พวกเขาได้แต่แอบหวังลึกๆ แต่ก็ไม่ได้มั่นใจมากนักว่ามูเซียล่าจะมาเลือกเล่นให้ทีมชาติเยอรมัน เพราะก่อนหน้านี้ก็สลับไปเล่นให้ทีมชาติอังกฤษชุด U-21 มาแล้ว

ก่อนหน้านี้ แม้กระทั่งโค้ชสิงโตคำราม U-21 อย่างไอดี้ บูธรอยด์ ที่ใกล้ชิดกับนักเตะก็ยังไม่กล้าคอนเฟิร์มเลยว่ามูเซียล่าจะเลือกเล่นให้ฝั่งไหนเพราะมันเป็นการเลื่อกที่ลำบากใจเหลือเกิน ประเทศหนึ่งก็บ้านเกิด อีกประเทศก็ผูกพันธ์เติบโตมาตั้งแต่เด็ก

3.เขาขึ้นมาเฉิดฉายพร้อมกับสตาร์เจนใหม่ของวงการฟุตบอลอังกฤษมากมายหลายคน

คนซ้ายสุดนั่นคืออมาดู ดิอัลโล่ หนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดมในอคาเดมี่ของทัพขุนค้อน ส่วนคนที่ถัดมาจากเขาก็โปรไฟล์ไม่ธรรมดา เพราะนั่นคือพ่อหนุ่ม ลูอี้ แบร์รี่ นักเตะอังกฤษคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ผ่านการฝึกสุดหินในอคาเดมี่ก้องโลกอย่างลา มาเซีย

รายต่อมาหลายคนคงร้องอ๋อ คุ้นหน้ากันแล้ว สำหรับเจ้าหนูจู๊ด เบลลิ่งแฮมเด็กมหัศจรรย์ที่ถูกโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์กระชากตัวจากเบอร์มิ่งแฮมไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ทั้งๆที่เพิ่งเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพได้เพียงไม่กี่เดือน แถมยังเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 3 ที่เคยลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่อีกด้วย

ส่วนขวาสุดเป็นใครไปไม่ได้เลย ถึงหน้าจะติ๋มๆแบบนี้ ได้ฝีเท้าของมูเซียล่านี่เข้าขั้นเด็กเทพชัดๆ รูปนี้ถูกถ่ายหลังจากที่เจ้าหนูจากสตุ๊ทท์การ์ทเพิ่งซัดแฮตทริกใส่เนเธอร์แลนด์ในเกมทีมชาติชุด U-15

ถ้าคุณคิดว่ารุ่นก่อนหน้านี้อย่างซานโช่ ,โฟเด้น หรือซาก้าเผ็ดแล้วล่ะก็ ต้องขอเตือนก่อนว่าชุดถัดมาก็แอบแซ่บไม่แพ้กัน เผลอจะมีแววเด็ดกว่าด้วยซ้ำ..ไว้วันไหนที่โชคชะตาพาทีมชาติเยอรมันให้ต้องมาปะทะกับทีมชาติอังกฤษ เราคงจะได้เห็นภาพกันแบบช็อตต่อช็อตว่ามูเซียล่าก็ไม่ได้น้อยหน้ารุ่นพี่เลยแม้แต่น้อย

4.เขาคือนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่เคยลงเล่นให้บาเยิร์น มิวนิค

รูปแบบการลงทุนเสริมทัพของบาเยิร์น มิวนิคเริ่มเปลี่ยนและแปลกตาไปในช่วงหลายปีหลัง เช่นเดียวกันกับดอร์ทมุนด์ พวกเขาไม่สามารถวัดกำลังเงินในกระเป๋ากับบรรดาบิ๊กทีมของยุโรปได้ หากลองสังเกตุดีๆ แต่จุดเด่นที่ล่อตาล่อใจแข้งดังได้นั่นก็คือประวัติศาสตร์ ชื่อชั้นและความยิ่งใหญ่ของสโมสรที่ใครก็ต่างหลงใหล และในเมื่องบประมาณมันไม่เอื้ออำนวยให้ทุ่มแหลกเพือดึงสตาร์ดังเข้ามา การหันไปเซ็นดาวรุ่งที่เป็นเพชรอยู่แล้ว เพื่อเอามาเจียระไนเสริมอีกนิดหน่อยก็ดูจะทางเลือกที่ไม่เลว

ด้วยแนวทางการทำทีมในลักษณะนี้ ทำให้จามาล มูเซียล่าสามารถมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นแข้งที่อายุน้อยที่สุดที่เคยลงเล่นให้บาเยิร์น มิวนิค แถมเรื่องนี้ยังบ่งบอกอีกด้วยว่าความตั้งใจของทัพเสือใต้มันมาถูกทางและยังสัมฤทธิ์ผลอีกต่างหาก

และดูเหมือนจะเป็นความโชคดีอีกหนึ่งอย่างของเขาด้วยที่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของฮันซิ ฟลิค ที่พร้อมจะผลักดันดาวรุ่ง ต่อจากรุ่น อัลฟอนโซ่ เดวี่ส์, แซร์จ กนาบรี้ หรือ คิงส์ลี่ โคม็อง ที่ตอนนี้ก้าวขึ้นมาเป็นดาวเตะแถวหน้าในทีมที่คับคั่งไปด้วยสตาร์ดังเรียบร้อยแล้ว

ใครจะรู้ว่าเขาจะเก่งขึ้นกว่านี้อีกแค่ไหนในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เอาจริงๆ มองไปไกล 5-10 ปียังได้เลย

5.นี่คือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ความสามารถที่หลากหลาย อาจนำเขาไปสู่การเป็นเบอร์ 10 , มิดฟิลด์บ็อกซ์ทูบ็อกซ ,หอกเบอร์ 9 หรือแม้แต่ปีกริมเส้น ความเป็นไปได้เหล่านี้เกิดขึ้นได้หมด

ที่ผ่านมา มุเซียล่าลงเล่นเป็นมิดฟิลด์บ็อกซ์ทูบ็อกซ์ให้บาเยิร์น มิวนิค ตอนที่ติอาโก้เก็บกระเป๋าย้ายไปลิเวอร์พูล แน่นอนว่าเจ้าหนูรายนี้ย่อมได้โอกาสลงเล่นมากขึ้นกว่าเดิม แต่ในทางกลับกันบทบาทการเล่นของมิดฟิลด์วัย 17 ปีรายนี้กลับแตกต่างออกไปจากที่เราคุ้นชินในสไตล์บาเยิร์น มิวนิค

เขาเป็นห้องเครื่องประเภทน้ำมันเต็มถังตลอด การยืนตำแหน่งและลูกยิงก็เป็นจุดเด่น เคสนี้คงคล้ายๆกับเบลลิ่งแฮม ตรงที่ว่าสร้างความปวดหัวให้โค้ช ที่ไม่รู้จะจับนักเตะลงตรงไหนดี แต่โชคดีที่เป็นเด็กมีสรีระได้เปรียบเป็นทุนเดิม ความสูง 6 ฟุตนิดๆ ทำให้เขาไม่ได้จิ๋วเกินไปในการยืนประจำในแผงกองกลาง

แต่ในระยะยาว จากการวิเคราะห์ ดูเหมือนอดีตเด็กสิงห์บลูส์รายนี้จะมีแววก้าวขึ้นมาเป็นเพลเมกเกอร์สไตล์เดียวกันกับโธมัส มูลเล่อร์ได้เหมือนกัน ในขณะที่หลายคนก็เอาท่าทางการเล่นของเจ้าตัวไปเปรียบกับเดเล่ อัลลี่ ทั้งหน้าตาและรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ละม้ายคล้ายดาวเตะไก่เดือยทอง

อายุเท่านี้หนทางยังอีกยาวไกล เขายังมีเวลาให้ค้นหาบทบาที่ลงตัวที่สุดสำหรับตัวเอง แต่ไม่ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะไปลงเอยที่ตำแหน่งไหน แต่หากสามารถรักษาฟอร์ม มุ่งมั่นพัฒนาตัวเองเหมือนที่ผ่านมาได้แล้วละก็…อนาคตของบาเยิร์น มิวนิคและทีมชาติเยอรมันก็ดูจะสดใสไม่ต่างอะไรจากแสงแดดอ่อนๆในช่วงหน้าร้อนแบบนี้