ดีกรีแชมป์โลก! ส่องความพร้อมทัพตราไก่ก่อนลุยศึกยูโร 2020

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ศึกยูโร 2020 กำลังคืบคลานเข้ามาและฝรั่งเศสก็จะเข้าร่วมทัวร์นาเม้นนี้ด้วยความหวังคว้าอีกหนึ่งความสำเร็จหลังจากคว้าแชมป์โลกมาในปีล่าสุด

France are super favourites to win Euro 2020, says Wenger | IBC World News

ทีมชาติฝรั่งเศสจัดว่าเป็นทีมที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อศึกยูโรครั้งที่ผ่านมา แต่ดันไปพลาดท่าให้กับโปรตุเกสทำในนัดชิงทำให้พวกเขาทำได้ดีสุดด้วยการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แม้ว่าจะเป็นถึงเจ้าภาพก็ตาม

อย่างไรก็ตามพวกเขาบรรเทาความผิดหวังด้วยการผงาดคว้าแชมป์โลกในปีอีกสองปีต่อมา แต่ปีนี้ นี่คือโอกาสสำคัญที่จะแสดงให้ทั้งโลกรู้ว่าทัพตราไก่คือทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกขณะนี้

เริ่มกันด้วยผู้เล่นความหวังประจำทีม

ผู้รักษาประตู: อูโก้ โยริส

ประเดิมด้วยตำแหน่งผู้รักษาประตูซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก อูโก้ โยริส ที่เคยพาทัพตราไก่ผงาดคว้าแชมป์โลกมาแล้ว แม้ผลงานร่วมกับ สเปอร์ส อาจไม่ประสบความสำเร็จเสียทีและจะเคยเผลอพลาดในเกมสำคัญตอนศึกบอลโลกที่ปล่อยให้ มาริโอ มานด์ซูคิช ทำประตูได้ แต่ผลงานโดยรวมยังถือว่าดีและหากจะหาใครมาแทนที่เขาในด่านสุดท้ายของทัพตราไก่ได้ในตอนนี้ก็คงจะเป็นไปไม่ได้

กองหลัง: ราฟาเอล วาราน

Varane : "Les calendriers sont saturés. Trop, c'est trop !"

ในด้านเกมรับสำหรับพวกเขาถือว่าพร้อมพอสมควรพวกเขามีทั้ง ซามูเอล อุมติตี้ เพรสแนล คิมเพมเป้ และ ราฟาเอล วาราน เป็นสามปราการหลังจอมแกร่งให้ เดส์ชองส์ เลือกใช้งาน แต่สำหรับเบอร์หนึ่งหรือตัวหลักในเกมรับคงต้องยกให้กองหลังจาก เรอัล มาดริด

แม้จะอยู่ในวัยที่ไล่เลี่ยกันแต่ วาราน คงจะได้รับบทหลักในแดนรับของทัพตราไก่เพราะด้วยดีกรีหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในโลกและทักษะเฉพาะตัวที่มีทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่งรวมไปถึงประสบการณ์ ดังนั้นแฟนๆ ทีมชาติฝรั่งเศสสบายใจได้พวกคุณมียอดกองหลังที่จะคอยรับมือกับเกมรุกคู่ต่อสู้ได้ทุกรูปแบบอย่างแน่นอน

กองกลาง: ปอล ป็อกบา

ต่อกันด้วยการสร้างสรรค์เกมที่แดนกลาง ซึ่งคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่หากเป็นเกมที่ต้องทำเพื่อชาติแล้วล่ะก็เจ้าตัวจะทำเต็มที่เสมอถึงขนาดที่เคยกล่าวเอาไว้ว่าเล่นให้ทีมชาติมีความสุขกว่าเล่นให้สโมสร

ต้องยอมรับจริงๆ ว่าหากเทัพตราไก่ขาดแข้งรายนี้เกมรุกของพวกเขาคงจะจืดไปเยอะ เพราะ ปอล ป็อกบา นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นผู้เล่นมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดของโลกคนหนึ่งในขณะนี้ แต่การที่แข้งรายนี้จะมุ่งมั่นทำเกมรุกได้อย่างเต็มที่อีกหนึ่งผู้เล่นที่จะขาดไปไม่ได้เลยนั้นก็คือ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่จะคอยเก็บกวาดเกมรุกของคู่ต่อสู้และก่อนจะเป็นหน้าที่ของ ป็อกบา ที่จะรับไม้ต่อเพื่อสร้างสรรค์เกมให้เป็นประตูต่อไป

กองหน้า: คีลิยัน เอ็มบัปเป้

Euro 2020: 5 Most Valuable Players in the competition

สำหรับกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสในศึกยูโรครั้งนี้นับว่าน่าจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะนี่คือการหวนกลับมาเล่นทีมชาติของ คาริม เบนเซม่า อีกครั้งในรอบ 6 ปี แล้วไหนจะ อองตวน กรีซมันน์ ที่โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมเมื่อศึกฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา แต่หากจะพูดถึงผู้เล่นที่โดดเด่นและน่าจับตามองสุดๆ คงต้องยกให้เป็น คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ยังคงทำผลงานได้ดีเสมอมา เขาคือผู้เล่นที่มีพร้อมทุกอย่างสำหรับการเป็นกองหน้าที่สมบูรณ์แบบทั้งความเร็ว ความคล่องตัว และความเฉียบขาด ผิดกับ กรีซมันน์ ที่ช่วงหลังนี้ดูจะดรอปๆ ไปเนื่องจากทำผลงานกับ บาร์เซโลน่า ได้ไม่น่าประทับใจนัก

อายเมอริค ลาปอร์กต์ กับการหันหลังให้ทัพตราไก่

หากพูดถึงเรื่องศักยภาพแล้ว อายเมอริค ลาปอร์กต์ นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งกองหลังที่ดีไม่แพ้ใคร แต่เขาแทบจะไม่อยู่ในสายตา เดส์ชองส์ เลย เขาเคยได้รับโอกาสติดทีมชาติฝรั่งเศสในนัดที่เจอกับ บัลแกเรีย และ ฮอลแลนด์ แต่กลับทำได้แค่นั่งส่งกำลังใจให้เพื่อนร่วมชาติอยู่ข้างสนาม

ด้วยสาเหตุนี้ทำให้เขาต้องทำเรื่องย้ายสัญชาติไปสเปนและก็ถือว่าเป็นช่วงที่ดีไม่น้อยเพราะนี่คือโอกาสที่เขาจะได้เฉิดฉายเนื่องจาก เซร์คิโอ รามอส กำลังอยู่ในช่วงบาดเจ็บ ทั้งนี้นี่อาจเป็นการยื่นความสำเร็จให้ทัพกระทิงดุของ เดส์ชองส์ หรือไม่นั้นต้องรอติดตามกันในทัวร์นาเม้นนี้

การล่าอีกความสำเร็จของ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์

หลังจากที่เคยพาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกมาแล้วในฐานะนักเตะ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ก็กลับมาพาทัพตราไก่คว้าแชมป์โลกอีกครั้งในปี 2018 นี่คือโอกาสคว้าความสำเร็จอีกครั้งของเขาและขาดชัยชนะอีกเพียง 9 นัดเท่านั้นก็จะทำให้เขากลายเป็นกุนซือที่พาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าชัยมากที่สุดในประวัติศาสตร์

มาว่ากันในเรื่องแผนการเล่น ทีมชาติฝรั่งเศสดูจะมีแบบแผนที่ไม่ค่อยซับซ้อนสักเท่าไหร่ แม้จะมีกองหลังตัวแกร่งให้เลือกใช้ถึงสามคน แต่มีความเป็นไปได้สูงที่ เดส์ชองส์ จะเลือกใช้ระบบ 4-3-1-2 เช่นเดียวกับที่พวกเขาเคยใช้มาแล้วตอนคว้าแชมป์ในปี 1998 และถูกนำมาใช้อีกครั้งในศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซียเมื่อสามปีก่อน

เริ่มกันด้วยแนวรับ แน่นอน อูโก้ โยริส จะเป็นปราการด่านสุดท้ายที่เขาจะทำหน้าที่คอยเฝ้าประตู ถัดมาเป็น คิมเพมเบ้ และ วาราน ตามมาด้วยดูโอ้ฟูลแบ็คจาก บาเยิร์น มิวนิค อย่าง ปาวาร์ และ ลูคัส แอร์นันเดซ ที่จะคอยเติมเกมรุกที่ริมเส้น

ในส่วนของแดนกลางหัวใจหลักที่จะประสานบอลจากเกมรับคือ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ โดยมี ปอล ป็อกบา รับไม้ต่อเมื่อสร้างสรรค์เกมรุก ส่วนผู้เล่นอีกรายได้แก่ แบลส มาตุยดี้ ที่จะคอยรับส่งบอลพร้อมทั้งเติมเกมรุก แต่หากดูไปดูมาช่วงหลังนี้ ราบิโอต์ เหมือนจะทำหน้าที่ได้ดีกว่า

ตามมาด้วยแดนหน้า ส่วนที่จะเน้นเกมรุกมากที่สุดของทีมพวกเขาจะมี อองตวน กรีซมันน์ คอยผสานงานกับแดนกลางอย่าง ป็อกบา โดยหากจะขึ้นเกมรุกแล้วบอลจะต้องผ่านเท้าของเขาก่อน ก่อนที่แข้งรายนี้จะสร้างสรรค์ต่อให้ เอ็มบัปเป้ ใช้ความเร็วและความคล่องตัวพาบอลไปจบสกอร์ หรืออีกตัวเลือกคือ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หัวหอกตัวเก๋าที่พร้อมทำประตูอยู่ทุกเมื่อ

โอกาสและเส้นทางในการคว้าแชมป์

ด้วยความเป็นแชมป์โลกและผลงานในศึกยูโรครั้งล่าสุดที่ผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศทำให้พวกเขาจัดว่าเป็นเต็งหนึ่งในรายการนี้ด้วยอัตราราคาในเว็บ สกายเบ็ท 5/1 (แทง 1 จ่าย 5 ) แต่ทว่าเส้นทางการคว้าแชมป์ในปีนี้ดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะพวกเขาต้องเจอกับของแข็งตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม โดยอยู่ใกลุ่มเอฟกลุ่มที่มีทีมยักษ์ใหญ่อีก 2 ทีมอย่าง เยอรมัน และ โปรตุเกส ขณะเดียวกันก็มีทีมอย่างฮังการีที่ประมาทไม่ได้

อย่างไรก็ตามทีมที่จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปมี 2 ทีมคือทีมสองอันดับแรกของกลุ่มส่วนอันดับสามยังต้องไปลุ้นกันต่อ แม้ว่ามันจะเป็นด่านที่ยากแต่ด้วยศักยภาพของทัพตราไก่ในตอนนี้แล้วมั่นใจว่าพวกเขาจะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้แน่นอน

รายชื่อผู้เล่นทั้ง 26 คนสำหรับลุยศึก ยูโร 2020

ผู้รักษาประตู: อูโก โยริส (ทอตแนม ฮอตสเปอร์), ไมค์ เมญอง (ลีลล์), สตีฟ ม็องดองดา (มาร์กเซย)

กองหลัง: ลูกาส์ ดีญ (เอฟเวอร์ตัน), เลโอ ดูบัวส์ (ลียง), ลูกาส์ เอร์น็องเดส (บาเยิร์น มิวนิก), เพรสเนล คิมเพมเบ (เปแอสเช), ฌูลส์ กุนเด (เซบีญา), เคลม็องต์ ล็องเลต์ (บาร์เซโลนา), แบ็งฌาแมง ปาวาร์ด (บาเยิร์น มิวนิก), ราฟาเอล วาราน (เรอัล มาดริด), เคิร์ต ซูมา (เชลซี)

กองกลาง: เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (เชลซี), โตมัส เลอมาร์ (แอตเลติโก มาดริด), พอล ป็อกบา (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), อาเดรียง ราบิโอต์ (ยูเวนตุส), มุสซา ซิสโซโก (ทอตแนม ฮอตสเปอร์), โกร็องแตง โตลิสโซ (บาเยิร์น มิวนิก)

กองหน้า: วิสซาม เบน เยดแดร์ (โมนาโก), คาริม เบนเซม่า (เรอัล มาดริด), คิงส์ลีย์ โกมาน (บาเยิร์น มิวนิก), อุสมาน เดมเบเล (บาร์เซโลนา), โอลิวิเยร์ ชิรูด์ (เชลซี), อองตวน กรีซมันน์ (บาร์เซโลนา), คีเลียน เอ็มบัปเป (เปแอสเช), มาร์คัส ตูราม (กลัดบัค)