‘ชูอาเมนี่’คือใคร? ทำไม’มาดริด’ยอมควัก 80 ล้านยูโรแลกลายเซ็นแข้งรายนี้?

เรอัล มาดริด ปิดดีลแข้งใหม่ที่ดูเหมือนจะไม่ได้ฮือฮามาก แต่ความจริงนี่ไม่ใช่ดีลที่เล็กเลย กับการเซ็นสัญญา อูเรเลียง ซูอาเมนี่ จากโมนาโก มาร่วมทีมด้วยสัญญา 6 ปี ค่าตัวกระฉูดถึง 80 ล้านยูโรบวกโบนัส (รวมแล้วแตะ 100 ล้านยูโร) สวมเสื้อหมายเลข 18 ในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว เติมแข้งพรสวรรค์จากแดนน้ำหอมเพิ่มเข้าสู่ทีมได้อีกราย

ชูอาเมนี่ ในวัย 22 ปี ตกเป็นที่หมายปองของ ลิเวอร์พูล และอีกหลายสโมสรชั้นนำทั่วยุโรป แต่ใจของเขาจดจ่อไปที่เป้าหมายเดียวนั่นคือการได้สวมชุดเกราะราชัน ชุดขาว

หลังจากที่ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ สร้างรอยแผลให้ เรอัล มาดริด ด้วยการกลับลำไปต่อสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เจ้าของบัลลังก์แชมป์ยุโรป ตัดสินใจทุ่มเงินมหาศาลเพื่อคว้าตัวดาวเตะที่ถูกขนานนามว่าจะก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งในยอดมิดฟิลด์ชั้นนำแห่งยุค

เรอัล มาดริด คาดหวังอะไรจากตัวเขาได้บ้าง ชูอาเมนี่ จะพัฒนาตัวเองขึ้นไปในทิศทางไหน?

หลังจากแจ้งเกิดในฐานะแข้งดาวรุ่ง ที่มาจากผลผลิตของอะคาเดมี่สโมสรบอร์กโดซ์ ชูอาเมนี่ ได้รับโอกาสลงประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่หนแรกด้วยวัย 18 ปี ลงเล่นในบทบาทกองกลางตัวโฮลด์บอล ในรอบแรกๆ ของศึก ยูโรป้าลีก ช่วงซัมเมอร์ปี 2018

ที่ผ่านมา ชูอาเมนี่ สะสมประสบการณ์กับทีมชาติฝรั่งเศสชุดเยาวชนมาตลอดหลายปี แม้ว่าจะสามารถเลือกเล่นให้ ทีมชาติแคเมอรูน ตามเชื้อสายของพ่อแม่ได้ก็ตาม ในศึกยูโร U17 และ ฟุตบอลโลก U17 เมื่อปี 2017 แข้งหนุ่มรายนี้ทำผลงานสะดุดตาบรรดาแมวมองชั้นนำจากหลายสโมสรใหญ่ และเกือบที่จะได้ย้ายไปร่วมอะคาเดมี่ของเอซี มิลานในช่วงหนึ่ง แต่สุดท้ายก็เลือกอยู่ที่ฝรั่งเศสต่อ และตรงนั้นเองที่ทำให้การพัฒนาฝีเท้าของเขาพุ่งทะยานแบบติดจรวด

ด้วยความที่ตัวเขามีฝีเท้าโดดเด่นและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนเป็นที่ถูกอกถูกใจของสต๊าฟฟโค้ชของบอร์กโดซ์ ในฤดูกาล 2018/19 ชูอาเมนี่ได้รับโอกาสลงเล่นมากขึ้น ปรากฏตัวในเกมลีกเอิงถึง 10 นัด สลับตำแหน่งไปมาในแผงมิดฟิลด์ เดี๋ยวเล่นเป็นเบอร์ 6 บ้าง เป็นเบอร์ 8 บ้าง จนกระทั่งสุดท้ายเขาก็สามารถยึดตัวจริงในทีมได้สำเร็จ แถมหาตัวเองเจอ ยึดหลักปักฐานยืนประจำเป็นกองกลางตัวรับให้กับทีมตั้งแต่ช่วงต้นของซีซั่นถัดมา

มีดาวรุ่งพุ่งแรงแจ้งเกิดขนาดนี้ บรรดาแมวมองจะปล่อยให้คลาดสายตาคงเป็นไปไม่ได้ มีสเกาท์มากมายติดตามมาชมฝีเท้าของเขาถึงขอบสนามในหลายต่อหลายเกม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแมตช์ที่เขาโชว์ผลงานระดับซูเปอร์คลาส ช่วย บอร์กโดซ์ เปิดบ้านเชือด โมนาโก 2-1 เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2019 คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกมนั้นกลับบ้านอีกต่างหาก

และผลงานในวันนั้นก็ได้สร้างความตะลึงให้โมนาโกเข้าเต็มๆ จัดการหอบเงิน 18 ล้านยูโร มาสู่ขอดาวเตะฝรั่งเศสเชื้อสายแคเมอรูนรายนี้ไปจากบอร์กโดซ์ แต่บอกก่อนเลยว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของชูอาเมนี่นั้นไม่ได้ราบรื่นดั่งที่เขาหวังไว้เลยแม้แต่น้อย

เขาไม่ได้รับความไว้วางใจจากเฮ้ดโค้ชของทีมอย่าง โรแบร์โต้ โมเรโน่ ด้วยสไตล์การเล่นของโค้ชรายนี้ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบาร์เซโลน่า เน้นครองบอลถ่ายบอลไปมาเป็นหลัก ทำให้ ชูอาเมนี่ ได้รับโอกาสลงสนามในฐานะตัวสำรองเพียงแค่ 3 เกมเท่านั้นในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง เรียกว่าแทบไม่เห็นหน้าเห็นตาเลยดีกว่า

ชูอาเมนี่ ตกอยู่ในสถานะที่ว่าสไตล์การเล่นของตนนั้นไม่เข้ากับระบบของทีม จนกระทั่งการมาถึงของ นิโก โควัช กุนซือที่มีรูปแบบการเล่นที่เป็กเอกลักษณ์ ถนัดเกมเข้าปะทะดุดัน ตรงสายกับตัวตนของเขา

ซัมเมอร์ที่สโมสรได้ต้อนรับ นิโก โควัช คือจุดเริ่มต้นชีวิตใหม่ของ ชูอาเมนี่ อย่างแท้จริง ดาวเตะวัย 20 ปีกลายเป็นตัวหลักของทีมแบบที่ไม่มีใครแทน และต่อเนื่องยาวนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ตำแหน่งที่เล่น

แม้ว่าอายุจะเพิ่ง 22 ปี แต่ อูเรเลียง ซูอาเมนี่ กลับได้พบเจอและเรียนรู้แท็คติคที่หลากหลายมาตลอดเส้นทางการเป็นแข้งเยาวชน แม้ว่าจะต้องเปลี่ยนระบบและรูปแบบการเล่นตามโค้ชผู้ฝึกสอนที่ผ่านเข้ามามากหน้า แต่สิ่งหนึ่งที่คงที่และเป็นมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน นั้นคือคือความสำคัญของเขาที่จะต้องรับบทบาทเป็นดั่งกระดูกสันหลังของทีม

ความสามารถที่โดดเด่นคือการป้องกันพื้นที่และแย่งบอลกลับมาอยู่ในครอบครอง รวมถึงทักษะที่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาอย่างการอ่านเกมล่วงหน้า ทำให้เขามีคุณสมบัติเป็นยอดกองกลางตัวรับ ที่สามารถขยับขึ้นมารับผิดชอบตำแหน่งบ๊อกซ์-ทู-บ๊อกซ์ได้ด้วย ซึ่งเป็นไอเดียที่ทั้ง ดิดิเย่ร์ เดอช็องส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศส และ ฟิลิปป์ เคลมองต์ เทรนเนอร์โมนาโกรายปัจจุบันมักนำมาปรับใช้

จุดแข็ง

ความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายของ ชูอาเมนี่ ทักษะในการดวล 1 ต่อ 1 กับคู่ต่อสู้ ( ทั้งในยามป้องกันและพาบอลขึ้นแดนบน) , ความคล่องตัวในการเคลื่อนที่ภายในสนาม (ทั้งตอนมีบอลและไม่มีบอล) , การชิงความได้เปรียบในลูกกลางอากาศ (ทั้งจากโอเพ่น เพลย์ และ เซ็ตพีซ) รวมไปถึงพลังงานที่เต็มถังใช้ไม่มีหมด คือคุณสมบัติที่ทำให้เขาพิเศษและเรียกได้ว่าครบเครื่องจบในคนคนเดียว

เขาพัฒนาความสามารถของตัวเองขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ ชูอาเมนี่ เป็นนักเตะที่เข้าบอลแม่น มีความชัวร์ และมีประสิทธิภาพในการแย่งบอลคืนดีกว่าที่ผ่านมาหลายเท่า ซีซั่นก่อนหน้านี้เขามีค่าเฉลี่ยในการชิงบอลกลับมาครอบครองอยู่ที่ 5.5 ครั้งต่อเกม ในขณะที่ซีซั่นที่ผ่านมาสามารถขยับขึ้นเป็น 7 ครั้งต่อเกม

อีกหนึ่งทักษะที่เขาอัปเกรดสกิลตัวเองขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด คือสามารถในการออกบอล และการมีส่วนร่วมในการเซ็ตบอลระหว่างเพื่อนร่วมทีม ที่ทำให้เขามีความมั่นใจในการส่งบอลออกจากเท้าให้ถูกที่ถูกเวลา หรือการสวิตช์บอลข้ามฝากที่ดีขึ้น ชูอาเมนี่ พาตัวเองเข้าถึงบอลมากกว่าเดิม และยังไปอยู่ในจุดที่สำคัญ อีกทั้งเจ้าตัวยังมีลูกยิงที่ทรงพลัง จัดไปทั้งสิ้น 5 ประตูงามๆ เมื่อซีซั่นที่ผ่นมา

แม้ว่าจะมีรูปร่างสูงถึง 187 เซนติเมตร แต่เขาก็ยังคล่องแคล่วว่องไวพอที่จะเอาตัวรอดออกมาจากการโดนเพรสซิ่งแดนกลางโดยที่ไม่เสียบอล ตรงนี้ต้องยกความดีความชอบให้บาลานซ์ของเจ้าตัวและการประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมที่ลงตัวและเนียนตา

และมากกว่าไปนั้น เขาจะยังนักฟุตบอลที่มีไวพริบเฉียบขาด เก่งกาจเรื่องการอ่านเกมล่วงหน้าที่ช่วยให้เขาสามารถหาพื้นที่ได้เปรียบในการแย่งบอลคืน ส่วนการสวิตช์เกมจากรับเป็นรุก เจ้าตัวก็จับจังหวะได้อย่างช่ำชอง รู้ว่าตอนไหนควรทำอะไรควรเลี่ยงอะไร

และสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักเตะในตำแหน่งกองกลาง ชูอาเมนี่ เป็นคนที่เสียบอลยากมาก ส่วนมากจะถูกทำฟาล์วเสียก่อน (เขาเรียกฟาล์วได้เกือบ 1.5 ครั้งต่อเกม) และนานทีจะเสียฟาล์วให้คู่แข่งแบบง่ายๆ

จุดที่ยังต้องแก้ไข

เรื่องทักษะพื้นฐานในเกม ตรงนี้ ชูอาเมนี่ ทำได้ดีอยู่แล้ว แต่อาจจะต้องปรับตัวเข้ากับระบบการเล่นของต้นสังกัดใหม่ สิ่งที่ ชูอาเมนี่ ควรรักษาไว้คือการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องถึงขั้นก้าวกระโดด แต่ค่อยๆเป็นค่อยๆไปตามลำดับ การมีส่วนร่วมกับการจบสกอร์ของทีมคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการเป็นนักเตะเรอัล มาดริด ทุกคนต้องสามารถเชื่อมเกมถึงกันได้และนำไปสู่การทำประตูที่เฉียบคม ใช้โอกาสไม่เปลือง ถ้าเขาเกิดได้รับมอบหมายให้ลงเล่นเป็นกองกลางเบอร์ 8 เขาอาจจะต้องพาตัวเองขึ้นไปอยู่ในกรอบเขตโทษของคู่แข่งให้มากขึ้นกว่าเดิมเมื่ออยู่ที่นี่ เพราะแน่นอนว่าสิ่งแวดล้อมรอบๆ มันย่อมต่างจากโมนาโก ที่เขาจากมา

หรือถ้าหากต้องเล่นในตำแหน่งที่เน้นไปเป็นตัวรับมากขึ้น จังหวะสวิตช์เกมจากรับเป็นรุก เขาจะต้องทำให้ชัวร์และจับทางยาก เมื่อใดที่เพื่อนร่วมทีมต้องการลูกจ่ายที่สร้างสรรค์ เขาจะต้องทำมันให้ได้ ที่สำคัญต้องแม่นยำและรวดเร็ว

ลงเล่นตรงไหน?

ตอนนี้ อันเชล็อตติ มีออปชั่นคุณภาพมาสเตอร์คลาสอยู่เต็มมือ เหมือนกับการยืนอยู่หน้าตู้เก็บไวน์ที่เต็มไปด้วยขวดไวน์รสเลิศ และนั่นจะทำให้เขาต้องแอบปวดหัวไม่น้อยระหว่างเที่ยวพักเบรกในช่วงหน้าร้อน

ตามทฤษฏีแล้ว ชูอาเมนี่ ไม่ใช่นักเตะที่มีสไตล์เดียวกันกับ โทนี่ โครส , ลูก้า โมดริช , เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ หรือ คาเซมิโร่ เขาไม่เหมือนใครในนี้เลยสักคน แต่ถ้าหากจะเทียบตอนช่วงวัย 20 ต้นๆเท่ากัน ก็คงจะใกล้เคียงกับ คาเซมิโร่ ที่สุด

สิ่งที่ ชูอาเมนี่ จะมาเติมเต็มให้กับทีม คือสิ่งที่กองกลางทั้งสี่คนของ เรอัล มาดริด ไม่มี นั่นคือผู้เล่นที่สามารถฉีกแผงแนวรับด้วยความแข็งแกร่ง ทำทางวิ่งทะลุทะลวงโดยอาศัยพละกำลังและความดุดันมากขึ้นกว่าเก่า และยกระดับแผงมิดฟิลด์ของ ราชัน ชุดขาว ให้อันตรายน่าเกรงขามกว่าที่เคยมี

ไม่ว่า อันเชล็อตติ จะจัดแผงกองกลางของเขาออกมาแบบไหน ห้องเครื่องอนาคตไกลวัย 22 ปีรายนี้จะสามารถปรับตัวเข้ากับระบบได้อย่างรวดเร็วแน่นอน ไม่ว่าจะยืนต่ำเป็นตัวตัดเกม หรือได้รับอิสระในการเคลื่อนที่ไปช่วยแดนบน และยิ่งได้ประสานงานกับรุ่นน้องเพื่อนร่วมชาติอย่าง เอดูอาร์โด้ คามาวินก้า อนาคตแผงมิดฟิลด์ของเรอัล มาดริด และ ทีมชาติฝรั่งเศส ดูแล้วยังไงก็หายห่วงไปอีกทศวรรษ