‘ชาร์ลี มอร์แกน’จากเด็กเก็บบอลที่โดน’อาซาร์’เตะ สู่ซีอีโอวอดก้าขวดทอง!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ย้อนกลับไปเหตุการณ์ที่ เอเด็น อาซาร์ เกิดหัวร้อน เมื่อช่วงครึ่งซีซั่นแรกของเขากับเชลซี แข้งจอมเลื้อยเกิดน็อตหลุด เตะเข้าที่ชายโครงของ ชาร์ลี มอร์แกน เด็กเก็บบอลสโมสรสวอนซี ในเกมลีกคัพ ที่ลิเบอร์ตี้ สเตเดียมเมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2013

การทำเกินกว่าเหตุของ อาซาร์ บีบให้ผู้ตัดสิน คริส ฟอย ไม่มีทางเลือก นอกจากควักใบแดงตรงไล่แข้งวัย 22 ปี (ณ ตอนนั้น) ออกจากสนามทันที

สตาร์เลือดเบลเยี่ยมพยายามจะเอาบอลมาจากมอร์แกน เพื่อนำมาให้กับผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้ามสาดบอลออกมาเร็วๆ แต่เจ้าหนูชาวเวลส์กลับออกลูกลีลา ทำเป็นนอนทับลูกบอลเอาไว้ ก่อนจะโดนเตะเต็มข้อ ตกเหยื่ออารมณ์ของแข้งเดอะ บลูส์

มอร์แกน คู่กรณีวัย 17 ปีนอนดิ้นเจ็บปวดเจียนตายอยู่บริเวณป้ายโฆษณา ก่อนถูกทีมงานสต๊าฟฟ์พยุงตัวออกไปจากสนามพร้อมมือที่ปิดชายโครงตรงที่โดนเตะ

“เด็กคนนั้นเอาตัวมานอนทับลูกบอล และผมแค่พยายามจะเตะลูกบอลเท่านั้น” อาซาร์ กล่าวหลังจบเกม

“ผมคิดว่าผมเตะลูกบอลนะ ไม่ได้โดนตัวเขา ผมขอโทษ”

จังหวะหัวร้อนนี้เกิดขึ้นในช่วง 13 นาทีสุดท้ายของเกมลีก คัพ รอบรองชนะเลิศนัดที่ 2 ที่เชลซีตามหลังทัพหงส์ขาวอยู่ 2-0 จากเลกแรก โชคร้ายใบแดงที่อาซาร์ได้รับโดยใช่เหตุได้ดับหวังเพื่อนร่วมทีมในการไปถึงรอบชิงชนะเลิศด้วย

สวอนซีทะลุเข้าชิงดำ และก็เป็นฝ่ายคว้าแชมป์ลีก คัพ มาครองได้สำเร็จ ถล่มเอาชนะแบรดฟอร์ด จากลีก ทู ขาดลอยถึง 5-0 ในนัดชิงที่เวมบลี่ย์ สเตเดียม

‘ชาร์ลี่ มอร์แกน’ เจ้าเด็กหนุ่มที่โดนอาซาร์เตะคือใครกัน ?

เด็กเก็บบอล ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นแข้งเยาวชนของสโมสร แต่เคสนี้ไม่ใช่ ชาร์ลี มอร์แกน ไม่ใช่นักบอลหรือเด็กบ้านๆธรรมดา แต่เขาคือลูกชายวัย 17 ปีของมาร์ติน มอร์แกน ผู้อำนวยการและผู้ถือหุ้นใหญ่ประจำสโมสรสวอนซี รวมถึงเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างโรงแรมมอร์แกน ที่มีมูลค่ามหาศาลกว่า 65 ล้านปอนด์

หลังจบเกม ชาร์ลีกลับไปโพสต์ทวิต ยืนยันว่าจะไม่แจ้งความหรือเอาเรื่องอาซาร์ ในขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเซาท์ เวลส์ ก็ออกมาแถลงการณ์ว่าจะไม่มีการดำเนินการทางกฏหมายต่ออดีตดาวเตะลีลล์เช่นกัน

ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ เขาเปลี่ยนเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน จากที่มีผู้ติดตามบนโซเชี่ยล มีเดียเพียง 600 บัญชี ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน ยอดผู้ติดตามทวิตเตอร์ของชาร์ลีเพิ่มสูงเกิน 1 แสนบัญชีเฉยเลย เพียงเพราะทุกคนรู้จักเขาในฐานะเด็กที่ปั่นประสาทอาซาร์

“ราชาของบรรดาเด็กเก็บบอลกลับมาอีกครั้ง เพื่อปรากฎตัวครั้งสุดท้าย #ที่ทำไปเพื่อทวงเวลา” ทวิตของชาร์ลีหลังจบเกมที่มีปัญหากับอาซาร์ที่กลายเป็นไวรัล ณ ตอนนั้น

บรรดาหนังสือพิมพ์หรือสื่อต่างๆ เริ่มหันมาทำข่าวเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของเด็กหนุ่มลูกเศรษฐีรายนี้ กับการใช้ชีวิตหรูหราอย่างราชา เที่ยวพักร้อนในระดับไฮคลาส หรือรถคันหรูคู่กาย

ชาร์ลี มอร์แกน – ชายผู้อยู่เบื้องหลัง Au Vodka

คุณพ่อของเขาเป็นนักธุรกิจใหญ่ในสหราชอาณาจักร จึงไม่แปลกที่ลูกไม้จะหล่นไม่ไกลต้น ความปราถนาของชาร์ลีคือการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง ก่อนที่ฝันนั้นจะกลายเป็นจริงในอีก 3 ปีถัดมา หรือช่วงปี 2016

ชาร์ลี เป็นเด็กหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงหัวนักธุรกิจ ตัวเขา และ แจ็คสัน คินน์ เพื่อนสนิทคือสองมันสมองผู้อยู่เบื้องหลังการคิดค้นเครื่องดื่มสุราชื่อดังอย่าง ‘Au Vodka’ แบรนด์ วอดก้า บริทิช ระดับอัลตร้าพรีเมี่ยม ที่วางจำหน่ายในร้านค้าชื่อดังทั่วสหราชอาณาจักร รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำอย่าง เทสโก้ และ มอร์ริสัน ในราคาขวดละราวๆ 30 ปอนด์

เจ้าชาร์ลีมีอายุเพียง 19 ปี ส่วนเพื่อนก็ 21 ปีเท่านั้นตอนที่วางไข่สร้างธุรกิจของตัวเอง ทั้งสองคนเล็งเห็นโอกาสทางการตลาด จากความเบื่อดื่มวอดก้าเก่าๆ แบบเดิม อยากหันมาทำวอดก้าที่มีความพรีเมียมเหนือชั้นกว่าเจ้าอื่นขึ้นไปอีก

ก้าวแรกคือเริ่มต้นวางขายวอดก้าของพวกเขาตามร้านค้าท้องถิ่นและบาร์เพียงไม่กี่แห่งในเมืองสวอนซีก่อน ส่วนตัวสินค้าก็ผลิตออกมาเป็นจำนวนจำกัดแค่ 2,000 ขวดเท่านั้น

และจากการที่เขาเคยโด่งดังเป็นไวรัลเพราะเป็นคู่กรณีกับอาซาร์  Au Vodka จึงได้รับความสนใจมากมายเกินคาด หลังได้เปิดตัวผ่านทางโซเชี่ยล มีเดีย ของชาร์ลี ทำให้สินค้าล็อตแรกขายหมดเกลี้ยงอย่างไว

แต่มันไม่ได้ขายดีเพียงเพราะเป็นเหล้าที่มีเจ้าของเป็นคนดัง จุดเด่นของ Au Vodka ที่ทำให้คนต้องเหลียวมองคือขวดสูงสีทองที่โดดเด่น ตอบโจทย์ในเรื่องความพรีเมี่ยมและหรูหรา ที่บังเอิญไปโดนอกโดนใจ ชาร์ลี สล็อธ นักจัดรายการวิทยุ , โปรดิวเซอร์ และ พิธีกรชื่อดังของอังกฤษ เข้าเต็มๆ

ดีเจคนดังแห่งวงการฮิพฮอพ กระโดดเข้าร่วมกับบริษัท มอร์แกน แอนด์โค. แจมเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนธุรกิจวอดก้าของอดีตเด็กเก็บบอล ที่มีแววจะเติบโตไปได้ไกลในอนาคต ซึ่งนับตั้งแต่เกิดความร่วมมือกัน แบรนด์ Au Vodka ก็มีแต่จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน

“เมื่อปี 2019 มันกลายเป็นปรากฏการณ์สำหรับเราเลย เมื่อได้ชาร์ลีเข้ามาร่วมงาน” จอร์แดน เมเจอร์ หัวหน้าฝ่าย e-Commerce ที่ Au Vodka กล่าว

“ชาร์ลีช่วยทำให้เราได้รับการรับรองมากมายจากบรรดาแร็พเปอร์และเซเลบริตี้ในสหราชอาณาจักร อาทิเช่นตัวเป้งๆอย่าง Headie One, Chip และ Nines”

พวกเขาคลอดผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นรสชาติ Black Grape ออกสู่ตลาดและได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ดาราและคนดัง

“เราเปิดตัววอดก้ารสชาติองุ่นดำออกมา ด้วยไอเดียที่เราใส่สีม่วงลงไปในตัววอดก้าเผื่อให้เป็นหนึ่งเดียวกันกับกลิ่น มันเป็นอะไรที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นกับวอดก้ามาก่อน นับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มากเชียวละ”

ความภูมิใจที่สุดในรุ่นก็คือการ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ตำนานนักชกคนดังที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักกีฬาที่ร่ำรวยมหาศาลที่สุดในโลก ยื่นมือช่วยผลักดันแบรนด์สุรานี้ให้เป็นที่รู้จักในสหรัฐอเมริกา ด้วยการถ่ายรูปลงโซเชี่ยล มีเดียถือขวดวอดก้าสีทองที่ให้กำเนิดโดยเจ้าเด็กที่โดนอาซาร์เตะเมื่อหลายปีก่อน เป็นเรื่องที่ทั้งบ้าและเหลือเชื่อมากว่าไหม?

“ย้อนไปเมื่อช่วงต้นปีเราได้รับการสนับสนุนครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา จากนักมวยระดับตำนานอย่าง ฟลอยด์ เมย์เวเธอร”

“เราได้รับการบอกกล่าวว่า ฟลอยด์ ชื่นชอบแบรนด์นี้มากๆ และชอบรสชาติแบล็ค เกรป เราได้รับการสอบถามว่าพอจะมีให้เขาสักขวดสองขวดก่อนที่เขาจะกลับอเมริกาไหม”

“เรารีบตอบทันทีว่า มีแน่นอน ได้เลย และ ฟลอยด์ ก็บอกว่าเขาจะโพสต์ภาพนี้ลงในอินสตาแกรมให้นานที่สุดจนกระทั่งเราโด่งดังในอเมริกา

“ฟลอยด์ เป็นฮีโร่ของพวกเรา มันเลยกลายเป็นโมเมนต์ที่เหลือเชื่อ ที่เราได้เห็นเขากำลังถือขวด Au Vodka”

Au Vodka ได้รับรางวัล หลังเติบโตอย่างสุดปัง

Au Vodka เพิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศจากการจัดอันดับ Brightpearl’s Lightning 50 ลีกการแข่งขันที่จะชี้วัดว่าแบรนด์ค้าปลีกแบรนด์ใดที่มีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุดในสหราชอาณาจักร

ตัวเลขเทิร์นโอเวอร์ของบริษัทเติบโตจาก 8 แสนปอนด์ พุ่งขึ้นติดจรวดไปแตะ 38.5 ล้านปอนด์ ตามอ้างอิงจาก เว็บไซต์ Retail Sector รายได้จากช่องทางการขายออนไลน์ก็ทะยานขึ้นกว่า 10,000 % กระโดดจาก 24,000 ปอนด์เมื่อปี 2019 ขึ้นเป็น 2.5 ล้านปอนด์ภายในปี 2020 แถมยังคว้ารางวัลชนะเลิศแบรนด์ยอดเยี่ยมในหมวดสินค้าภาพลักษณ์หรูหรา และสินค้าท้องถิ่นยอดเยี่ยมของเวลส์อีกต่างหาก

“ผมเข้าร่วมการแข่งขัน Lightning 50 เพราะความรู้สึกของตัวเอง ไม่ได้คาดหวังว่าจะชนะ” จอร์แดน กล่าว “จากนั้นผมก็ติดธุระตรงส่วนอื่นและเผลอลืมมันไปเลย จนกระทั่งตอนที่พวกเขาโทรมาบอกเราว่าเราชนะ ไม่ใช่แค่ 1 แต่มากถึง 3 รางวัล มันเป็นความรู้สึกดีใจหลุดโลกไปเลย”

“ผมวิ่งไปบอกบรรดาสมาชิกในทีมที่เหลือ พวกเขาต่างเฮลั่นด้วยความดีใจ มันเป็นโมเมนต์พิเศษสำหรับเราจริงๆ”

“เราทำงานกันหนักเสมอ ก่อนจะถึงการเปิดตัวใหม่ หรือก่อนไปสู่เป้าหมายใหม่ เราแทบไม่มีเวลาให้พักหายใจกันเลยตลอดสองปีที่ผ่านมา”

“การเป็นแชมป์ Lightning 50 ช่วยเปิดโอกาสให้เราได้กลับไปย้อนมองช่วงเวลาที่ผ่านมา และเห็นภาพว่าเราได้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่เยี่ยมยอดมากๆมาแล้ว”

มีอะไรอีกบ้างที่เรารู้เกี่ยวกับ Au Vodka ?

อีกเรื่องที่น่าชื่นชมคือ พนักงานสุดแกร่งทั้ง 55 คนของ Au Vodka เกือบทั้งหมดมีอายุไม่ถึง 30 ปี

“ทีมของเรามีจุดเด่นตรงไฟแรงของคนหนุ่มสาว แจ็คสัน อายุ 28 , ชาลี 25 และผม 20 ส่วนบรรดาหัวหน้าในแต่ละแผนกก็ต่างอยู่ในช่วงวัย 20 ทั้งนั้น” จอร์แดน กล่าว

“ผมคิดว่าการรวมตัวกันของคนอายุน้อยช่วยเราได้มากในเรื่องการรับรู้ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย อีกทั้งยังมีเอเนอร์จี้และวิสัยทัศน์ในการทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง”

วิกฤติโควิด-19 ส่งผลให้ยอดขายของหลายธุรกิจลดฮวบอย่างน่าตกใจ บ้างชะลอการผลิต บ้างปิดตัว แต่เจ้าวอดก้าขวดสีทองยี่ห้อนี้ กลับทำยอดขายสูงถึง 1.7 ล้านขวด จนกลายเป็นวอดก้าระดับพรีเมี่ยมอันดับหนึ่งของ UK เป็นที่เรียบร้อย

“ตอนที่ยอดสั่งซื้อพุ่งพรวด เหมือนที่เกิดขึ้นช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก มือพวกเราแต่ละคนแทบจะไม่ได้ว่างกันเลย หลายๆคนที่นี่ทำงานประจำวันของเราจนถึง 6 โมงเย็น หลังจากนั้นก็มาช่วยกันแพ็คออร์เดอร์ต่อจนถึงช่วงเช้าเลย”

“มันเป็นงานที่หนักจริงๆ แต่นอกจากที่เราจะอายุน้อยแล้ว เรายังเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ทั้งในแง่ของความคิด และความทะเยอะทยาน ที่เรามักช่วยเหลือกันและกันอยู่เสมอ”

“ผมมองว่ามันเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้เราพุ่งทะยานไปข้างได้อย่างรวดเร็วแบบนี้”

สุดท้ายก็ต้องยกเครดิตให้ชาร์ลีและเพื่อนๆของเขา ที่ทำให้มันเกิดและบินสูงขึ้นจนเกินรั้งไว้

ปัจจุบัน Au Vodka มีรสฟรุตพั้นช์ และ บลูราสเบอรี่ ตามมาหลังรสองุ่น เพิ่มมูลค่าด้วยการขยายตลาดกระจายไปภูมิภาคอื่นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น จีน, สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์, ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้ และ กาน่า พร้อมยอดผู้ติดตามในอินสตาแกรมที่มากกว่าสองแสนบัญชี

ส่วนชาร์ลีเองปัจจุบันก็เติบโตทางธุรกิจอย่างฉุดไม่อยู่ เขาคลั่งไคล้สินค้าของตัวเองเป็นอย่างมาก ไม่มีภาพ ชาร์ลี มอร์แกน คนเดิมที่เคยนอนกอดลูกบอล ยอมโดน เอเด็น อาซาร์ เตะอีกแล้ว ถึงวันนี้ ชาร์ลี มอร์แกน กำลังอยู่ในภาพลักษณ์นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของแบรนด์สุราระดับไฮโซ ในขณะที่อาซาร์เองกำลังปล่อยเนื้อปล่อยตัว ทำฟอร์มเก่งของตัวเองหายจนหาไม่เจอ อยู่ที่เรอัล มาดริด