จิ้ม 5 แข้ง’ต่างดาว’ อนาคตเสี่ยงดับในยุค’ชาบี’!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

นี่ไม่ใช่ความฝันอีกแล้ว แต่คือความจริงที่สาวกต่างดาวจะได้ยิ้มออกได้บ้าง เมื่อ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน ประกาศแต่งตั้ง ชาบี เอร์นานเดซ มิดฟิลด์ระดับตำนานของทีมเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ อย่างเป็นทางการ ถือว่าเป็นการแต่งตั้งเพื่อเรียกศรัทธาอย่างแท้จริง

อนาคตสำหรับบาร์เซโลน่าจะเป็นยังไงไม่รู้ แต่วันนี้ค่ำคืนนอนฝันร้ายที่มีภาพของคูมันวนเวียนอยู่ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และไม่ต่างอะไรจากชาบี คูมันเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เคยประสบความสำเร็จในฐานะนักเตะประจำรัง คัมป์ นู ก่อนที่จะหวนกลับมารับใช้สโมสรสุดยิ่งใหญ่นี้หลังเลิกเล่น

ปรัชญาฟุตบอลของกุนซือชาวดัตช์ได้เข้ามาเปลี่ยนโฉมธรรมเนียมที่เคยดีอยู่แล้วของบาร์เซโลน่าให้แปลกไป สไตล์ Total Football ที่แฟนๆคุ้นตาและเคยเพลิดเพลินกลับเลือนหายในหลายปีให้หลัง

แม้ว่าการเปลี่ยนดีเอ็นเอของสโมสรจะไม่ได้มีจุดเริ่มต้นมาจากตัวคูมันเสียทีเดียว มันเริ่มเปลี่ยนมาทีละนิดละน้อยก่อนเขาจะเข้ามาเสียอีก แต่สุดท้ายวันนี้มันก็ได้มาจบที่เขา อย่างน้อยๆก็ในตอนนี้ เพราะชาบีเองขึ้นชื่อเรื่องฟุตบอลติกิ-ตาก้า ถ้าจะถามใครสักคนที่ช่ำชองฟุตบอลแนวนี้ ยังไงก็ต้องถามเขาก่อนเป็นคนแรก

ตลอดเวลาที่อยู่กาตาร์ อดีตกองกลางจากทัพกระทิงดุพลิกโฉม อัล ซาดด์ ให้หันมาเล่นฟุตบอลสไตล์เท้าต่อเท้า คล้ายกับที่เป๊ป กวาดิโอล่า เคยทำตอนคุมบาร์เซโลน่า พร้อมพาทีมประสบความสำเร็จมากมาย คว้าแชมป์ลีกได้ 1 สมัย เมื่อปีที่ผ่านมาและแชมป์บอลถ้วยอีก 2 สมัยซ้อน รวมแล้วเจ้าตัวพา อัล ซาดด์ ฉลองแชมป์ทุกถ้วยไปแล้วถึง 6 ครั้งด้วยกัน

คูมันเองรวมถึงผู้จัดการหลายคนก่อนหน้าเขา ต่างเลือกเซ็นสัญญานักเตะที่สอดคล้องกับระบบของตัวเองเข้ามาเสริมทัพ ซึ่งมีหลายคนในทีมตอนนี้ที่ดูแล้วมีลักษณะขัดกับสไตล์การทำทีมของกุนซือป้ายแดง และนี่คือ 5 นักเตะที่มีแววไม่ตอบโจทย์และส่อดับในยุคของชาบี!

#5 เซร์จี้ โรแบร์โต้

คนแรกเลยคือ เซร์จี้ โรแบร์โต้ ลูกหม้อจากอะคาเดมี่ ลามาเซีย หนึ่งใน 4 กัปตันทีมชุดปัจจุบัน ครั้งหนึ่งพ่อหนุ่มรายนี้เคยถูกคาดหวังไว้สูงถึงการเป็นสตาร์ห้องเครื่องอัจฉริยะแทนชาบีเลยทีเดียว ทว่าแข้งสารพัดประโยชน์กลับกลายร่างเป็นแบ็คขวาให้ทีมในยุคของ หลุยส์ เอ็นริเก้ และเหมือนจะถูกกลืนกินไปกับการประจำในตำแหน่งใหม่

โรแบร์โต้ ถูกบ่มเพาะมาให้กลายเป็นแบ็คประเภทเพลเซฟ เล่นแบบนี้มาตลอดกับผู้จัดการทีมทุกคนที่เข้ามารับงานต่อ หน้าที่ของเขาคือทำให้แน่ใจว่าแผงหลังแน่นเข้าไว้ ส่วนเกมรุกไม่ต้องมีส่วนร่วมเยอะ

แต่ฟุตบอลสมัยใหม่เน้นการขึ้นเกมของฟูลแบ็คที่พลังปอดเทอร์โบ ดูยังไงก็เหมาะกับ เซอร์จิโน่ เดส หรือ ออสก้า มินเกซ่า ที่วิ่งขึ้นลงไม่มีหมด มากกว่าเห็นๆ การโดนโยกไปเล่นแบ็ค เป็นเหตุผลหลักที่ยับยั้งพัฒนาการของโรแบร์โต้ในการเติบโตมาเป็นยอดมิดฟิลด์ วันนี้ถ้าจะจับเขากลับไปตำแหน่งเดิมก็ดูจะตามหลังเพื่อนๆคนอื่นมากแล้ว นับว่าน่าเสียดาย ไม่งั้นวันนี้เราคงได้เห็นเขาในเวอร์ชั่นที่ไปไกลกว่านี้ก็เป็นได้

โรแบร์โต้เสี่ยงจะถูกดองบนม้านั่งของชาบี ในวัยที่ตอนนี้อายุ 29 แล้ว การพิจารณาย้ายทีมอาจเป็นตัวเลือกที่ไม่แย่ แถมสัญญากับเข้าสู่ปีสุดท้ายแล้วด้วย

#4 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

คูตี้ถูกดึงตัวมาจากลิเวอร์พูลด้วยค่าตัว 142 ล้านปอนด์ แต่กลับไม่สามารถสร้างความประทับใจให้สาวกได้เลยนับตั้งแต่มาเหยียบคัมป์ นู อาจมีนัดที่เล่นดีให้เห็นบ้าง แต่โดยรวมถือว่าสอบตกจนแทบจะส่งซ้ำชั้น ดาวเตะวัย 29 ปีกลับมาบาร์เซโลน่าในฐานะแข้งแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกกับบาเยิร์น มิวนิค ทั้งนี้ที่ฉุดรั้งให้เจ้าตัวไม่ได้ก้าวไปไหนในถิ่นคัมป์ นูสักทีก็คืออาการบาดเจ็บที่เรื้อรังมาตลอด

คูตินโญ่จัดอยู่ในประเภทในนักเตะที่เปรี้ยงปร้างถึงขีดสุดแต่กลับต้องพบทางดิ่งลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน เขากลายเป็นนักเตะเบอร์ 10 สไตล์พึ่งพาวิศัยทัศน์ การจ่ายบอล และความสามารถในการยิงประตูเพื่อสร้างความแตกต่าง ไม่ได้ลากเลื้อยหรือแข่งวิ่งกับแนวรับเหมือนแต่ก่อนแล้ว

กับคูมัน ดาวเตะบราซิลเลี่ยนถูกวางใช้งานในตำแหน่งตัวริมเส้น แต่ด้วยความที่ธรรมชาติเป็นตัวที่เล่นตรงกลาง คูตี้ก็มักจะหลุดตำแหน่งขยับเข้ามาเล่นข้างในให้เห็นบ่อยครั้ง แต่ถ้าเป็นชาบี แผนของเขาต้องการปีกตัวริมเส้นขนานแท้ กองหน้าตัวที่คอยถางออกด้านข้าง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในระบบฟุตบอลของเขาเลยก็ว่าได้ อันซู ฟาติ, อุสมาน เดมเบเล่ และ เมมฟิส เดปาย คือนักเตะที่ตอบโจทย์กับระบบใหม่มากกว่า ทำให้อนาคตของคูตินโญ่จะยิ่งลำบากไปอีกเป็น 2 เท่าแน่นอน

ทั้งนี้ทั้งนั้นคูตินโญ่ก็มีข่าวเชื่อมโยงกับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดอยู่ด้วยเช่นกัน

3# มาร์ติน เบรธเวต

มาร์ติน เบรธเวต เป็นอีกคนที่อาจได้รับผลกระทบจากการแต่งตั้งชาบีมาเข้ามาสวมสูทผู้จัดการทีมบาร์เซโลน่า แทบไม่ต้องบอกเลย กองหน้าชาวเดนมาร์กไม่ได้เป็นนักเตะในแบบฉบับของบาร์เซโลน่าอยู่แล้ว ตอนนั้นที่ดึงตัวเข้ามาก็เพราะสถานการณ์ฉุกเฉิน บังคับให้ต้องหาคนมาแทนอุสมาน เดมเบเล่ ที่บาดเจ็บเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2020

หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2018 หอกวัย 30 ปีรายนี้ยังค้าแข้งอยู่ในลีกรองของอังกฤษกับ มิดเดิ้ลสโบรห์อยู่เลย และก็ไม่ได้ขึ้นชื่อเป็นจอมถล่มประตูกับสโมสรไหนเลยด้วยซ้ำ จะว่าไปจริงๆแล้ว ดาวเตะจากแดนโคนมก็ไม่ได้ว่าด้อยไปเสียทีเดียว เมื่อหัวจิตหัวใจที่สู้ไม่ถอยและความวิริยะคือ 2 จุดเด่นของเบรธเวต

แต่ยิ่งตอนนี้ดันมาบาดเจ็บ อนาคตของเขาในทีมของชาบีจะยิ่งทวีคูณความยากเข้าไปใหญ่ ถ้าเขาไม่ได้เจ็บอยู่ตอนนี้ก็คงมีโอกาสที่จะได้เริ่มต้นไปพร้อมกับคนอื่น นั่นหมายความว่าในวันที่เขากลับมา เขาจะตามหลังเพื่อนไปเยอะพอสมควร และแน่นอนว่าจะต้องตกไปอยู่ในตัวเลือกท้ายๆ เพราะความเข้าใจในระบบที่ทีมต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน แต่เขากลับไม่ได้มาเข้าห้องเรียน

#2 เกลมองต์ ลองเลต์

แนวรับชาวฝรั่งเศสแทบไม่ได้มีส่วนกับทีมเลยในซีซั่นนี้ ลงเล่นไปเพียงแค่ 284 นาทีให้บาร์เซโลน่ารวมทุกรายการ ลองเลต์ไม่ได้รับความไว้วางใจจากคูมัน หลังดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง เอริค การ์เซีย ย้ายกลับมาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าอนาคตของดาวเตะรายนี้จะเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอนหลังการเข้ามาของชาบี

เกลมองต์ ลองเลต์ ไม่ใช่แนวรับที่ไว้ใจได้อีกต่อไป เขามักก่อความผิดพลาดในยามต้องลงสนามรับใช้ต้นสังกัด แถมความผิดพลาดเหล่านั้นยังนำไปสู่การเสียประตูให้เห็นหลายต่อหลายครั้งอีกต่างหาก แท้จริงแล้วมีข่าวว่าสโมสรพร้อมที่จะปล่อยเจ้าตัวออกจากทีมตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ด้วยซ้ำ แต่ด้วยค่าเหนื่อยที่สูง ทำให้ไม่มีทีมไหนยอมจ่ายเพื่อดึงกองหลังที่พร้อมจะปล่อยไก่ตลอดเวลาอย่างเขาไปเล่น

ในขณะที่ชาบีต้องการกองหลังที่เล่นบอลกับเท้าได้ดี โดดเด่นในการขึ้นเกมจากแนวหลัง เอริค การ์เซีย ,โรนัลด์ อเราโฆ่,เคราร์ด ปิเก้ และ ออสก้า มินเกซ่า พวกนี้ล้วนแต่เป็นผลผลิตของลา มาเซีย และชาบีย่อมรู้ดีและมองออกว่ากองหลังคนไหนสไตล์ไหนจะเหมาะกับทีมของเขามากกว่า

#1 ลุค เดอ ยอง

นี่คือดีลสุดประหลาดที่เกิดขึ้นในวันเดดไลน์ตลาดซื้อขาย บาร์เซโลน่าสร้างความประหลาดใจด้วยการยืมตัว ลุค เดอ ยอง หัวหอกอัศวินสีส้มมาร่วมทีม และไม่ต้องถามเลยว่าเป็นความคิดของใคร …โรนัลด์ คูมัน

เดอ ยองจัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกันกับเบรธเวต เรื่องคุณภาพคือเครื่องหมายคำถาม กองหน้าดัตช์แมนดูแปลกประหลาดและนอกคอก จากสไตล์การเล่นของเขาที่สวนทางกับดีเอ็นเอของสโมสร คูมันเลือกจิ้ม เดอ ยอง เข้ามาเพราะเล็งเห็นถึงจุดเด่นเรื่องลูกกลางอากาศ แต่เขากลับไม่ใช่นักเตะที่เล่นบอลกับเท้าได้คล่องแคล่ว ซึ่งแน่นอนว่าตรงนี้ อาจจะไม่ถูกใจชาบีเท่าไหร่นัก

กับชาบี แน่นอนว่าดีลนี้แทบจะไม่มีทางไปสู่การเซ็นถาวร และเชื่อว่าจะได้โอกาสลงเล่นอย่างจำกัดจำเขี่ยแน่นอน ก่อนส่งตัวกลับไปเซบีย่า

ไม่มีใครรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นทันตาหรือเปล่า หรือ การันตีว่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่อย่างน้อยๆ การมาของชาบี ก็คือการเรียกศรัทธาที่บาร์เซโลน่าไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะไม่ทนเห็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ตกต่ำลงไปกว่าที่เป็นอยู่