จับตาดูให้ดี! รวมสตาร์ตัวรุกพร้อมเขย่า AFCON 2021 !

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

การแข่งขันฟุตบอลเมเจอร์รายการแรกประจำปี 2022 กำลังจะระเบิดความมันส์ขึ้นแล้วในวันที่ 9 มกราคมนี้ เมื่อ แคมเมอรูน รับบทเป็นเจ้าภาพศึก แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ครั้งที่ 33 (AFCON 2021)

แอลจีเรีย กลับมาในฐานะแชมป์เก่า พร้อมเป้าหมายที่จะเป็นผู้ชนะในรอบชิงชนะเลิศ เพื่อกลายเป็นชาติแรกที่สามารถป้องกันแชมป์แห่งกาฬทวีป นับตั้งแต่ที่อิยิปต์เคยทำไว้เมื่อปี 2010

ฌาเมล เบลมาดี้ นายใหญ่ทีมชาติแอลจีเรีย มาพร้อมอาวุธครบมือ มีนักเตะฝีเท้าฉกาจอยู่แทบจะครบทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะในแผงเกมรุก

แต่พวกเขาก็ไม่ใช่ชาติเดียวที่มีบรรดากองหน้า หรือ ตัวรุกน่าจับตามอง และที่เราคัดมาให้นี้ คือ 5 สุดยอดดาวยิงประจำผืนแผ่นดินแอฟริกา ที่จะมาเขย่าศึก AFCON 2021 ให้สั่นสะเทือน!

โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ – อียิปต์ (สโมสรลิเวอร์พูล / ติดทีมชาติ 73 นัด ยิง 45 ประตู)

ถ้าพูดถึงตัวรุกที่ดีที่สุดประจำทัวร์นาเม้นปีนี้ เกือบ 100 % ต้องยกชื่อ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ขึ้นมาเป็นอันดับแรกแน่นอน ดาวเตะทีมชาติอียิปต์ นำเป็นดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก ตอนนี้ที่ 16 ประตู พร้อมป้อนให้เพื่อนร่วมทีมหงส์แดงอีก 9 ประตู ครองตำแหน่ง แอสซิสต์ คิง ควบคู่กับดาวยิงสูงสุดไปเลย

ความกดดันสู่ความสำเร็จในรั้วแอนฟิลด์ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่มันกลับเทียบไม่ได้เลยกับประวัติศาสตร์อันเกรียงไกรของทีมชาติอียิปต์ ขุนพลฟาโรห์ คือชาติที่สร้างสีสันต์ได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ AFCON ด้วยศักดิ์ศรีแชมป์ 7 สมัย

อย่างไรก็ดี ความยิ่งใหญ่ล่าสุดของ อียิปต์ นั้นต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 หรือเพียงปีเดียวก่อนที่ซาล่าห์จะได้ลงประเดิมสนามนัดแรกให้ทีมชาติ นับตั้งแต่นั้นมาทัพมัมมี่เริ่มห่างไกลความสำเร็จไปทุกที ถึงขนาดที่ว่า AFCON 5 ครั้งหลังสุด พวกเขาผ่านเข้าไปเล่นเพียงแค่ 2 หนเท่านั้น ตกรอบคัดเลือกเมื่อปี 2012 , 2013 และ 2015 ส่วนปี 2017 กลับเข้าสร้างผลงานยอดเยี่ยม เซอร์ไพรส์ขึ้นแท่นเป็นรองแชมป์

ในช่วงความล้มเหลวอย่างต่อเนื่องบนรายการประจำทวีป ซาล่าห์ช่วยทีมซัดไปเพียง 2 ประตูเท่านั้น ก่อนจะมาบวกเพิ่มได้อีก 2 ประตูเมื่อปี 2019 ซาล่าห์มีแต่จะแกร่งขึ้นทุกปีนับจากนั้น รู้ตัวอีกที คาร์ลอส เคยรอซ ก็มีอสูรกายอยู่ในมือเป็นที่เรียบร้อย

กระนั้นเอง ฟอร์มกับทีมชาติก็ยังมีเรื่องให้ต้องห่วงอยู่เหมือนกัน เมื่อเจ้าตัวตีนบอดกับอียิปต์ตลอด 5 นัดหลังสุด แต่ดีที่ยังสามารถแอสซิสต์ให้เพื่อนได้ 3 ประตู แม้ตัวเองกระสุนด้าน

ริยาด มาห์เรซ – แอลจีเรีย (สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ / ติดทีมชาติ 70 นัด ยิง 26 ประตู)

ถ้าจะหาใครสักคนมาเบียดแย่งความเป็นหนึ่งกับซาล่าห์ ณ ตอนนี้ก็ต้องเป็น ริยาด มาห์เรซ คีแมนย์คนสำคัญของทีมชาติแอลจีเรียในยุคนี้

แม้ว่าซีซั่นนี้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาจะไม่ได้ยึดตัวจริงขาประจำ เดี๋ยวเข้าเดี๋ยวออกทีมอยู่เรื่อยๆ ลงสนามเป็นตัวจริงให้เรือใบเพียง 8 นัดจาก 21 เกมในลีก แต่ตัวริมเส้นที่มีถิ่นกำเนิดในฝรั่งเศสกลับทำผลงานได้ไม่ขี้เหร่ ซัดไปแล้ว 6 ตุง และแอสซิสต์อีก 4

4 ประตูหลังสุดที่เขามีส่วนร่วม เกิดขึ้นจากสองนัดติดในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รวมถึงชัยชนะแรกต้อนรับปีใหม่ของแมนฯซิตี้ ที่บุกไปเอาชนะอาร์เซน่อล 2-1 เกมนี้มาห์เรซเป็นผู้สังหารณ์จุดโทษตีเสมอ อีกทั้งยังแนบไป 1 แอสซิสต์จาก 3 นัดดังกล่าว

พลพรรคจิ้งจอกทะเลทราย ขึ้นครองความยิ่งใหญ่บนทวีป หลังคว้าแชมป์ AFCON สมัยที่สองในประวัติศาสตร์มาครองได้สำเร็จเมื่อปี 2019 และเป็นแชมป์แรกนับตั้งแต่ปี 1990 หรือเมื่อ 30 ปีที่แล้ว โดยได้ มาห์เรซ ยิงสามประตูตลอดทัวร์นาเม้น รวมไปถึงประตูชัยในช่วงทดเจ็บของรอบรองชนะเลิศที่สยบทีมชาติไนจีเรีย

จากสถิติตอนนี้ มาห์เรซนับเป็นอันดับ 5 บนทำเนียบดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของแอลจีเรีย ที่ 26 ประตู โดยที่ 11 ตุงที่เขายิงได้เกิดขึ้นจากเกมทีมชาติ 12 นัดหลังสุด ซึ่งจากตรงนี้เขาตามหลังสองตำนานอย่าง ราบาห์ มาดเจอร์ และ ลัคห์ดา เบลรูมี่ อยู่เพียง 2 ประตู ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมคนปัจจุบันอย่าง อิสลาม สลิมานี่ (โอลิมปิก ลียง) นำโด่งอยู่ที่ 38 ประตู

ซาดิโอ มาเน่ – เซเนกัล (สโมสรลิเวอร์พูล / ติดทีมชาติ 80 นัด ยิง 26 ประตู)

ดาวเตะหงส์แดง แบกรับความกดดันเป็นความหวังของคนทั้งชาติในศึก แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ครั้งนี้ พร้อมกับสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลทีมชาติ ที่ปัจจุบันเขายังตามหลัง อองรี กามาร่า อดีตกองหน้า เดอะ ลาติกส์ อยู่ 2 ประตู 

มาเน่ เริ่มต้นเส้นทางแข้งอาชีพกับ เม็ตซ์ ในลีกฝรั่งเศส ก่อนจะแจ้งเกิดอย่างรวดเร็วในสีเสื้อ เร้ด บูลล์ ซัลส์บวร์ก ฟอร์มอันโดดเด่นและความเร็วที่หาตัวจับยาก ชักชวนให้เซาแธมป์ตันอดใจไม่ไหว ดึงตัวไปช่วยงานในพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2014 ซึ่งนับตั้งแต่วันนั้น ดาวเตะสายจรวดก็สามารถทำให้ทุกคนยอมรับได้ว่าเขาคือนักเตะที่ดีที่สุดเท่าที่เซเนกัลเคยมีมา

แต่ทว่าช่วงหลังกับลิเวอร์พูล มาเน่กลับไม่สามารถสร้างปัญหาให้บรรดากองหลังได้เหมือนอย่างเคย ทำไปได้เพียง 1 ประตูจาก 8 นัดหลังสุดในลีก การได้ออกมาพักทีมชาติแบบนี้ อาจจะช่วยเรียกความมั่นใจได้ไม่มากก็น้อย เมื่อถึงวันกลับแอนฟิลด์

แต่สิ่งที่ เซเนกัล ยังขาดและโหยหานั่นคือถ้วยแชมป์ ‘สิงโตแห่งเตรังก้า’ เข้าร่วมทัวร์นาเม้น AFCON มาทั้งสิ้น 15 ครั้ง เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้ 2 หน อกหักแพ้ แคมเมอรูน เมื่อปี 2002 และพลาดท่าให้แก่ แอลจีเรีย ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2019

มาเน่ ทำไปได้เพียง 3 ประตูตลอด 6 ทัวร์นาเม้นที่มีส่วนร่วม และไม่มีประตูไหนเลยที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นต้นไป เคยก็แต่แอสซิสต์ให้ อดริสซ่า เกย์ เข้าไปกดชัยเอาชนะ เบนิน ส่งทีมทะลุสู่รอบตัดเชือก

เซบาสเตียน อัลแลร์ – ไอโวรี่ โคสต์ (สโมสร อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม / ติดชาติ 8 นัด ยิง 3 ประตู)

ก่อนที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2021/22 จะรูดม่านเปิดฉาก ชื่อของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ถูกยกให้เป็นตัวเต็งจ๋าที่จะถล่มประตูระเบิดระเบ้อหลังจบรอบแบ่งกลุ่ม

เขาส่งลูกบอลไปซุกก้นตาข่ายได้ทั้งสิ้น 9 ประตูตลอด 6 นัดในรอบแรก นำโด่งเหนือผู้เล่นคนอื่นๆอย่างขาดลอย แต่ชื่อที่เราพูดถึงกลับไม่ใช่ดาวยิงชาวโปแลนด์ ไม่ใช่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือ ลีโอเนล เมสซี่ แต่กลับเป็น เซบาสเตียน อัลแลร์ หัวหอกที่เพิ่งเคยสัมผัสบรรยากาศฟุตบอลทัวร์นามเม้นระดับทวีปยุโรปเป็นครั้งแรกในชีวิต

อัลแลร์ เนรมิตงานเปิดตัวให้กับตัวเองอย่างสวยหรู กระซวกสปอร์ติ้ง ลิสบอนไปคนเดียวถึง 4 ประตู สร้างสถิติเป็นแข้งรายแรกที่สามารถซัด 4 ตุงได้ตั้งแต่นัดแรกที่ลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก นับตั้งแต่ที่ยอดตำนานอย่าง มาร์โก ฟาน บาสเท่น เคยจารึกไว้เมื่อปี 1992

ดาวเตะทีมชาติไอโวรี่ โคสต์ ยิงประตูช่วยอาแจ็กซ์ได้ครบทุกนัดใน 5 แมตช์ที่เหลือของรอบแบ่งกลุ่ม เทียบเท่าสถิติที่ CR7 เคยทำไว้เมื่อปี 2017/2018 เหนือกว่านั้นอัลแลร์ ยังกลายเป็นนักเตะที่เข้าใกล้ 10 ประตูได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของทัวร์นาเม้นอีกต่างหาก

ขวัญใจคนใหม่จาก โยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า ผ่านการลงเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสชุดเยาวชนมาเกือบทุกรุ่นอายุ ก่อนจะเลือกรับใช้ทีมชาติชุดใหญ่ของ ไอโวรี่ โคสต์ เมื่อเดือนธันวาคมปี 2020 ยิงไปแล้ว 3 ประตูจาก 8 นัดที่ลงสนาม

ด้วยผลงานในแชมเปี้ยนส์ลีกที่สุดจะปัง แถมใน เอเรดิวิซี่ ลีกก็ช่วยอาแจ็กซ์ซัดไป 12 ประตูจาก 17 เกมที่ลงเล่น AFCON หนนี้จะไม่ให้จับตามองอัลแลร์เห็นทีจะทำไม่ได้จริงๆ

วาห์บี คาซรี่ – ตูนีเซีย (สโมสร แซงต์ เอเตียน / ติดทีมชาติ 62 นัด ยิง 22 ประตู)

ชื่อนี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูแฟนบอลบ้านเราเท่าไหร่นัก แต่หากติดตามลีกฝรั่งเศสผ่านหูผ่านตา คุณจะรู้ได้ทันทีว่า วาห์บี คาซรี่ คือ ผู้ท้าชิงรางวัลประตูยอดเยี่ยมของลีก เอิงประจำฤดูกาลนี้

ดาวยิงชุดเกราะสีเขียวซัดประตูไกลจากระยะ 74 หลาในเกมพบกับ เม็ตซ์ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และเป็นประตูที่เขายิงได้ติดต่อกัน 4 เกมรวดอีกด้วย

หลังจากตะบันประตูสุดไกลที่เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโซเชี่ยล มีเดีย คาซรี่ ไม่มีชื่อบนสกอร์ชีทอีกเลยนานถึง 7 เกมติดต่อกัน แต่ถึงกระนั้นเอง แข้งทีมชาติตูนิเซีย ก็ได้เทียบจำนวนประตูที่ตัวเองทำไว้เมื่อซีซั่นที่แล้วไปเรียบร้อย ตั้งแต่เพิ่งจะครึ่งฤดูกาล และขาดอีก 6 ประตูก็จะแตะสถิติที่ดีที่สุดที่เคยทำได้เมื่อปี 2018/2019 ที่ 13 ประตู

เช่นเดียวกันกับสโมสรต้นสังกัด ความคาดหวังของตูนิเซียไม่ได้สูงลิบขนาดที่ว่าจะต้องยกแชมป์ให้ได้สถานเดียว พวกเขาขอเพียงไปให้ได้ไกลที่สุดใน AFCON หนนี้

ทีมเจ้าของฉายา ‘อินทรีแห่งคาร์เธจ’ เคยคว้าแชมป์รายการนี้ได้ 1 สมัยเมื่อปี 2004 และผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้อย่างเหนือคาดเมื่อครั้งก่อน โดยที่อดีตดาวเตะซันเดอร์แลนด์ยิงไปได้เพียงประตูในเกมที่สองของรอบแบ่งกลุ่มพบทีมชาติมาลี

วาห์บี คาซรี่ เป็นแข้งสารพัดประโยชน์ สามารถเล่นได้เกือบทุกตำแหน่งในแผงแนวรุก แต่สำหรับตูนิเซีย เขารับหน้าที่เป็นหน้าตัวเป้าขาประจำ ซึ่งก่อนทัวร์นาเม้นหนนี้จะเปิดฉาก เจ้าตัวสามารถช่วยทีมซัด 3 ประตูจากการติดธงใน 6 นัดหลังสุด

คนอื่นที่น่าสนใจ

ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมยอง – แม้ว่าจะดวงตกอับอย่างสุดๆในรั้วปืนใหญ่ แต่เมื่อใดที่ฟอร์มเข้าฝัก โอบาจะเป็นตัวอันตรายสำหรับคู่แข่งเสมอ แต่ก่อนจะไปอะไรกับเขา ก็ต้องหายดีจากโควิด-19 เสียก่อน เพราะล่าสุดมีข่าวไปปาร์ตี้ที่ดูไบ จนได้ไวรัสกลับมาเป็นของแถม อาร์เตต้าปวดหัวไม่พอ นี่ทำให้แคมป์ทีมชาติกาบองปั่นป่วนไปอีก

ไตโว่ อโวนิยี่ – อดีตแข้งหงส์แดง จะกลายเป็นอีกหนึ่งอาวุธในแนวรุกของไนจีเรียที่มีตัวเลือกให้ใช้งานมากมายอยู่แล้ว หัวหอกจากอูนิโอน เบอร์ลิน ในบุนเดสลีก้าซัดไปแล้ว 9 ประตู บนลีกสูงสุดเมืองเบียร์ รวมแล้ว 14 ประตูในทุกรายการ

โมฮาเหม็ด บาโย่ – เซเนกัล ยืนเป็นตัวเต็งที่จะจบเป็นแชมป์กลุ่ม บี แต่อันดับ 2 ยังต้องแย่ชิงกันดุเดือด โดยที่ ทีมชาติกินี ฝากความหวังไว้ที่ โมฮาเหม็ด บาโย่ ที่เพิ่งเดบิวต์กับทีมแผ่นดินเกิดไปเมื่อไม่นานมานี้ ที่ผ่านมาแข้งวัย 23 ปี ทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมกับสโมสร เคลมงต์ ฟุ๊ต ในลีก เอิง ฝรั่งเศส ยิงไปแล้ว 9 ประตูจาก 17 นัดที่ลงเล่นในลีกน้ำหอม เป็นรองเพียงแค่ วิสเซ็ม เบน เยดแดร์ และ โจนาธาน เดวิด เท่านั้น