จัดอันดับ 10 แข้งสุดคุ้มภายใต้การเซ็นสัญญาของ “ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส”

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

มีการยืนยันแล้วว่า ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ กำลังจะหมดสัญญากับต้นสังกัดซึ่งทำให้เขาต้องแยกทางสโมสรหลังจบฤดูกาลนี้ และนี่ก็คือผลงานที่เขาฝากเอาไว้ในถิ่น แอนฟิลด์

10. ติอาโก้ อัลคันทาร่า

Thiago Alcantara: Liverpool midfielder marks anniversary of joining Reds  but it has been an unhappy first year

เซ็นสัญญาจาก: บาเยิร์น มิวนิค
ค่าตัวตามรายงาน: 25 ล้านปอนด์
ลงสนามไปแล้ว: 37 นัด

เริ่มกันด้วยอันดับ 10 ซึ่งเป็นของ ติอาโก้ อัลคันทาร่า ผู้เล่นมิดฟิลด์ชื่อดังที่สร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจร่วมกับ บาเยิร์น มิวนิค ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับ ลิเวอร์พูล ช่วงซัมเมอร์ในปี 2020 ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ และก็นับว่าเป็นการเซ็นสัญญาที่สร้างความพอใจไม่น้อยสำหรับแฟนๆ ทีมหงส์แดง เนื่องจากได้แข้งฝีเท้าดีมาประดับทีมอีกราย

อย่างไรก็ตามหลายๆ อย่างไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวังสักเท่าไหร่นัก เพราะเนื่องจากอาการบาดเจ็บทำให้เขาโชว์ฟอร์มแจ่มได้เพียงแค่บางครั้งบางคราวเท่านั้น ซึ่งแฟนๆ ยังต้องรอกันต่อไป

9. เชอร์ดาน ชากิรี่

Liverpool news: Xherdan Shaqiri relishing life under Klopp but warns there  is more to come from Liverpool | Goal.com

เซ็นสัญญาจาก: สโต๊ค ซิตี้
ค่าตัวตามรายงาน: 13 ล้านปอนด์
ลงสนามไปแล้ว: 63 นัด

นับว่าเป็นการเซ็นสัญญาที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับแฟนบอลพอสมควร เนื่องจาก ลิเวอร์พูล ต้องยอมควักกระเป๋าเงินกว่า 13 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัวผู้เล่นจาก สโต๊ค ซิตี้ สโมสรตกชั้นอย่าง เชอร์ดาน ชากิรี่ ในปี 2018 แต่ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แม้จะไม่มีผลงานหวือหวาสักเท่าไหร่ แต่เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเองก็มีประโยชน์กับสโมสรไม่น้อยเลยจริงๆ โดยเฉพาะเวลาสำคัญและในสถานการณ์ที่ยากลำบากของทีม

8. ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์

Harvey Elliott close to Liverpool first team - Don Hutchison - BBC Sport

เซ็นสัญญาจาก: ฟูแล่ม
ค่าตัวตามรายงาน: 2 ล้านปอนด์
ลงสนามไปแล้ว: 13 นัด

มีหลายเหตุผลเหลือเกินที่จะทำให้เราเชื่อว่า ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ จะกลายเป็นผู้เล่นที่ เอ็ดเวิร์ดส เซ็นสัญญามาร่วมงานในถิ่น แอนฟิลด์ ที่คุ้มที่สุด เพราะด้วยการประเดิมสนามกับ ฟูแล่ม ในวัยที่น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์เพียง 16 ปี กับอีก 30 วัน อนาคตแข้งรายนี้จึงยังอีกยาวไกล

หลังจากเล่นร่วมกับ แบล็คเบิร์น ได้อย่างยอดเยี่ยมในฐานะผู้เล่นตัวยืม ลิเวอร์พูล ก็ดึงเขากลับมารับหน้าที่หลักในถิ่นแอนฟิลด์ทันที และแม้ว่าอาการบาดเจ็บจะทำให้เขาสะดุดไปบ้าง แต่มั่นใจได้เลยว่าเขาจะกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล ในอนาคตอย่างแน่นอน

7.อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน

GW24 Ones to watch: Alex Oxlade-Chamberlain

เซ็นสัญญาจาก: อาร์เซน่อล
ค่าตัวตามรายงาน: 35 ล้านปอนด์
ลงสนามไปแล้ว: 116 นัด

อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน อีกหนึ่งผู้เล่นที่สร้างข้อกังขาให้กับแฟน ลิเวอร์พูล อยู่เหมือนกัน เพราะด้วยค่าตัวที่สูงถึง 35 ล้านปอนด์ และด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บอีกเช่นกันที่ทำให้เขาโชว์ฟอร์มได้ไม่แจ่มตามคาด แต่หากเขาอยู่ในสภาพที่เต็มร้อย บอกได้เลยว่าเขาก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่อันตรายไม่น้อยเลยทีเดียว

6. ดิโอโก้ โชต้า

When Diogo Jota will be back? Liverpool offered injury update on the  Portuguese star - LigaLIVE

เซ็นสัญญาจาก: วูล์ฟแฮมป์ตัน
ค่าตัวตามรายงาน: 41 ล้านปอนด์
ลงสนามไปแล้ว: 44 นัด

สำหรับแข้งรายนี้คงไม่ต้องอธิบายถึงความคุ้มค่าให้มากความเนื่องจากเงิน 41 ล้านปอนด์ ที่ ลิเวอร์พูล ควักกระเป๋าเพื่อคว้าตัว ดิโอโก้ โชต้า จาก วูล์ฟแฮมป์ตัน มาร่วมทัพนั้นมันพิสูจน์ให้เห็นผ่านผลงานของเขาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และแม้ว่าจะอยู่ในช่วงแย่งตำแหน่งตัวจริง แต่เขาก็ลงสนามไปแล้ว 44 เกมและทำไป 18 ประตูให้กับสโมสร

5. ฟาบินโญ่

Fabinho interview | 'Three games a week is intense but exciting' -  Liverpool FC

เซ็นสัญญาจาก: โมนาโก
ค่าตัวตามรายงาน: 39 ล้านปอนด์
ลงสนามไปแล้ว: 133 นัด

สำหรับ ฟาบินโญ่ แล้วเขาแทบไม่เป็นที่รู้จักสักเท่าไหร่ในก่อนหน้าที่ โมนาโก จะคว้าแชมป์ ลีก ในฤดูกาล 2016-17 ซึ่งหลังจากที่เขาร่วมงานกับ ลิเวอร์พูล ก็ใช้เวลาไม่นานในการปรับตัวและกลายมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีม ซึ่ง แกร์รี่ เนวิลล์ ก็ได้ออกมายอมรับว่าแข้งรายนี้คือมิดฟิลด์ตัวรับที่ดีที่สุดใน พรีเมียร์ ลีก

4. แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

Premier League: Liverpool extend Andrew Robertson until 2026 (video)

เซ็นสัญญาจาก: ฮัลล์ ซิตี้
ค่าตัวตามรายงาน: 8 ล้านปอนด์
ลงสนามไปแล้ว: 189 นัด

และนี่ก็เป็นอีกผู้เล่นที่สร้างข้อกังขาอีกเช่นกัน แต่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ก็พิสูจน์ตัวเองด้วยความรวดเร็วในการปรับตัวจนกลายมาเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นคนสำคัญของทีม พร้อมกับถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลก ด้วยสถิติ 36 แอสซิสตลอด 140 นัดใน พรีเมียร์ ลีก ของเขา

3.อลิสซง เบ็คเกอร์

We found a purpose in our life here' - Alisson Becker says his trust in  Liverpool key in signing new deal - Independent.ie

เซ็นสัญญาจาก: โรม่า
ค่าตัวตามรายงาน: 67 ล้านปอนด์
ลงสนามไปแล้ว: 144 นัด

อลิสซง เบ็คเกอร์ อดีตนายทวารจาก โรม่า ที่ย้ายมาร่วมงานกับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวสูงถึง 67 ล้านปอนด์ ซึ่งเขาได้กลายมาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายในการแก้ปัญหาแนวรับของ เจอร์เก้น คล็อปป์ โดยตลอด 144 นัดที่ลงเฝ้าเสาให้กับทีมหงส์แดงเขาเก็บคลีนชีทไปแล้ว 65 ครั้งโดยมีสถิติเสียประตูอยู่เพียง 0.83 ประตูต่อเกม

2. เวอร์จิล ฟาน ไดค์

Van Dijk: Liverpool don't feel unbeatable | Stadium Astro - English

เซ็นสัญญาจาก: เซาธ์แฮมป์ตัน
ค่าตัวตามรายงาน: 75 ล้านปอนด์
ลงสนามไปแล้ว: 144 นัด

จากคำกล่าวของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ว่าหากมีแนวรุกที่ดีพวกเขาจะพาคุณชนะเกม แต่หากคุณมีแนวรับที่ดีพวกเขาจะพาคุณคว้าแชมป์ และ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ก็พิสูจน์คำกล่าวนั้นด้วยการเป็นกำลังสำคัญในการพาทีมกลับมาสู่จุดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกครั้ง และเขายังได้คำยอมรับจากอดีตกองหลัง แมนฯ ซิตี้ อย่าง แว็งซ็องต์ กอมปานี ว่า “ลิเวอร์พูล ก่อนที่จะมี ฟาน ไดค์ ช่างต่างกับหลังมีเขาอย่างสิ้นเชิง”

การมาถึงของกองหลังรายนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล ทำสถิติไร้พ่ายถึง 68 นัดและคว้าแชมป์ ลีก ที่รอคอยมานานได้สำเร็จ อีกทั้งยังได้รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2018/19 ด้วยเช่นกัน

1. โมฮาเหม็ด ซาลาห์

How Mo Salah's goal and assist record leads the way in Europe - Liverpool FC

เซ็นสัญญาจาก: โรม่า
ค่าตัวตามรายงาน: 39 ล้านปอนด์
ลงสนามไปแล้ว: 218 นัด

แน่นอนหากจะยกให้ใครสักคนเป็นผู้เล่นภายใต้การเซ็นสัญญาของ ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส ที่คุ้มที่สุดก็คงต้องยกให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เพราะด้วยเงิน 39 ล้านปอนด์ เขาตอบแทนการลงทุนของทัพหงส์แดงด้วยการประเคน 140 ประตูจากการลงสนาม 218 นัด และนี่เป็นสถิติจากผู้เล่นในตำแหน่งปีกของทีม

ขณะเดียวกันเขาก็ยืนยันความคุ้มค่าอีกครั้งด้วยการเป็นผู้เล่นที่ทำครบ 100 ประตูเร็วที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประวัติศาสตร์สโมสร และยังเป็นผู้เล่นแอฟริกันคนแรกที่ทำได้ 32 ประตูในหนึ่งฤดูกาลให้กับทีมอีกด้วย มั่นใจได้เลยว่าหากเขายังร่วมงานต่อการทำลายสถิติจะมีมาให้เห็นอีกแน่นอน แต่หากการเจรจาต่อสัญญาไม่เป็นไปตามความคาดหมาย ก็นับว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของสโมสร