‘จอช คาวัลโล่’ แข้งลีกสูงสุดคนแรกที่ประกาศก้องโลกว่า “ผมเป็นเกย์”

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเรื่องแปลกใหม่ในวงการฟุตบอลเกิดขึ้น เมื่อโจชัว หรือ จอช คาวัลโล่ แบ็คซ้ายวัย 21 ปีของทีมอดิเลด ยูไนเต็ด ในศึกฟุตบอลเอลีก ของออสเตรเลีย ออกมาประกาศตัวเองว่าเป็นชาวรักร่วมเพศ ผ่านทางโซเชี่ยล มีเดีย

ก่อนหน้านี้เองก็เคยมีนักเตะที่ออกมายอมรับว่าตัวเองเป็นชาว LGBTQ+ แต่ก็จะเลือกประกาศให้โลกรู้เมื่อตัวเองเลิกเล่นไปแล้ว เพราะหวั่นเกรงผลกระทบมากมายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเอง ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีม และแฟนบอล

จอช คาวัลโล่ แข้งชาวออสซี่ เป็นนักเตะจากลีกสูงสุดคนแรกและคนเดียวของโลกที่กล้าเปิดอกถึงสถานะดังกล่าวของตนเองต่อสาธารณชน ด้วยการบอกเล่าชีวิตส่วนตัวผ่านคลิปวิดิโอที่โพสต์ลงโซเชี่ยล มีเดีย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แข้งอาชีพรายอื่นๆที่กำลังปกปิดสถานะของตัวเอง เห็นว่าการออกมาพูดว่าตัวเองเป็นเกย์นั้นไม่ควรจะเป็นเรื่องแปลกที่ต้องนำมาออกข่าว หรือเป็นปัญหาในวงการฟุตบอลอาชีพ

สิ่งที่เขาทำมันยิ่งใหญ่กว่าการกล้าออกมายอมรับในตัวตนของตัวเอง หากแต่เปรียบเสมือนการสร้างเชื้อเพลิงเล็กๆ ที่จะนำไปสู่ความเท่าเทียมในวงการฟุตบอลได้อนาคต

“ผมพร้อมแล้วที่จะบอกเล่าเรื่องส่วนตัว ซึ่งในที่สุดผมก็ได้รับความสบายใจในการแบ่งปันเรื่องชีวิตของผมเสียที ผมเป็นนักฟุตบอลและผมเป็นเกย์” คาร์วัลโล่ กล่าวตอนเริ่มต้นวิดีโอ

“ผมเติบโตขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกที่ต้องปกปิดตัวตนเพราะความละอาย ผมเกรงว่าจะไม่สามารถทำสิ่งที่ตนเองรักเมื่อตัวเองเป็นเกย์ได้ การเติบโตมาโดยเป็นเกย์ที่เล่นฟุตบอลนั้นเหมือนการมีโลก 2 ใบที่มันไม่มีวันจะก้าวผ่านซึ่งกันและกันได้”

“ผมเพียงแต่อยากจะเล่นฟุตบอลและถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียม”

‘การต่อสู้กับเพศของตัวเอง’

จอช ยอมรับว่าแสนจะเหนื่อยกับการต้องเค้นฟอร์มการเล่นให้ออกมาดีที่สุด แต่ต่างจากนักเตะคนอื่นๆ เขายังต้องใช้ชีวิตบนข้อจำกัดแบบสองมาตรฐาน ซึ่งมันได้ดูดซับพลังงานชีวิตของเขาเข้าไปอย่างไม่สิ้นสุด

“ผมใช้เวลามาไม่น้อยเลยกว่าจะมาถึงจุดนี้ของชีวิต ผมไม่รู้จะมีความสุขกว่านี้ได้ยังไงแล้วเมื่อการตัดสินใจของผมถูกแพร่ออกไป ที่ผ่านมาผมได้ต่อสู้กับเรื่องเพศของตัวเองมานานกว่า 6 ปี และผมก็ปลื้มใจจริงๆที่วันนี้เรื่องเหล่านั้นจะกลายเป็นแค่ความหลัง”

ความกดดันจากสังคมที่ทำให้เขาต้องปิดบังสถานะ LGBTQ+ ส่งผลกระทบต่อชีวิตอย่างมาก มันลามไปถึงจุดที่เริ่มกัดกินสุขภาพจิต ทุกอย่างมันมืดแปดด้าน และไม่มีทางออก

“ท้ายที่สุดแล้วผมแค่อยากเป็นคนที่มีความสุข เรื่องนี้มันใหญ่กว่าแค่ฟุตบอล มันคือชีวิตของผม ทุกวันที่ผมกลับบ้านไป ผมไม่เคยมีความสุขเลย”

“มันค่อยๆกัดกินตัวผมไปทีละน้อย และเป็นสิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกไม่ว่ากับใครก็ตาม”

แข้งวัย 21 กะรัตรู้ดีว่าเขาอาจจะต้องถูกมองด้วยสายตาที่แปลกไปเมื่อคนรอบข้างรู้ความจริงว่าเขาเป็นเกย์ ผู้คนจะเริ่มใจร้ายกับเขา พูดในสิ่งที่ไม่ดีต่อเขา หรือ ล้อเลียนมองเขาเป็นตัวตลก แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเลย ถ้าหากสิ่งที่เขาทำ จะช่วยเปลี่ยนและโน้มน้าวใจผู้คนให้หันมาให้เกียรติและเคารพกันมากขึ้น

“ผมเป็นนักฟุตบอล และผมเป็นเกย์”

ประโยคสั้นๆที่ดูแสนธรรมดา แต่สำหรับ จอช แล้ว การตัดสินใจที่จะเปิดอกพูดเกี่ยวกับเพศของตัวเองคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก

เขาออกมาประกาศสถานะของตัวเองในขณะที่ยังเป็นนักเตะอาชีพ ยังคงลงเล่นและซ้อมอยู่ในทุกๆวัน นั่นทำให้เขาแตกต่างจาก โธมัส ฮิตเซิลส์แปร์เกอร์ ที่เปิดเผยความจริงในวันที่แขวนสตั๊ดไปแล้ว

ซึ่งแท้จริงแล้ว เรามีคนในวงการลูกหนังที่เป็นเกย์และเป็นไบเซ็กชวลมากกว่าที่หลายคนคิด ไม่ว่าจะเป็นนักเตะนอกลีกของอังกฤษมากมายตามลีกระดับล่าง รวมไปถึงผู้ตัดสินที่เป็นเกย์อย่าง ไรอัน แอตกิ้น และ เจมส์ แอดค็อก

แต่ด้วยความที่ไม่ได้เป็นนักเตะจากลีกดัง กระบอกเปล่งเสียงของพวกเขามันเลยไม่ดังพอส่งไปถึงสังคมโลก จนกระทั่ง จอช คาวัลโล่ ซึ่งเล่นอยู่ในลีกสูงสุดของฟุตบอลเอลีก ออสเตรเลีย ได้กลายเป็นตัวแทนรวบรวมความกล้าหาญส่งเสียงนั้นออกไป จากทีแรกที่คิดว่าจะต้องโดนคนประณามและรังเกียจ จอชกลับได้รับเสียงชื่นชมและกำลังใจจากโลกโซเชี่ยล มีเดียแบบที่ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้รับ ซึ่งนั่นเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ว่าวันนี้มุมมองของชาวโลกได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วไม่มากก็น้อย

“เสียงตอบรับและกำลังใจที่ผมได้มามันเหลือเชื่อมาก มันทำให้ผมคิดได้ว่าทำไมผมถึงปกปิดความจริงมานานขนาดนี้ ผมอยากจุดประกายให้ทุกคนเห็นว่า มันไม่แปลกอะไรเลยที่จะเป็นตัวของตัวเองและเล่นฟุตบอลไปด้วย มันไม่เป็นไรเลยหากคุณจะเป็นเกย์ที่เล่นฟุตบอล” จอช เผย

เคราร์ด ปิเก้ แนวรับคนดังจากบาร์เซโลน่า ได้ออกมาทวีตข้อความชื่นชมในความกล้าของ คาวัลโล่ พร้อมทั้งยินดีที่จะเป็นหนึ่งในแนวร่วมสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ด้วยอีกคน

“ผมอยากจะขอบคุณ ในสิ่งที่นายกำลังทำอยู่ตอนนี้ โลกของฟุตบอลมันค่อนข้างล้าหลังมาก และคุณกำลังช่วยให้วงการของเราก้าวไปข้างหน้า” ปิเก้ กล่าว

จากประสบการณ์ที่พบเจอ จอชเล่าว่ายังมีนักเตะอีกมากที่คิดและรู้สึกว่าหนทางเดียวที่จะประสบความสำเร็จบนเส้นทางนักฟุตบอลชีพนั่นคือการปิดบังเพศของตัวเองเอาไว้ให้มิดชิดที่สุด ในขณะที่อีกหลายคนเลือกที่จะทิ้งความฝันตรงนี้ไป แทนที่จะยืนหยัดต่อสู้กับความเป็นตัวเอง

ก่อนออกมาพูด จอชได้รับแรงสนับสนุนและผลักดันจากเพื่อนร่วมทีม อดิเลด ยูไนเต็ด ซึ่งนั่นพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าในปี 2021 คนที่กำลังปกปิดสถานะของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องทุกข์ทนกับอะไรแบบที่ได้กล่าวมาเสมอไป

“ผมอยากจะบอกถึงคนที่กำลังมีปัญหาและที่กำลังหวาดกลัว ไม่ว่าจะใครก็ตาม อย่าแสดงออกในแบบที่คุณไม่ได้เป็น จงเป็นตัวของตัวเอง คุณเกิดมาเพื่อเป็นตัวของตัวเองไม่ใช่คนอื่น”

ถึงแม้ที่ผ่านมาจะมีนักเตะที่ประกาศเป็นเกย์ในช่วงเลิกเล่นไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีให้เห็นเยอะ เพราะอีกหลายคนก็ยังไม่พร้อมและไม่กล้าที่จะเสี่ยงต่อผลกระทบที่อาจเข้ามาหาโดยไม่รู้ตัว

เมื่อปี 2019 แอนดี้ เบรนแนน ถูกจดจำในชื่อของนักเตะออสเตรเลียคนแรกที่ออกมาประกาศตัวว่าเป็นเกย์ ซึ่งตอนนั้นอดีตดาวเตะนิวคาสเซิ่ล เจ็ท กำลังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของอาชีพ ลงเล่นในลีกระดับล่างๆของแดนจิงโจ้ ส่วนอดีตกองกลางแอสตัน วิลล่าอย่าง โธมัส ฮิตเซิลส์แปร์เกอร์ นี่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเองหลังเลิกเล่นไปแล้ว เพราะหมดเรื่องต้องห่วง

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1990 จัสติน ฟาชานู อดีตแข้งผิวสีสังกัดนอริช ซิตี้ ได้ออกมาเปิดตัวถึงรสนิยมทางเพศ ก่อนจะจบชีวิตตัวเองด้วยการแขวนคอในปี 1998 เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม หลังมีเด็กหนุ่มวัยรุ่นอายุ 17 ปีคนหนึ่งกล่าวหาว่า จัสติน ฟาชานู ได้ล่วงละเมิดทางเพศกับเขา จนถูกตำรวจตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายและข่มขืน เพราะเป็นสิ่งผิดกฎหมายของรัฐแมรีแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

สหภาพนักฟุตบอลอาชีพประจำประเทศออสเตรเลีย ยอมรับว่าสิ่งที่จอชทำลงไปได้กลายเป็นโมเมนต์ที่งดงามสำหรับวงการกีฬา ชุมชนรักร่วมเพศ LGBTI+ และตัวของจอชเอง

“การออกมายอมรับต่อสาธารณะชนว่าเป็นนักฟุตบอลเกย์จำเป็นต้องอาศัยความกล้าหาญอย่างยิ่ง” ลิซ วอร์ด ผู้อำนวยการรายการโทรทัศน์ ณ สโตนวอลล์ กล่าว

“การตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวของเขาช่างมีความหมายอย่างมหาศาลต่อ เลสเบียน, เกย์ ,ไบ ,ทรานส์ และเควียร์ ที่อยู่ในวงการกีฬาทั่วโลก ที่บ่อยครั้งต้องยอมฝืนใจหันหลังจากการเล่นกีฬาหรือปฏิเสธการชื่นชมกิจกรรมที่พวกเขารัก”

นอกจากนี้ จอช ยังพูดถึงการปิดบังความรู้สึกในบางอย่างก่อนพูด เพื่อให้ภาพที่ถูกสื่อออกไป ดูเป็นเสียงจากมุมมองของนักฟุตบอลอาชีพให้ได้มากที่สุด

“มีนักเตะอายุน้อยๆ อีกหลายคนที่ต้องพลาดโอกาส นักเตะหลายคนมีความสามารถ มีพรสวรรค์ เพียงแต่พวกเขาแค่ไม่ได้อยู่ภายใต้บรรทัดฐานก็เท่านั้น”

“ในฐานะที่ผมเป็นนักฟุตบอลเกย์ ผมรู้ว่ายังมีนักเตะที่หลายคนข้างนอกนั่นที่ยังใช้ชีวิตด้วยการปิดปากเงียบ ผมอยากจะช่วยเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ แสดงให้เห็นว่าทุกๆ คนจะได้รับการต้อนรับสู่โลกฟุตบอลอย่างเท่าเทียม และสมควรได้สิทธิในการแสดงออกความเป็นตัวของตัวเองอย่างที่คู่ควร”

” ผม จอช คาวัลโล่ ผมเป็นนักฟุตบอล และผมภูมิใจที่เป็นเกย์”