ความอัจฉริยะของ”เป๊ป กวาดิโอล่า” กับการดัดแปลง”กุนโดกัน”เป็นเครื่องจักรสังหารณ์!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

“เราต้องการผู้เล่นที่จะเข้าไปถึงจุดนัดพบในกรอบเขตโทษมากกว่านี้” คำพูดที่ เป๊ป กวาดิโอล่า ติวเข้มกับบรรดาแข้งเรือใบเมื่อช่วงต้นที่แล้ว

This image has an empty alt attribute; its file name is gundogan-pep-scaled-e1611062962376-1024x684-1.jpg

ประโยคอันหนักแน่นและขึงขังนี้ถูกกล่าวขึ้นก่อนเกมกับเชลซี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้กำลังประสบปัญหาเกมรุกฝืด ทั้งพังประตูไม่ได้ในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ หรือแม้แต่ความล้มเหลวในการเจาะแนวรับทีมหนีตกชั้นอย่างเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน

นักเตะทุกคนในห้องแต่งตัวรับฟังสิ่งที่เป๊ปต้องการจะสื่อ แต่เหมือนจะมีอยูคนหนึ่งที่ถึงกับหูผึ่งทันทีเมื่อได้ยินบทพูดใช้กำชับก่อนเกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

อิลคาย กุนโดกัน พาเรือใบสีฟ้าต้อนรับช่วงปีใหม่ด้วยการซัดประตูเปิดใส่เดอะ บลูส์ ก่อนที่สกอร์จะไหลเป็นน้ำ จบลงที่ชัยชนะของซิตี้ 3-1 และหลังจากนั้น กุนโดกันก็กลายเป็นความหวังในการทำประตูของแมนฯซิตี้ไปอีกคน

เขาก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปอีกขั้นด้วยการตะบันสองประตูช่วยทีมถล่มยับลิเวอร์พูล 4-1 คาแอนฟิลด์ สังเวียนที่พวกเขาแพ้ทางมาตลอด พร้อมกับมิดฟิลด์ชาวเยอรมันที่จัดไปแล้วรวม 9 ประตูในซีซั่นนี้

This image has an empty alt attribute; its file name is 3000-1024x686.jpeg

และเผื่อใครยังไม่รู้ หรือไม่ได้สังเกตุ ตอนนี้กุนโดกันที่ลงเล่นในบทบาทห้องเครื่อง กลายเป็นดาวซัลโวประจำทีมเรือใบสำหรับเกมลีกไปแล้วด้วย เรียกได้ว่าเรื่องการกระซวกประตูคู่แข่ง ปีนี้เขามาแรงแซงเพื่อนฝูงอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง,กาเบรียล เฆซุส,ริยาร์ด มาห์เรซและเควิน เดอ บรอยน์ด้วย

นับตั้งแต่ข้ามมาสู่ปี 2021 กุนโดกันเป็นนักเตะที่ยิงประตูได้มากที่สุดในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีตอนนี้ที่ 7 ประตูด้วยกัน

  1. อิลคาย กุนโดกัน 7 ประตู
  2. แฮร์รี่ เคน 4 ประตู
  3. โธมัส ซูเช็ก 4 ประตู
  4. มัทธิอัส เปเรย์ร่า 4 ประตู
  5. อลลี่ วัตส์กิน 4 ประตู

ต้องยอมรับว่า ก่อนที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้จะกลับมาอยู่ในจุดที่ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ปีนี้แชมป์พรีเมียร์ลีกคงเสร็จพวกเขาแน่นอน ลูกทีมของกวาดิโอล่าก็ผ่านช่วงแกว่งมาเหมือนกัน เอาเป็นว่าเกือบจะถูกกาชื่อออกตั้งแต่ซีซั่นยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ ทั้งนานาปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเกมรุกที่ไม่เด็ดขาด เกมรับที่พอไม่มีลาป๊อกต์ก็พึ่งพาใครไม่ได้ ,อาการบาดเจ็บเรื้อรังของเซร์คิโอ อเกวโร่ หรือแม้แต่เสียคาแรคเตอร์การโจมตีแบบที่พวกเขาเคยเป็นไป

แต่ในยามที่พวกเขากำลังต้องการใครสักคนเพื่อมาแบกรับภาระเอาไว้บนหลัง กุนโดกันก็กลายเป็นคนที่สวมชุดเกราะขี่ม้ามาช่วยทีมของเป๊ป ก้าวข้ามผ่านความกังวลใจ โดยมีจุดเริ่มมาจากบทพูดกระตุ้นนักเตะก่อนเกมกับเชลซี ที่เปลี่ยนเขาจากมิดฟิลด์ที่คอยยืนซัพพอร์ตคุมจังหวะอยู่ข้างหลัง ให้กลายเป็นห้องเครื่องเบอร์ 8 ที่คอยเดินเกมแดนบนมากขึ้นกว้าเดิม

ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องยกเครดิตให้ความปราดเปรื้องของชาวกาตาลัน เหมือนอย่างที่เขาบอกกันเลยว่า เป๊ป ก็คือเป๊ป อยู่วันยันค่ำ แม้จะเจอสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะมืดแปดด้าน แต่ท้ายที่สุดสมองก็จะหลั่งสารความอัจฉริยะออกมาหาทางออกได้เสมอ

This image has an empty alt attribute; its file name is Giovani-Lo-Celso-AP-22.11.2020.png

ถามว่าพวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ขนาดไหน ? ใครจะคิดว่าทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ครองเกมพับสนามใส่คู่แข่งเสียเป็นส่วนใหญ่จะโดนเลสเตอร์ ซิตี้ถลุงไปถึง 5-2 ในแมตช์ที่ 2 ของซีซั่น ต่อเนื่องด้วยการที่พวกเขาไม่สามารถยิงประตูได้มากกว่า 1 ประตูเลย ตลอด 5 เกมลีกถัดจากวันแพ้จิ้งจอกยับ รวมไปถึงโดนเชือดนิ่ม 2-0 โดยน้ำมือของทัพไก่เดือยทอง

แต่หลังจากผ่านค่ำคืนที่ลอนดอนเหนืออันแสนน่าผิดหวัง ไม่รู้เป๊ปใช่ลูกเล่นอะไรปลุกนักเตะให้ตื่นขึ้นมา ดั่งฝูงซอมบี้ที่กำลังกระหายเต็มที่ ซิตี้ยิงยาวไม่แพ้ใครเลย 14 นัดรวด และดูเหมือนว่าส่วนหนึ่งที่จะทำให้พวกเขากลับมายืนได้อย่างแข็งแกร่งนั่นก็คือ การเฉิดฉายของอิลคาย กุนโดกัน ที่ปกติรับผิดชอบเป็นเรจิสต้าตัวต่ำ คราวนี้เพิ่มความอันตรายขึ้นไปอีกด้วยการ การจัดการจังหวะหาช่องเข้าทำ พร้อมกับเพิ่มตัวเลือกในพื้นที่สุดท้ายให้กับทีมไปในตัว

ปีก่อนหรือที่ผ่านๆมาจะเป็นยังไงไม่รู้ แต่วันนี้กองกลางจากเมืองเบียร์ได้เปลี่ยนตัวเองกลายเป็นหนึ่งในจอมทัพของซิตี้ไปอีกคน เพราะปกติถ้าเราจะนึกถึงตัวคาดหวังทำประตูในทีม แน่นอนเหล่านั้นก็ต้องเป็น แบร์นาร์โด้ ซิลวา , ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ,หรือเควิน เดอ บรอยน์ แต่นี่กุนโดกันได้อัปเกรดตัวเอง ขึ้นมาแสดงจังหวะในการเล่นเกมรุกให้เราเห็นมากขึ้น แถมความเฉียบคมยังถอดแบบกองหน้าอาชีพมาเลยอีกต่างหาก ซึ่งนี่นับว่าเป็นซีซั่นแรกในชีวิตของเจ้าตัวเลยที่สามารถทำประตูต่อ 1 ซีซั่นได้ถึงเลข 2 หลัก)

This image has an empty alt attribute; its file name is EtrCcQVWQAAigof-1024x730.jpg

แม้กระทั่งช่วงก่อนบุกรังแอนฟิลด์ เยอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งเป็นอดีตกุนซือที่เคยร่วมงานกับกุนโดกันที่ดอร์ทมุนด์ คว้าแชมป์บุนเดสลีก้าและเดเอฟเบ โพคาลด้วยมาก่อน ยังแอบประหลาดใจกับบทบาทใหม่ของมิดฟิลด์รายนี้ ชนิดไม่คิดไม่ฝันว่าลูกน้องเก่าที่รู้จักกันดี จะมีอาวุธลับในกรอบเขตโทษกับเขาเหมือนกัน

“อิลคายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดที่ผมเคยโค้ชมาเลย ผมไม่แปลกใจกับฟอร์มของเขาหรอก แต่เรื่องยิงประตูนี่สิ มันเซอร์ไพรซ์นิดหน่อยนะ!” คล็อปป์หยอกหลังจบเกมแพ้แมนฯซิตี้ 4-1

แต่สำหรับเป๊ป เขาได้สัมผัสความเยือกเย็นของกุนโดกันมากับตัวเอง และนั่นคือเหตุที่เขาเลือกปลดล็อคสกิลเกมรุกใหม่นี้ให้กับตัวละครตัวของเขา

“มันจะมีนักเตะบางประเภทที่สามารถยื่นอยู่หน้าผู้รักษาประตู พักจิบกาแฟและยังมีเวลาจบสกอร์ ในขณะที่บางคนไปถึงตรงนั้นแล้วตื่นตระหนก สิ่งเหล่านี้คือคุณภาพในตัวบุคคลจริงๆ” เป๊ป กล่าวถึงความเฉียบคมของกุนโดกัน

ถึงตรงนี้กองกลางทีมชาติเยอรมันสามารถเข้าไปสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่ง (44)ได้มากกว่าที่เขาทำไว้เมื่อซีซั่นที่แล้วเรียบร้อย(43) และเหลือจังหวะส่องประตูอีกครั้งเดียว (32) ก็จะสามารถเทียบกับที่ทำไว้เมื่อซีซั่นก่อนได้แล้ว(33)

This image has an empty alt attribute; its file name is 1_West-Bromwich-Albion-v-Manchester-City-Premier-League-The-Hawthorns.jpg

หลังจากสิ้นเสียงนกหวีดที่แพ้สเปอร์ส ทีมดังจากแมนเชสเตอร์ ออกอาการท่าไม่ดี ถึงขนาดที่ว่าหลายคนต่างฟันธงไปล่วงหน้าเลยว่า ปีนี้ยังไงลิเวอร์พูลก็คงเบียดแย่งแชมป์กับเชลซีแน่ๆ ไม่ต้องวัดบิ๊ก 6 หรอก ขนาดทีมอย่างเวสต์แฮม,ไบร์ทตัน,หรือคริสตัล พาเลซ ช่วงนั้นยังยิงมากกว่าซิตี้เลย

ผ่านมาเกินครึ่งทางเรือใบสีฟ้าลำนี้กลับถูกซ่อมแซมปรับแต่งด้วยวัสดุที่แข็งแกร่งกว่าเดิม พวกเขากลายเป็นทีมที่ยิงประตูได้มากสุดเป็นอันดับ 3 ของลีก และที่สำคัญที่สุดคือการเตรียมกระชากแชมป์ลีกสูงสุดคืนจากมือลิเวอร์พูล

จากนักเตะที่ยิงประตูจากโอเพ่น เพลย์ไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียวเมื่อซีซั่นที่แล้ว สู่ความคาดหวังในการเป็นเครื่องจักรสังหารณ์ของกุนซืออย่างเป๊ป กวาดิโอล่า ผนึกกำลังกับเจ้าหนูฟิล โฟเด้นที่กำลังแรงเป็นระเบิดนิวเคลียร์ เห็นทีงานนี้แมนเชสเตอร์ ซิตี้คงจะยิงยาวแบบเอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่แล้วล่ะ

This image has an empty alt attribute; its file name is GettyImages-1293214118.jpg