ครบรอบ 1 ปี! “บรูโน่ แฟร์นานเดส”จากลิสบอนสู่ลมหายใจปีศาจแดง!

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

บรูโน่ แฟร์นานเดสเดินทางเข้ามาสู่เมืองแมนเชสเตอร์เมื่อวันที่ 30 มกราคมปี 2020 ด้วยความคาดหวังจากทุกคนที่อยากจะเห็นภาพวันวานในครั้งที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เคยจุดประกายความมหัศจรรย์ให้กับรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด

12 เดือนผ่านมา วันนี้เข้าเป็นสตาร์ภายใต้คราบปีศาจแดงอย่างเต็มตัวแล้ว…

จำกันได้ไหม? ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นปีที่แล้ว สาวกปีศาจแดงกำลังตกอยู่ในสภาพโอดครวญเต็มที่ วิงวอนขอสโมสรอยากเห็นตัวเปลี่ยนเกมคนใหม่ จะหวังพึ่งอันเดรส เปเรย์ร่ากับเจสซี่ ลินการ์ดต่อไปก็เห็นทีจะสิ้นหวัง

และในที่สุด ก่อนสิ้นเดือนมกราคม พวกเขาก็เจอเพชรเม็ดที่ตามหา จัดการปิดดีลคว้าบรูโน่ แฟร์นานเดสจากสปอร์ติ้ง ลิสบอนมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 46.6 ล้านปอนด์ ท่ามกลางการช่วงชิงกับคู่แข่งมากมายในทวีป

ซึ่งทุกคนย่อมเข้าใจว่าโอเค นักเตะใหม่จากต่างลีก เข้ามากลางซีซั่นแบบนี้ ทำใจไว้เลยว่าคงต้องปรับตัวกันยกใหญ่ เรื่องความเสี่ยงที่จะซื้อมาแล้วล้มเหลวก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี

แต่แล้วสิ่งที่ดาวเตะฝอยทองแสดงให้เห็นคือ การเปิดตัวอย่างน่าประหลาดใจ เขาเข้ามาสร้างความแตกต่างให้ทีมของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง และรักษาความสม่ำเสมอนั้นมาอย่างต่อเนื่อง จนทีมสามารถขึ้นมารั้งตำแหน่งจ่าฝูงของตารางพรีเมียร์ลีกได้เมื่อช่วงต้นเดือนที่แล้ว ทั้งๆที่ไม่มีตอนออกตาร์ทซีซั่น ไม่มีใครมองว่ายูไนเต็ดจะหักปากกเซียนมายืนอยู่จุดนี้ได้

สถิติตามตัวเลขสามารถบ่งบอกถึงความเหนือชั้นของเขาได้ก็จริง แต่มันยังแค่มุมมองด้านเดียว เพราะเหนือไปกว่านั้น การมีอยู่ของบรูโน่ แฟร์นานเดสและอิทธิพลที่เขามีต่อทัพปีศาจแดงตลอด 1 ปีเต็มที่ผ่านมามันยิ่งกว่านั้นหลายขุม

สรุปผลงานของบรูโน่จนถึงตอนนี้ (เกมล่าสุดชนะเซาแธมป์ตัน 9-0) เขาซัดไปแล้ว 29 ประตูกับอีก 19 แอสซิสต์ตลอด 52 นัดที่ลงเล่น หรือ นับตั้งแต่วันลงเล่นเกมเดบิวต์กับวูล์ฟแฮมป์ตันเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2020 และไม่มีนักเตะพรีเมียร์ลีกคนไหนเลยที่สามารถมีส่วนร่วมกับประตูได้มากเท่ากับแนวรุกวัย 26 ปีรายนี้

ดาวเตะจากดินแดนโปรตุกีสสร้างชื่อเป็นดาวซัลโวสูงสุดในศึกยูโรป้าลีกเมื่อซีซั่นที่แล้ว พาแมนฯยูไนเต็ดทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ แถมรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนก็โกยไปถือเป็นว่าเล่น ชนิดที่บ้านแทบจะไม่มีที่ว่าง ส่วนรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของยูไนเต็ดฤดูกาลที่แล้ว ก็คงไม่ต้องบอกแล้วละว่าเป็นใครที่ได้ไป

แต่สิ่งที่บรูโน่เข้ามายกระดับทีมนอกจากเรื่องประตู,แอสซิสต์หรือรางวัลส่วนตัวแล้ว ต้องยอมรับเลยว่านี่คือนักเตะที่สามารถยกระดับเพื่อนรอบข้างได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งในเรื่องของการเล่น รวมถึงทัศนคติในสนาม

ภาพที่บรูโน่มักหันไปปลุกใจและตะโกนกระตุ้นเพื่อนกลายเป็นภาพที่เราต่างเห็นจนชินตา จริงอยู่ที่ปลอกแขนกัปตันทีมไม่ได้ติดตัวเขาไปด้วยยามลงสนาม แต่บรูโน่คือหัวใจหลักของทีมๆนี้ เขาเป็นเหมือนสัญลักษณ์นำโชคของแมนฯยูไนเต็ด ที่ไม่ว่าพกมาด้วยเมื่อไหร่ก็อุ่นใจ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีค่าเฉลี่ยเก็บแต้มในพรีเมียร์ลีกอยู่ที่ 1.4 แต้มต่อเกมในช่วงครึ่งแรกของปี 2019/2020 แต่หลังจากบรูโน่เข้ามาสวมเสื้อเบอร์ 18 ตัวเลขกลับกระโดดขึ้นไปเป็น 2.14 แต้มต่อเกมเลยทีเดียว

ว่าเป็นว่า เหลือเชื่อขนาดไหนที่การมาของเขาจะสามารถเปลี่ยนทีมของโซลชา จากทีมที่เป้าหมายท็อปโฟร์จะได้แหล่ไม่ได้แหล่ พลิกโฉมกลายเป็นทีมลุ้นแชมป์ลีกไปเสียอย่างนั้น จากที่ก่อนหน้านี้ถ้าพูดถึงเรื่องลุ้นแชมป์ เป็นใครก็ต้องกาชื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดออกให้ไว

โดยครั้งหนึ่งพอล อินซ์เคยนำเอาบรูโน่ แฟร์นานเดสไปเปรียบเทียบกับตำนานอย่าง เอริค คันโตน่าในช่วงหนึ่งของรายการ Monday Night Football show

“คันโตน่าก้าวเข้ามาที่นี่ เขาประติดประต่อพวกเราเข้าด้วยกัน ” อินซ์ กล่าว

“เขาคือจิ๊กซอว์ชิ้นที่หายไป ทุกๆประตูที่เขาสรรค์สร้าง มันทำให้ทุกคนรอบๆตัวพัฒนาขึ้นมาอย่างทันตา และผมคิดว่านั่นแหละคือสิ่งที่บรูโน่กำลังทำอยู่ในตอนนี้”

“บางครั้งเขาอาจจะหายจากเกมไปเลย 25 นาที แต่แล้วเขาก็จะมีเทคนิคบางอย่างที่สามารถเสกเวทมนต์มาช่วยทีมในเวลาที่เหมาะสมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นลุกจุดโทษ,ลูกจ่ายเหนือชั้นหรือฟรีคิก”

“เขามีอาวุธเหล่านี้พกติดตัวมาด้วยตลอด และคุณไม่สามารถกาชื่อเขาออกจากเกมไหนได้เลย ถึงเขาจะเงียบแต้พร้อมแผลงฤทธิ์ตลอดเวลา และถ้าบรูโน่ยังอยู่ คุณก็ห้ามประมาทยูไนเต็ดด้วยเช่นกัน”

แต่ถึงตรงนี้ ต้องบอกว่าทีมของโอเล่ กุนนาร์ โซลชายังห่างไกลจากเส้นชัยพอสมควร การผจญภัยของพวกเขายังมีอุปสรรคให้ต้องก้าวข้ามอีกมาก กว่าที่ความสม่ำเสมอจะนำทางสโมสรขึ้นไปเทียบมาตรฐานกับลิเวอร์พูลหรือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้

การได้บรูโน่มาในราคาไม่ถึง 50 ล้านปอนด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่ต่างอะไรกับการถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่ มีนักเตะอีกมากมายข้างนอกนั่นที่ราคามากกว่าเขาไม่รู้ตั้งเท่าไร่ แต่ก็ไม่สามารถตอบแทนเม็ดเงินที่เสียไปอย่างที่คาดหวัง หรือมีอิทธิพลกับทีมใดทีมหนึ่งได้มากขนาดนี้

ดาวเตะฝอยทองเข้ามาจุดประกายปีศาจแดงให้กลับสู่เส้นทางของชัยชนะ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขามอบให้สาวกผี คือความหวังที่จะได้เห็นทีมรักทะยานกลับไปสู่จุดที่เคยยืนได้อีกครั้ง ถึงมันจะไม่ใช่ในเร็วๆนี้ หรืออาจจะใช่ อันนี้คงไม่มีใครตอบได้ แต่ที่แน่ๆ การอยู่อย่างมีหวังมันก็ย่อมดีกว่าคำว่าสิ้นหวังเป็นไหนๆ

แล้วความสำคัญของบรูโน่ แฟร์นานเดส สังเกตุได้ชัดเจนที่สุดตอนไหน? ไม่ใช่วันที่เขาลงสนามแต่อย่างใด แต่กลับเป็นวันที่เขาไม่อยู่ต่างหาก

จริงๆแล้วก็มีให้เห็นไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นบรูโน่ออกสตาร์ทเป็นตัวสำรอง เพราะต้องยอมรับว่าโซลชา นั้นใช้งานสตาร์ตัวเก่งของเขาอย่างหนักหน่วงจริงๆ จนเหมือนเป็นลมหายใจไปแล้ว

ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยสร้างความผิดหวังเลย บรูโน่เคยถูกวิจารณ์มาแล้ว ในช่วงที่เขาเริ่มส่งสัญญาณถึงความอ่อนล้าในช่วงท้ายซีซั่นที่แล้ว หรือแม้แต่ในช่วงคริสต์มาสต์ที่ผ่านมา ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าแม้แต่ซูเปอร์ฮีโร่ก็ต่างมีขีดจำกัดของพวกเขาเหมือนกัน

แมนฯยูไนเต็ดไม่อาจมองหาเกมไหนที่จะสามารถพักบรูโน่ได้เลย ซึ่งพวกเขาเคยลองทำมาแล้วเมื่อปลายปีก่อนในเกมกับเวสต์แฮม สุดท้ายตกเป็นรอง 1-0 ในช่วงพักครึ่ง การมีกับไม่มีบรูโน่มันต่างกันอย่างสิ้นเชิง พวกเขาต้องการคีย์แมนของพวกเขาในทุกๆเกมที่ลงเล่น

โซลชาจัดการเปลี่ยนเอาตัวทีเด็ดของเขาลงสนามมาในครึ่งหลัง ก่อนจะมีส่วนร่วมกับทั้งสามประตูที่ทีมยิงแซงเอาชนะทัพขุนค้อน พร้อมกับกลายเป็นผู้เล่นที่สร้างสรรค์โอกาสให้แมนฯยูไนเต็ดได้มากที่สุดต่อ 1 เกมพรีเมียร์ลีกในรอบกว่าทศวรรษ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 45 นาทีเท่านั้น

และคงจำกันได้ เพราะเพิ่งผ่านมาไม่นาน กับเกมเอฟเอ คัพที่ทัพปีศาจแดงกำลังเชือดเฉือนกับลิเวอร์พูลอย่างสนุกสูสี บรูโน่ เฟอร์นานเดสถูกสั่งให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนชุดเตรียมลงสนามในตอนที่เกมยังเสมอกันอยู่ 2-2 ก่อนจะเปิดตัวเล่นใหญ่ ด้วยการปั่นฟรีคิกสุดสวยผ่านมืออลิสซอน เบ็คเกอร์เข้าไปเป็นประตูชัย 3-2 เขี่ยหงส์แดงกระเด็นตกรอบ

“เขาเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในสโมสรแห่งนี้ และทุกๆครั้งที่เขาไม่ได้ลงสนาม นั่นแหละคือตอนที่พวกเราแย่แล้ว เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณหวังพึ่งเขามากขนาดนี้ นั่นแหละคือปัญหาของทีม” แกรี่ เนวิลล์ กล่าว

ตัวโซลชา นักเตะที่เหลือ รวมถึงทีมเสริมทัพของยูไนเต็ดจะต้องหันมามองและแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้ได้โดยด่วน เพราะที่ผ่านมา ตลอด 1 ปีกับบรูโน่ แฟร์นานเดส เขามาไกลเกินกว่าที่ใครหลายคนจะคาดหวังไว้ในตอนแรกแล้ว

12 เดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นฟรีคิกอันยอดเยี่ยม , การสังหารณ์จุดโทษแบบเยือกเย็น ,คุณภาพในการครอบครองบอล ,ไล่กดดันคู่แข่งตอนที่เสียการครอบครอง หรือแม้แต่การยกมาตรฐานของสโมสรให้สูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ทุกอย่างมันชัดเจนว่าเขาคือซูเปอร์สตาร์เร้ด เดวิลล์อย่างเต็มตัว

ส่วนปีที่สองของเขาในโรงละครแห่งความฝันน่ะหรอ? ถ้าจะให้เหมือนกับที่ไอดอลของเขาอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เคยทำไว้ บางทีโทรฟี่สักใบก็ไม่เลวเหมือนกัน…