ก่อนจะถึง”ปาวาร์”.. รวมแข้งดังโดน”เสือใต้”ฉกจากทีมร่วมลีก!

หลังจากที่ “บาเยิร์น มิวนิค” เพิ่งออกมายืนยันการคว้าตัว”แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์” แนวรับดีกรีแชมป์โลกจาก”สตุ๊ทการ์ท” ไปแบบสดๆร้อนๆ จึงไม่แปลกเลย หากจะมีใครมองว่าบาเยิร์น มิวนิค มักเป็นเสือมือไวคอยตะปบดาวเด่นจากทีมร่วมลีกมาเป็นสมบัติของตัวเองในหลายยุคหลายสมัย จนเราชินตากับการตัดกำลังคู่แข่งด้วยวิธีนี้ของพวกเขา และวันนี้เราจะพาไปย้อนดูเหล่านักเตะที่บาเยิร์น มิวนิคซุ่มกระชากจากทีมคู่แข่งเข้าสู่ถ้ำเสือในช่วงหลายปีที่ผ่านมา…

ลีออน กอเร็ตซ์ก้า

ซื้อมาจาก : ชาลเก้ 04 (2018)
ค่าตัว : ฟรี
ลงสนาม : 22 นัด

ลีออน กอเร็ตซ์ก้า มิดฟิลด์ตัวรุกวัยหนุ่มก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในทัพอินทรีย์เหล็ก โดยก่อนที่แข้งเนื้อหอมรายนี้จะลงเอยกับบาเยิร์น มิวนิค เขาก็เป็นที่ต้องการของทั้งยูเวนตุส,ลิเวอร์พูล,และเชลซี ก่อนจะตัดสินใจย้ายมาเป็นส่วนหนึ่งของยอดทีมแห่งเมืองมิวนิค เมื่อสัญญากับชาลเก้หมดลง

ดาวเตะวัย 23 ปี มีแววโดดเด่นและคาดว่าจะกลายเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่อีกคนหนึ่งของสโมสร โดยกอเร็ตซ์ก้าทำไปแล้ว 2 ประตูให้กับบาเยิร์น ภายใต้การคุมทัพของนิโก้ โควัชซีซั่นนี้

แซร์จ นาบรี้

ซื้อมาจาก : แวร์เดอร์ เบรเมน (2018)
ค่าตัว : ตามรายงานที่ 8.5 ล้านปอนด์
ลงสนาม : 20 นัด

อดีตดาวรุ่งพุ่งแรงจากทัพไอ้ปืนใหญ่ มองไม่เห็นโอกาสในการฉายแสงและหวั่นกลัวว่าจะหยุดพัฒนา หลังไม่ได้รับความไว้วางใจจากอาร์แซน เวงเกอร์ กุนซือเลือดเฟรนช์แมนสมัยอยู่กับอาร์เซน่อล จนต้องหนีกลับมาบุนเดสลีก้าในที่สุด

และผลงาน 11 ประตูกับแวร์เดอร์ เบนเมนในฤดูกาล 2016/2017 นี้เองที่ทำให้บาเยิร์นถึงกับมือไม้สั่นต้องเอาตัวเขามาร่วมทีมให้ได้ จนกลายเป็นการซื้อขายสุดคุ้มเนื่องจากพวกเขาสามารถปิดดีล แซร์จ นาบรี้ในราคาที่แสนถูก ก่อนจะปล่อยให้ฮอฟเฟ่นไฮม์ยืมตัวไปใช้งานเมื่อซีซั่นที่แล้ว จนกลับมาผงาดเป็นกำลังสำคัญในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่าเรียบร้อย ณ ตอนนี้

นิคลาส ซูเล่

ซื้อมาจาก : ฮอปเฟ่นไฮม์ (2017)
ค่าตัว : ตามรายงานที่ราวๆ 22 ล้านปอนด์
ลงสนาม : 64 นัด

เชลซีคืออีกหนึ่งทีมที่ต้องการจะดึงตัวปราการหลังร่างยักษ์รายนี้ไปค้าแข้งที่ลอนดอน หากแต่เจ้าตัวกลับเลือกซบบาเยิร์น มิวนิคเมื่อเดือนกรกฏาคมปี 2017

นับตั้งแต่นั้นมาอดีตกำแพงหินจากฮอฟเฟ่นไฮม์ก็สร้างความประทับใจให้แก่แฟนๆเสือใต้ได้เป็นอย่างมาก และดูเหมือนว่าอนาคตของซูเล่จะค่อนข้างสดใสกับตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟของบาเยิร์น มิวนิคในรอยต่อของยุคแห่งการผลัดใบ

มานูเอล นอยเออร์

ซื้อมาจาก : ชาลเก้ 04 (2011)
ค่าตัว : 22.5 ล้านปอนด์
ลงสนาม : 302 นัด

บาเยิร์น คว้า นอยเออร์ มาจาก ชาลเก้ 04 เมื่อปี 2011 ด้วยค่าตัว 22.5 ล้านปอนด์ โดยอดีตเจ้าของค่าตัวนายทวารที่แพงที่สุดเป็นอันดับสองของโลกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขาคุ้มค่าเกินราคาสำหรับบาเยิร์นในทุกบาททุกสตางค์ พ่วงดีกรีแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 บวกกับ 6 แชมป์บุนเดสลีกาและ ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีกอีก 1 สมัยกับต้นสังกัดจากแคว้นบาวาเรีย

“แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์”

ซื้อมาจาก : สตุ๊ตการ์ท (2019)
ค่าตัว : 31.5 ล้านปอนด์
ลงสนาม : 0 นัด

นักเตะหนุ่มวัย 22 ปีรายนี้ไม่ได้มีชื่อคุ้นหูแฟนบอลเท่าไหร่นักหากย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา ก่อนที่ชะตาชีวิตของเขาจะเปลี่ยนผันในช่วงฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย

ปาวาร์โดดเด่นกับทัพตราไก่ โดยแจ้งเกิดจากลูกยิงจรวดสุดสวยในเกมเอาชนะอาร์เจนติน่า ก่อนเป็นส่วนสำคัญช่วยทีมชาติฝรั่งเศสผงาดยกถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองอย่างยิ่งใหญ่ แถมลูกยิงของเขายังถูกโหวตให้เป็นประตูยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นดังกล่าวอีกด้วย

เซ โรแบร์โต

ซื้อมาจาก : ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (2002)
ค่าตัว : 7.13 ล้านปอนด์
ลงสนาม : 178 นัด

อีกหนึ่งแข้งจากยุคฉกาจของห้างขายยาเมื่อปี 2001/2002 บาเยิร์น มิวนิค ซิวนักเตะมาแทบจะทุกตำแหน่งหลังยุคทริปเปิ้ลรองแชมป์ หนึ่งในนั้นคือ เซ โรแบร์โต ที่ย้ายมาร่วมทีมกับบาเยิร์น มิวนิคในปีดังกล่าว หลังใช้เวลาหนึ่งฤดูกาลกับซานโต๊ส เขาคัมแบ็คร่วมทีมเป็นคำรบที่สองในปี 2007  ช่วยทีมเถลิงแชมป์ลีกได้ทั้ง 2 รอบ เป็นจำนวนทั้งหมด 3 สมัยด้วยกัน

มิโรสลาฟ โคลเซ่

ซื้อมาจาก : แวร์เดอร์ เบรเมน (2007)
ค่าตัว : 11.25 ล้านปอนด์
ลงสนาม : 149 นัด

ศูนย์หน้าระดับเครื่องจักรสังหารรายนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นดาวยิงจอมฉมังในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลก แต่กลับไม่เคยพาทีม แวร์เดอร์ เบรเมน ไปถึงแชมป์บุนเดสลีกาได้เลย จนถึงเวลาที่ต้องโยกมาสวมเสื้อนักเตะเสือใต้ตามคาดในปี 2007

แต่โคลเซกลับไม่ได้มีช่วงเวลาที่ดีอย่างที่คาดหวัง และใช้เวลากับการเป็นตัวสำรองของบาเยิร์น มิวนิคเสียส่วนใหญ่ ก่อนจะย้ายข้ามลีกไปอยู่กับ ลาซิโอ เมื่อปี 2011 โดยปัจจุบันรับหน้าที่สต๊าฟฟ์โค้ชให้กับทีมชาติเยอรมัน

มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์

ซื้อมาจาก : โบรุสเซีย ดอทมุนด์ (2016)
ค่าตัว : 30.7 ล้านปอนด์
ลงสนาม : 99 นัด

ฮุมเมิ่ลส์เป็นอีกหนึ่งในนักเตะที่ทำให้แฟนๆเสือเหลืองถึงกับเจ็บจนใจแทบขาด เมื่อครั้งหนึ่งดอทมุนด์เคยให้โอกาสเซนเตอร์ แบ็ครายนี้ ด้วยการนำเขามาชุบเลี้ยงต่อในวันที่เขาไม่สามารถสอดแทรกตัวเองขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่บาเยิร์น มิวนิคได้ ก่อนจะมอบปลอกแขนกัปตันทีมให้กับอดีตเยาวชนของเสือใต้รายนี้

ก่อนที่เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นเพียงแค่ฝันชั่วคราว ปราการหลังดีกรีเจ้าของแชมป์ฟุตบอลโลกไม่สามารถต้านทานต่อแรงโน้มน้าวใจได้ พร้อมตอบแทนความไว้วางใจอย่างเจ็บแสบ ด้วยการตัดสินใจหวนกลับไปสโมสรที่ปลุกปั้นเขาขึ้นมาในปี 2016 ในที่สุด

หลุยซ์ กุสตาโว่

ซื้อมาจาก : ฮอฟเฟ่นไฮม์ (2011)
ค่าตัว : 12.75 ล้านปอนด์
ลงสนาม : 100 นัด

หลังจากสร้างชื่อจนเป็นที่รู้จักในสีเสื้อของฮอฟเฟ่นไฮม์ ไม่ช้ากุสตาโว่ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ถูกกระชากเข้าสู่ถ้ำเสือเมื่อเดือนมกราคมปี 2011 และการมาของกุสตาโว่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียเปล่า เขาลงคุมจังหวะเกมในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับและสามารถช่วยทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกมาครอง ก่อนเลือกย้ายไปซบกับวูล์ฟบวร์กเมื่อปี 2013 โดยปัจจุบันกุสตาโว่ค้าแข้งอยู่กับโอลิมปิค มาร์กเซยในลีกเอิง ฝรั่งเศส และบ่อยครั้งที่เขามักถูกโยกลงไปเล่นตำแหน่งเซนเตอร์แบ็คในซีซั่นนี้

มิชาเอล บัลลัค

ซื้อมาจาก : ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (2002)
ค่าตัว : 4.5 ล้านปอนด์
ลงสนาม : 157 นัด

ในช่วงต้นยุค 2000 เขาเป็นดั่งโกลเด้น บอยของวงการฟุตบอลเมืองเบียร์เลยก็ว่าได้ แต่ผลงานทริปเปิ้ลรองแชมป์กับทีมห้างยานั้นมันช่างน่าเจ็บปวด บาเยิร์น มิวนิคจึงไม่รอช้า เดินหน้าทำสิ่งที่ถนัดโดยทันที ซึ่งพวกเขาคว้าตัวบัลลัคมาร่วมทีมด้วยค่าตัวแสนถูกจนเหลือเชื่อที่ 4.5 ล้านปอนด์ แต่ บัลลัค ก็ไปได้สุดทางกับทีมเสือใต้แค่แชมป์ลีก 3 สมัยกับแชมป์บวลถ้วยอีก 3 สมัย ก่อนแพ็คกระเป๋าย้ายไปอยู่กับเชลซี แบบไม่มีค่าตัวปีใน 2006

มาริโอ โกเมซ

ซื้อมาจาก : สตุ๊ตการ์ท (2009)
ค่าตัว : 22.5 ล้านปอนด์
ลงสนาม : 174 นัด

อดีตหัวหอกของ สตุทการ์ท พาทีมม้าขาวซิวแชมป์ลีกเมื่อปี 2007 ก่อนเผลอใจไปเซ็นสัญญา 4 ปีในอีก 2 ซีซั่นต่อมากับบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งก็สมใจกับการคว้าแชมป์ลีก 2 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก่อนจะถูกปล่อยตัวไปอยู่กับ ฟิออเรนตินา และมีช่วงเงียบหายไปพักหนึ่งก่อนจะกลับมาฮอตอีกครั้งในฤดูกาลนี้เมื่อถูก เบซิกตัส ยืมไปถล่มประตูจนกลับมาติดทีมชาติเยอรมัน

ปัจจุบันโกเมซกลับมาอยู่กับสตุ๊ตการ์ทอีกครั้ง โดยหน้าเป้าวัย 33 ปียิงไปแล้วทั้งหมด 5 ประตูให้กับทีมในซีซั่นนี้

มาริโอ เกิทเซ่

ซื้อมาจาก : โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (2013)
ค่าตัว : 27.75 ล้านปอนด์
ลงสนาม : 113 นัด

เด็กหนุ่มผู้เป็นดั่งขวัญใจของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เทใจไปให้กับบาเยิร์น มิวนิคก่อนตัดสินใจแถลงย้ายทีมก่อนปิดฤดูกาล 2012/13 แถมในปีนั้นทั้งสองทีมยังต้องโคจรมาพบกันในแชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศอีกด้วย และแน่นอนว่ามันยิ่งสร้างความเจ็บช้ำซ้ำเติมแฟนๆของดอร์ทมุนด์เข้าไปยิ่งกว่าเดิมเสียอีก จากการที่ต้องมองนักเตะคนโปรดไปร่วมทีมกับคู่ปรับตลอดกาลซึ่งกลับมาดับฝันพวกเขาในถ้วยบิ๊กเอียร์นัดชิงชนะเลิศอีกต่างหาก

แต่ด้วยอาการบาดเจ็บบวกกับฟอร์มการเล่น ทำให้เกิทเซ่ไม่ประสบความสำเร็จในการปักหลักค้าแข้งในรั้วอัลลิอันซ์ อารีน่า จนสุดท้ายแล้วหนทางที่ดีที่สุดก็คือการกลับบ้านมาอยู่กับโบรุสเซีย ดอทมุนด์อีกครั้ง โดยเป็นการสลับขั้วกันมัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ที่ย้ายไปร่วมทัพเสือใต้ในปี 2016 แทน

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ซื้อมาจาก : โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (2014)
ค่าตัว : ฟรี
ลงสนาม : 217 นัด

หอกชาวโปแลนด์ถูกยกให้เป็นหนึ่งในศูนย์หน้าที่อันตรายที่สุดในยุคนี้ เลวานดอฟสกี้ย้ายไปบาเยิร์นเมื่อปี 2014 ซึ่งหากคุ้นเคยกับฟอร์มที่เคยสุดยอดกับทีมเสือเหลืองแล้ว มันกลับสุดยอดยิ่งกว่าเมื่อเขาได้มาล่าประตูให้กับทีมเสือใต้ และยังคงเป็นดั่งเพชรฆาตให้กับยักษ์ใหญ่แห่งบาวาเรีย ทำไปแล้ว 172 ประตู

ไม่เพียงเท่านี้.. ยังมีแข่งรายอื่นๆอีกมากมายที่ระบุอยู่ในเคสดังกล่าวไม่ว่าจะเป็น

ลูซิโอ (เลเวอร์คูเซ่น – 2004) ,เซบาสเตียน โรเด้ (แฟรงค์เฟิร์ต – 2014), มาริโอ้ มานด์ซูกิช (โวล์ฟบวร์ก – 2012), อิวิก้า โอลิช (ฮัมบูร์ก – 2009), ทิม โบโรวสกี้ (แวเดอร์ เบรเมน – 2008), มาร์เซล แยนเซ่น (มึนเช่นกลัดบัค – 2007), ลูคัส โพลโดลสกี้ (โคโลจญ์ – 2006), วาเลเรียน อิสมาเอล  (แวเดอร์ เบรเมน – 2005), ทอร์สเทน ฟริงส์ (ดอร์ทมุนด์ – 2004), เคลาดิโอ ปิซซาโร่ (แวเดอร์ เบรเมน – 2001),และ ดานเต้ (มึนเช่นกลัดบัค – 2012)

————————————————————————–

เรามี  แล้วนะ!
ติดตามข้อมูลข่าวสารฟุตบอลได้รวดเร็วก่อนใคร ตลอด 24 ชั่วโมง ส่งตรงถึงมือท่าน

และคุณจะไม่พลาดสิ่งสำคัญอย่างแน่นอนที่ @ShotonGoal

หรือคลิกที่ภาพด้านล่างได้เลย

ที่เกี่ยวข้อง